น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ไฮท์ เรซูเม่ เป็นยังไงมาดูกัน

อีกหนึ่งศาสตร์และศิลป์ที่ผู้สมัครงานต้องศึกษาให้ดีคือการทำ เรซูเม่ ออกมาให้ดูดี มีระดับ ในแบบที่กระชับ สวยงาม และไม่เยอะจนเกินไป เรียกว่าผู้สมัครงานควรมีอาวุธเด็ดเพื่อพิชิตงานเป็น “ไฮท์ เรซูเม่” แบบที่เรียกว่า น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้

สิ่งที่จะทำให้ผู้สมัครงานมี “ไฮท์ เรซูเม” อยู่ในมือได้เริ่มากการลบบางอย่างออกไปจากเรซูเม ของคุณ มาดูกันเลยว่าอะไรไม่ควรปรากฏใน “ไฮท์ เรซูเม”

  1. วัตถุประสงค์ของการสมัครงาน ไม่ต้องบรรยาย ใครๆ เค้าก็รู้ว่าคุณเขียน Resume มาเพราะหางาน ลดทอนข้อความตรงนี้ลงได้จะทำให้มีพื้นที่เหลือสำหรับข้อมูลดีๆอีกมาก
  2. อย่าใส่ประสบการณ์การทำงานที่ไม่เกี่ยวข้องมามากเกินความจำเป็น เช่น เคยทำงานเป็นพ่อครัวแต่ตอนนี้จะมาสมัครงานการตลาด หรือ เคยรับจ้างเลี้ยงสุนัขตอนนี้จะมาสมัครงานเป็นพักงานต้อนรับ ไม่ควรนะจ๊ะมันดูงงๆ เอาไว้เล่าให้เขาฟังตอนไปสัมภาษณ์ก็ได้จ้า
  3. ข้อมูลส่วนตัวที่ควรเอาไว้บอกเพื่อน ไม่ว่าคุณจะหย่าร้างมากี่ครั้ง นับถือกี่ศาสนา หรือว่าคุณชอบกินบุฟเฟ่ ตัดมันออกไปจากเรซูเม คุณได้เลย ไม่มีกรรมการคนไหน อยากรู้นะ
  4. งานอดิเรกที่ดูไม่เกี่ยวข้องกับงาน คุณเชียร์ทีมฟุตบอลอะไร ชอบไปเที่ยวที่ไหน ขอบทำงานประดิษฐ์เกี่ยวกับอะไร สิ่งที่กรอกได้หากมีหัวข้อในใบสมัครงานแต่ไม่ต้องเอามาเขียนในเรซูมเม
  5. อย่าใส่คำพูดที่ดูเว่อร์จน HR ส่ายหัว อย่าโม้เกินจริง ไม่ใช่เพิ่งเรียนจบมา แต่ประสบการณ์การทำงานยาวเหยียด หรือบอกว่าทำได้สารพัดอย่างแต่ยังไม่มีประสบการณ์ทำงานในองค์กรจริง
  6. ย่อคำอธิบายประสบการณ์ให้กระชับก่อนที่ HR จะเลิกอ่าน ควรเขียนประสบการณ์ทำงานแบบละเอียดเป็นข้อย่อยๆแต่อย่ามีหลาย bullets มันรกตา
  7. อย่าให้เขาเห็นว่าคุณมีระยะเวลาระหว่างเปลี่ยนงานที่นานเกินไปเพราะ HR จะเผลอคิดว่า นี่คุณไม่ผ่านโปร ถูกไล่ออก หรืออะไร ในระหว่างที่ไม่ได้ทำงานประจำนานๆควรที่จะมีกิจกรรมที่ทำและนำสิ่งที่ทำและส่งเสริมการสมัครงานครั้งนี้มาใส่
  8. จัดรูปหน้า Resume ให้คงที่ อย่ามาในรูปแบบหลากหลาย คุณควรทำให้ Resume ของคุณมีรูปแบบเดียวกันทั้งหมด เช่น ใช้ฟ้อนต์ตัวอักษรเดียวกัน ระดับคำ และลักษณะการนำเสนอเหมือนกันอย่างสม่ำเสมอ
  9. ตรวจสอบให้ดีอย่าใช้ภาษาที่ผิดหลักไวยากรณ์ การสะกดคำ การใช้คำเชื่อม ประโยครูปแบบทั้งภาษาไทยและภาษาอื่นๆ
  10. จงใช้ชื่อ e-mail ที่เป็นทางการ คุณควรตั้งชื่ออีเมลล์ที่ดูดี เช่นชื่อและนามสกุลของคุณ จะดีกว่า
  11. ลิงค์ Social Media ของคุณหากไมมีกำหนดไว้ว่าขอให้ใส่ไม่ควรใส่เพราะการไปดูในนั้นจะมีผลต่อการพิจารณาเช่นการระบายอะไรลงในเฟสบุ๊คของคุณ หรือถ้าคุณมี Social Media แสดงถึงผลงานของคุณที่สามารถไปดูเพิ่มได้อันนั้นใส่มาเถอะ
Please follow and like us:

ผู้สัมภาษณ์งานแบบนี้สิที่ HR เทใจไปให้มากกว่าครึ่ง

การสัมภาษณ์งานนั้นนอกจากจะดูความสามารถของผู้สมัคงานคุณสมบัติที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานแล้ว ฝ่าย HR ที่เรียนรู้วิธีการพิจารณาเลือกคนเข้าทำงานยังมองหาสิ่งอื่นๆในตัวผู้สมัครงานอีกหลายอย่าง เช่น ทัศนคติ ความคิดอ่าน การวางตัว วินัย  และผู้สมัครงานที่มีพฤติกรรมเหล่านี้คือคนที่ HR จะเทใจให้

  1. คนที่มาต่อเวลา

คนที่มารับการสัมภาษณ์งานโดยไมมาสาย หรือ ไม่มาตั้งแต่ไก่โห่ คือคนที่มีความสามารถในการบริหารจัดการตัวเอง และบริหารเวลาที่ดี   จะสามารถทำงานเสร็จตามกำหนด ในทางตรงกันข้างคนที่มาสายโดยไม่มีเหตุผลที่ดีหรือไม่แจ้งมาก่อนว่ามีเหตุว่าต้องมาช้ากว่าเวลานัดเป็นกลุ่มที่ไม่น่าปลื้มเอามากๆ หากรับเข้าทำงานอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของบริษัท

  1. คนที่ทำการบ้านมาดี รู้จักองค์กรในแบบแฟนพันธ์แท้

การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครงาน และ รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับองค์กรที่คุณมาสมัครงานเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณจะอธิบายได้ยากว่าคุณยากทำงานนี้โดยที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานหรือองค์กรเลย ถ้าไม่ทราบข้อมูลก็เหมือนว่าคนไม่ได้ใส่ใจและมีความตั้งใจอยากร่วมงานกับองค์กรจริงๆ

  1. คนที่รู้จักกาลเทศะและการวางตัวที่เหมาะสม

บุคลิกภาพที่ดีในการสัมภาษณ์งานคือการแสดงความสนใจต่อคู่สนทนาและจดจ่อกับคำถามและมีสติในการตอบคำถาม หากผู้สมัครงานมัวแต่มองนาฬิกา หันซ้ายขวา ร้ายไปกว่านั้นคือหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูบ่อยๆแบบนี้คงสอบตกเป็นแน่  ยิ่งคนที่ตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมยิ่งทำให้ HR ระอาใจได้  เช่น สอบถามกรรมการถึงเรื่องส่วนตัว สอบถามข้อมูลเชิงลึกขององค์การอย่างไม่เหมาะสม เช่น ได้ยินว่าหุ้นตกมาก องค์กรมีแนวโน้มจะเลิกกิจการไหม เจ้านานที่นี่เป็นคนยังไง คำถามแบบนี้ควรเก็บไว้อย่าเอ่ยออกมา

  1. คนที่สื่อสารดี มีเหตุผล

ในการสัมภาษณ์งานนั้นเป็นการสื่อสารสองทาง หากผู้สมัครงานสามารถที่จะสื่อสารโดยการขยายความเข้าใจให้กรรมการสอบสัมภาษณ์ได้เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสาร เช่น การยกตัวอย่างสนับสนุนสิ่งที่พูด การแสดงเหตุผลประกอบการตอบคำถามหรือการแสดงความคิดเห็นด้วยการเลือกใช้ถ้อยคำที่ดี ใช้ภาษาที่ถูกต้องทำให้การสื่อสารประสบความสำเร็จมากขึ้นได้ คนแบบนี้จะทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเป็นทีม แบบนี้น่าเอามาร่วมงานด้วย

  1. คนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน

คนเก่งอาจจะไม่สู่คนที่มีทัศนคติที่ดี  ผู้สัมภาษณ์มองหาผู้สมัครที่มีทัศนคติต่อการทำงานเป็นทีม คนที่มีความอุตสาหะในการทำงาน และมีความทุ่มเทในการทำงานมากกว่าคนเก่งที่ไม่มีคามยืดหยุ่นและชอบทำอะไรแบบ One man show เพราะการทำงานร่วมกันในองค์กรมากกว่าการใช้ความสามารถต้องใช้น้ำใจไมตรีในการเกื้อกูลกันด้วย

Please follow and like us:

5 เทคนิคพิชิตใจ HR สมัครงานครั้งไหนก็ไม่ต้องหวั่น

ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือ HR เป็นด่านแรกที่คุณจะต้องเจอเมื่อไปสมัครงาน การพิชิตใจให้คน HR ประทับใจในตัวคุณซึ่งเป็นผู้สมัครงานจึงสำคัญมาก เมาดูกันเถอะว่าคน HR มองหาอะไรในตัวผู้สมัคร ที่จะยกให้เป็นผู้สมัครที่เข้าข่ายน่าสนใจ

1. เริ่มจากแสดงให้ฝ่าย HR รู้ว่าคุณมีทักษะพร้อมในการทำงาน

มีความรู้หรือทักษะในสายงานที่ได้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสายงานหรือตำแหน่งงานที่สมัครได้   เพราะหากคุณพร้อมในการทำงานองค์กรจะสามารถลดค่าใช้จ่ายใยหารเทรนงานและฝึกอบรมคุณลงได้มาก   ยิ่งถ้าคุณมีทักษะเฉพาะทางจะทำให้คุณโดดเด่นและดูมีภาษีดีกว่ากว่าคนอื่นๆ

2. สื่อสารให้ HR รู้ว่าคุณมีทัศนคติที่ดีกับองค์กรที่มาสมัครงาน

หน้าที่ของ HR คือการทำให้คนมีความรักและผูกพันกังองค์กร คนที่มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตำแหน่งงาน  เพื่อนร่วมงาน หรือสิ่งรอบๆ ตัว จะช่วยให้การทำงานราบรื่นและออกมาดี  ดังนั้นอย่าลืมที่จะแสดงให้ HR เห็นด้วยว่าคุณมีลักษณะนิสัยที่เหมาะกับองค์กรของเขา เช่น ชื่นชอบในแนวทางการทำงานขององค์กร ศรัทธาความสามารถของผู้บริหาร ใฝ่ฝันที่จะมาทำงานในองค์กรนี้มานานแล้ว

3. เสนอว่าคุณสามารถเพิ่มผลตอบแทนให้กับองค์กรได้

ด้วยวิธีต่างๆข้อนี้จะเห็นผลได้ดีในกรณีผู้สมัครงานที่ทำงานมานานและเปลี่ยนองค์กร  คนที่มีประสบการณ์ในสายงานนั้นๆ จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตได้ การที่ HR สามารถคัดเลือกคนที่สร้างผลตอบแทนให้องคกรได้ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนการทำงานที่ประสบความสำเร็จของฝ่าย HR ด้วย

4. ทำให้ HR เชื่อมั่นว่าคุณมีความสามารถที่จะมาทดแทนทักษะและประสบการณ์ที่ขาดไป

อธิบายสิ่งที่คุณเคยทำ และทักษะที่คุณได้รับมาจากการทำงานที่ผ่านมา หลายองค์กรมีความเร่งรีบในการหาผู้สมัครงานที่ต้องพร้อมต่อการทำงานในทันทีและต้องรีบหาคนใหม่มาแทนคนเก่า การที่คุณแสดงออกว่าพร้อมในการเริ่มงานและจะมาสานงานต่อเนื่องได้จะทำให้คุณเป็นคนที่ถูกเลือกได้ง่ายๆ

5. จงเรียกเงินเดือนที่สมเหตุผล

การพิจารณาเงินเดือนเป็นส่วนสำคัญที่ฝ่าย HR ต้องพิจารณาคุณควรที่จะแสดงให้เห็นว่าเงินเดือนที่คุณเรียกนั้นองค์กรมีความสามารถในการจ่ายและเป็นไปตามอัตราโครงสร้างเงินเดือนของตลาดงาน เพื่อที่ HR จะสามารถนำส่วนนี้ไปเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องอื่นๆได้ อย่างสมเหตุผล หลายคนเรียกเงินเดือนเกินความสามารถแม้คุณมีคุณสมบัติน่าสนใจแต่อาจถูกปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้แสดงออกให้ทราบถึงความสามารถของคุณ ด้วยซ้ำไป

Please follow and like us: