ตามมาส่อง Application หางาน ที่โดนใจคนยุคดิจิทัล

อีกหนึ่งเครื่องมือสำหรับการหางานของคนยุคดิจิทัลทำได้โดยผ่านสมาร์ทโฟน เรียกได้ว่าสะดวกสบายไม่ต้องออกไปเดินหางานให้เหงื่อตกและยังช่วยให้สามารถคัดกรององค์กรที่ต้องกับความต้องการของผู้สมัครงานได้อีกด้วย มาดูกันสอว่าตอนนี้มี Application หางาน อะไรบ้างที่น่าสนใจ

เริ่มกันที่ Helpster  แพล็ตฟอร์มที่จับคู่พนักงานระดับปฎิบัติการกับธุรกิจแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นของ Helpster คือ  ความรวดเร็ว   คุณภาพพนักงาน และออกแบบมาให้ใช้งานง่าย ทำให้ทุกคนสามารถเข้าถึงและค้นหาทั้งพนักงาน ทั้งงานประจำ และงานพาร์ทไทม์ได้อย่างง่ายดาย รวดเร็ว ในทุกที่ทุกเวลา ช่วยประหยัดทั้งค่าใช้จ่ายและเวลามากยิ่งขึ้น พร้อมที่จะตอบโจทย์และช่วยจับคู่คนกับงานที่เหมาะสมให้กับทั้งสองฝ่าย และเชื่อมต่อพนักงานกับที่ทำงานที่ดีที่สุดใกล้ที่อยู่ได้ทันที อีกทั้งระบบจะส่งงานล่าสุดเข้ามือถือ ทำให้พนักงานสามารถกดรับงานที่อยากทำได้ทุกที่ทุกเวลา สำหรับผู้ประกอบ ก็สามารถเข้าถึงพนักงานจำนวนมากในหลากหลายตำแหน่งที่ผ่านการคัดกรองเบื้องต้นแล้วได้อย่างรวดเร็ว ทันใจ ให้การหาคนทำงานคุณภาพเป็นไปได้ในทุกเวลาที่ต้องการ

ต่อมาคือ  Kolla  กับสโลแกน  “หาคนทำงานทั่วไทย หางานที่ใช่ ใกล้บ้าน”  และคำเชิญชวนที่ว่า “เชื่อไหมว่า SME ก็สามารถหาพนักงานได้ภายใน 1 นาที ด้วยแอพพลิเคชั่น Kolla”  Kolla   คือ ตลาดงานบนมือถือ ประกาศงานและหาคนทำงานใกล้ๆ ได้ในที่เดียว   จุดเด่นของคอลล่า คือ   หาคนทำงานบนแผนที่ ทำให้รู้ว่าคนหางานที่สะดวกมาทำงานอยู่ใกล้ก็มีและหาไม่ยาก  จะเลือกโทรหาหรือจะส่งข้อความโดยตรง หรือแค่บันทึกคนที่น่าสนใจไว้ตัดสินใจทีหลังก็ย่อมได้  มีคนหางานให้เลือกหลากหลายแบบทั้งงานพนักงานประจำ พาร์ทไทม์ หรือรับงานเป็นจ๊อป ๆ เช่น  พนักงานขายหน้าร้าน ผู้ช่วยประจำสาขา ทำงานพิเศษนอกเวลาปกติ  ผู้ช่วยงานการตลาดดิจิตัล ผู้ช่วยทำงานบนแพลทฟอร์มโซเชียล พนักงานในร้านอาหาร ร้านค้า โรงพยาบาล คนโรงแรม สถานเสริมความงาม

อีก Application หางาน ที่น่าสนใจคือ Adecco Thailand Jobs & Knowledge Center เป็น Applicationของ กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร Adecco  มุ่งทำ Applicationสำหรับคนทำงาน หรือ ผู้ที่กำลังมองหางาน เพื่อช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่ ให้ update ตำแหน่งงานว่าง พร้อมสมัครงานได้อย่างง่ายดาย แถมยังรวมข่าวสาร และความรู้สำหรับคนทำงานมาให้อ่านกันได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส  แอพพลิเคชั่นนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่มองหางานในประเทศไทยเท่านั้น ครอบคลุมการหาประจำและงานชั่วคราว รวมถึงการฝึกอบรม การพัฒนาบุคคลากร และยังเป็นสื่อกลางระหว่างบริษัทต่าง ๆ กับผู้สมัครงาน อีกด้วย

Please follow and like us:

บริษัทจัดหางานแบบไหน ที่คุณควรฝากความหวัง

บริษัทจัดหางานเป็นอีกหนึ่งตัวช่วยของคนหางานในยุคนี้ ปัจจุบันมีบริษัทจัดหางานให้บริการเป็นจำนวนมากแต่ผู้สมัครงานก็ต้องพิจารณาให้ดีว่าผู้ให้บริการรายใดที่คุณควรจะฝากความหวังในการหางานไว้ ลองมาพิจารณาดูสิว่าคุณสมบัติอะไรที่คนหางานควรมองหาจากบริษัทจัดหางาน

เริ่มที่ชื่อเสียง และเสียงลือเสียงเล่าอ้าง บริษัทจัดหางานมีหน้าที่ในการนำคนหางานมาเจอกับนายจ้างผู้ต้องการคนทำงาน หากมีหลักฐานชัดเจนว่าบริษัทจัดหางานสามารถทำหน้าที่พ่อสื่อหาคู่ที่เหมาะสมมาเจอกันได้ก็น่าจะช่วยคุณได้ ดูได้จากอะไรบ้าง ดูได้จากการใช้บริการจากองค์กรชั้นนำของประเทศหากบริษัทจัดหางานมีลูกค้าเป็นองค์กรชั้นนำของประเทศนั่นย่อมการันตีชื่อเสียงได้ระดับหนึ่ง และดูได้จากการเขียนถึงบริษัทจัดหางานจากผู้หางานที่เคยใช้บริการ

ต่อมาต้องดูว่าบริษัทจัดหางาน มีเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพและเพิ่มโอกาสที่จะหางาน ให้คุณหรือไม่  เช่น มีระบบให้บริการการทำเรซูเม่ที่มีความแตกต่างกันหลายแบบ เพื่อมุ่งสู่การสมัครงานในสาขาต่างๆโดยเฉพาะ มีระบบที่จะทำให้ใบสมัครของคุณไปสู่สายตาของ HR หลากหลายแห่ง มีระบบส่งอีเมล์เพื่อนัดสัมภาษณ์งานออนไลน์ ช่วยให้ผู้สมัครงานและองค์กรนายจ้างสามารถติดต่อกันได้ เช่น การนัดหมายก่อนการสัมภาษณ์งาน

มีระบบแนะนำงานที่น่าสนใจ โดยสามารถส่งประกาศรับสมัครงานที่ตรงกับความต้องการของผู้สมัครงานไปยังผู้สมัครงานได้   มีระบบที่จะช่วยเพิ่มโอกาสให้กับผู้หางานในการเข้าสัมภาษณ์งานและได้รับการว่าจ้างทำงานได้เร็วและสะดวก

บริษัทหางานต้องมีการอัพเดทตำแหน่งงานอย่างเป็นปัจจุบัน มีช่องทางการติดต่อสื่อสารที่เข้าถึงง่าย เช่น มีการ แชร์งานที่น่าสนใจ งานใหม่ไปยังหน้า Facebook เพื่อให้ผู้หางานสามารถติดตามงานใหม่ๆที่น่าสนใจพร้อมกับสามารถเข้าไปดูรายละเอียดของงาน และสามารถสมัครงานได้จากลิ้งที่หน้า Facebook หรือมี Application  ที่สามรถใช้งานผ่านโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟนได้

มีการให้คำแนะนำดีๆ ทั้งสำหรับผู้หางานและผู้ที่เป็นพนักงานอยู่แล้ว เช่น คำแนะนำในการเตรียมตัวสมัครงาน การเตรียมตัวเพื่อการสัมภาษณ์งาน  และ การให้เทคนิคดีๆสำหรับคนทำงาน

มีทีม Head Hunter และ Recruiter สำหรับผู้หางานที่สนใจเพื่อทำการติดต่อเข้าทำงานหรือสมัครงานโดยตรงในบริษัทชั้นนำแยกจากระบบการหางานทั่วไป เพื่อที่จัดหางานให้กับผู้ที่มีความต้องการเฉพาะเช่น ตำแหน่งระดับสูง อย่าง ผู้บริหาร หรือ ผู้จัดการ

ที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายต้องเป็นไปอย่างสมเหตุผล โดยไม่เก็บค่าบริการแพงเกินไป และมีการจัดเก็บข้อมูลของผู้สมัครงานไว้เป็นความลับไม่มีการนำข้อมูลไปขายให้กับผู้อื่น เช่น ประกันชีวิต หรือ บัตรเครดิต

Please follow and like us:

สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายว่าคุณควร เปลี่ยนงาน เพื่อเปลี่ยนชีวิต

คนทำงานหลายคนนั้นเบื่องาน อยากเปลี่ยนงาน แต่บางครั้งบางทีก็เหมือนเป็นแค่อารมณ์ชั่ววูบเกิดขึ้นไม่นานก็หายไป ได้พักผ่อนห่างจากงาน ชาร์ตไฟให้ตัวเองสักพักก็สามารถกลับมาทำงานต่อได้ดี นั่นเพราะยังไม่ถึงจุดที่สุดที่คุณต้องเปลี่ยนงาน

มันอาจจะเกิดจากความเหนื่อยล้ากับงาน หรือ เหนื่อยหน่ายกับผู้ร่วมงาน แต่ยังไม่ถึงจุดแตกหัก แต่ก็มีอีกหลายคนที่มีความรู้สึกอยากเปลี่ยนงานวนไปมาแต่สุดท้ายก็ดึงตัวเองกลับมาสู่การทำงานเดิมและก็เริ่มอยาก เปลี่ยนงาน อีก ทั้งหมดนี้คือวงจรที่คนทำงานหลายๆคนกำลังเผชิญหน้า แต่แน่นอนว่ามันต้องมีจุดที่คุณตัดสินใจว่าต้องหางานใหม่แล้วจริงๆ

แล้วอะไรคือ สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายว่าคุณควร เปลี่ยนงาน  เพื่อเปลี่ยนชีวิต  สัญญาณเตือนเหล่านี้ส่วนใหญ่เกิดขึ้นจากภายในใจของคนทำงานเอง เป็นการคิดว่าหากเปลี่ยนงานแล้ชีวิตจะดีขึ้นอย่างไร หากคุณมีความคิดในใจเกิน 3 ข้อต่อไปนี่ เราแนะนำว่าควรหางานใหม่

  1. คิดว่าเปลี่ยนงานแล้วจะเครียดน้อยลง

ความเครียดที่เกิดจากงานโดยตรง เช่น งานที่ต้องมุ่งทำยอดขาย งานที่ต้องงานที่ต้องเร่งทำให้ทันเวลา งานที่มีความเสี่ยงต่อชีวิต รวมทั้งความเครียดที่ไม่ได้เกิดจากงานแต่เกิดจากเพื่อร่วมงาน ก็เป็นสิ่งกระตุ้นให้คนอยากเปลี่ยนงานถ้าคุณมีความเครียดชนิดที่ทนไม่ได้และเกิดขึ้นซ้ำๆการเปลี่ยนงานอาจเปลี่ยนชีวิตให้ดีขึ้นได้

  1. คิดว่าเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า

การติดอยู่ในตำแหน่งเดิมเป็นเวลานานๆไม่ได้รับการเลื่อนขั้นสักทีทั้งที่มีผลงานโดเด่นอาจเพราะโครงสร้างองค์กรไม่เอื้ออำนวย หรือ คนอื่นที่ทำงานไม่ดีแต่เข้าตาเจ้านายมากกว่าเป็นสาเหตุให้หลายคนมุ่งหางานใหม่ โดยสมัครงานกับองค์กรใหม่ดีกว่าที่จะมาอยู่ในจุดเดิมๆที่ไม่มีความก้าวหน้า

  1. คิดเปลี่ยนงานแล้วจะได้ค่าตอบแทนเพิ่ม

ปัจจัยอันดับต้นๆที่ทำให้คนเปลี่ยนงานเมื่อโครงสร้างเงินเดือนไม่ตอบสนองความต้องการและมีที่ใหม่ให้เงินมากกว่าการบอกลาที่เก่าไม่ใช่เรื่องแปลก ยิ่งถ้ามองดูแล้วที่ใหม่ให้เงินดีและมีสภาพแวดล้อมโดยรวมดีกว่าบอกลากับที่เก่าด้วยดีแล้วไปเริ่มชีวิตใหม่กันเถอะ

  1. คิดว่าเปลี่ยนงานแล้วจะได้ผลประโยชน์โดยรวมที่ดีขึ้น

ผลประโยชน์ที่นอกเหนือจากเงินเดือน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสวัสดิการทั้งรูปของเงินและไม่ใช่เงิน เช่น สภาพแวดล้อมในที่ทำงาน การให้การส่งเสริมโดยการส่งไปฝึกอบรม สิ่งเหล่านี้ดึงดูดคนทำงานได้ดี ถ้ามองว่าที่ใหม่ที่อยากไปนั้นให้มากกว่าก็จงไปเถอะ

5.คิดว่าเปลี่ยนงานจะมีเวลาส่วนตัวเพิ่มขึ้น

บางคนไม่ได้มองหาเงินที่มากขึ้น ความท้าทายที่มากกว่า หรือจริงๆแล้วไม่ได้มีความเครียดแต่งานที่ทำกินเวลาในชีวิตมากเกินไปหลายครั้งที่ต้องทำ OT โดยพลาดการไปเจอเพื่อน ครอบครัว คนรัก ถ้าชั่งตวงแล้วคุณไม่อยากเสียโอกาสดีๆในการมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างการหางานใหม่อาจจะช่วยได้

Please follow and like us:

มาอัพเกรดตัวเองให้เป็น คนหางานที่มีคุณภาพ กันเถอะ

คนทุกคนเมื่อถึงวัยแรงงานก็ต้องเข้าสู่ตลาดงานเพื่อแข่งขันกันให้ได้งาน เมื่อทุกคนเข้าสู่สถานะ คนหางาน บางคนก็อยู่ในสถานะนี้ไม่นานเพราะได้งานที่ต้องการเปลี่ยนสถานะไปสู่ ผู้ได้งานทำ แต่หลายคนก็ยังคงใช้สถานะนี้อยู่เป็นเวลานาน คนที่สามารถหางานได้นั้นส่วนใหญ่คือ คนหางานที่มีคุณภาพ เป็นคนหางานที่มีความพร้อมในการหางาน สามารถนำเสนอตัวเอง ต่อนายจ้างได้ดี หากคุณต้องการได้งานต้องเริ่มจากการเป็นคนหางานที่มีคุณภาพก่อน โดยทำได้ดังนี้

  1. ติดตามข่าวสารการรับสมัครงาน จากหลากหลายแหล่ง รู้จักการใช้เทคโนโลยีในการช่วยหางาน เช่น Application หรือ การฝากประวัติกับเวปไซด์ที่ให้บริการจัดหางาน
  2. เตรียมพร้อมสำหรับการเข้ารับการพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์งาน การทดสอบปฏิบัติ โดยศึกษาจากคำแนะนำเกี่ยวกับเทคนิคการสัมภาษณ์งาน รวมทั้งควรศึกษาคู่มือสำหรับผู้สัมภาษณ์เพื่อศึกษาว่ากรรมการสัมภาษณ์นั้นต้องการสิ่งใดจากผู้สมัคร  ผู้สัมภาษณ์จะถามอะไร
  3. ประกาศตัวเองให้น่าสนใจ การหางานก็เหมือนการแข่งขัน ผู้มีคุณสมบัติใกล้เคียงกับคุณมีมากมาย อะไรคือจุดเด่นที่คุณเหนือกว่าคู่ต่อสู้นำสิ่งนั้นออกมาแสดงให้ว่าที่นายจ้างเห็น การหางานในยุคนี้ต้องให้กลยุทธ์เชิงรุกให้มาก  เช่น การใช้สื่อสังคมออนไลน์ที่เข้าถึงได้ง่ายอย่าง Facebook บอกเล่าความสามารถ ความสำเร็จหรือกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ที่คุณทำ รวมถึงการใช้แฟลตฟอร์มที่สร้างมาเพื่อให้คุณได้นำเสนอความสามารถในการทำงานอย่าง LinkedIn
  4. ฝึกประสบการณ์ด้วยการทำงานจริงก่อนเข้าสู่การหางานอย่างเต็มตัว หากมีโอกาสทำงาน Part -Time จึงทำก่อนจะเป็นงานที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพที่สนใจหรือไม่ก็ควรที่จะทำเพราะคุณจะได้รู้จักสังคมการทำงานจริงๆที่มีนายจ้างเป็นผู้จ้างมีการให้ค่าตอบแทนจริงๆ จะได้รู้วัฒนธรรมการทำงานการปรับตัวเข้ากับคนทำงานคนอื่นๆ ยิ่งถ้าได้ทำงานที่เกี่ยวกับสาขาอาชีพที่สนใจจะสมัครงานยิ่งดีเพราะถือว่าคุณได้มีการฝึกมือมากก่อน
  5. อย่าให้เกิดช่วงเวลาว่างในเรซูเม่นานเกินไป เช่น กรณีที่คุณตกงานมานานและไม่เห็นความต่อเนื่องของช่วงเวลาการทำงานค่อนข้างยากที่จะอธิบายต่อผู้สัมภาษณ์ว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะคุณหางานไม่ได้สักที แบบนี้คงไม่มีใครอยากจ้างงานคุณ แต่ถ้าคุณสามารถระบุลงไปว่าช่วงเวลาเหล่านั้นคุณได้ใช้ไปกับการเพิ่มทักษะความสามารถให้ตัวเอง เช่น การเข้าอบรมหลักสูตรระยะสั้นหลายหลักสูตร ซึ่งหลักสูตรเหล่านี้มีทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนให้การสนับสนุนคุณสามารถเรียนได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จงปิดจุดอ่อนส่วนนี้ก่อนที่คิดจะไปสมัครงาน

 

จงทำตัวเองให้เป็นคนหางานที่มีคุณภาพ หากคุณมีความมุ่งมั่นและตั้งใจในการหางานคุณจะได้รับสถานะพนักงานใหม่ในเร็ววัน  ไม่มีใครอยากหางานนานๆหรือตกงานนานๆใช่ไหม ดังนั้นจงเริ่มเปลี่ยนตัวเองสู่การเป็นผู้หางานที่มีคุณภาพสร้างโอกาสให้ตัวเอง

Please follow and like us:

เทคนิคสร้าง First Impression ให้ปังมัดใจกรรมการสัมภาษณ์งาน

โดยทั่วไปเราตัดสินคนอื่นในเวลาไม่กี่วินาที และแน่นอนว่าเมื่อเราตัดสินใครไปแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดนั้น  นี่คือสิ่งที่อธิบายว่าความประทับใจแรก (First Impression) สำคัญมาก มันทำให้เกิดความถูกชะตา และนำพาไปสู่การอยากทำงานร่วมกัน ดังนั้นคนหางานต้องสร้าง First Impression ให้ดี และจะทำให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น อาจหางานเพียงที่เดียวแล้วได้งานเลย  มาดูสิว่า เทคนิคสร้าง First Impression ให้ปังมัดใจกรรมการสัมภาษณ์งาน www.jobtopgun.com ทำได้อย่างไร

  1. ก่อนพบเจอคนใหม่ๆ ควรทำการบ้านก่อนว่า คนที่คุณจะไปพบ เขาคือใคร สนใจเรื่องอะไรอยู่ มีอุปนิสัยเช่นไร และเขาคาดหวังอะไรจากตัวคุณ เพื่อที่ก่อนจะตอบคำถามหรือพูดอะไร คุณจะตอบคำถามนั้นได้ตรงประเด็น  และควรเตรียมประเด็นที่จะพูดคุย 2-3 ประเด็น เพื่อให้การสนทนาสามารถดำเนินไปอย่างสะดวก   ในการสนทนาเพื่อสร้างความประทับใจคุณควรจะ แสดงความรู้ ความสามารถของคุณเอง และก่อนที่จะจบการสนทนา  คุณอาจจะทวนถามคู่สนทนาว่าคุณได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญครบหรือไม่
  2. ใช้ภาษากายให้เหมาะสม  แม้รู้สึกกังวลเมื่อต้องพบคนไม่คุ้นเคย  แต่ต้องลดความประหม่า แสดงภาษากายออกมาด้วยท่าทางมั่นใจและผ่อนคลายที่สุด ทำให้คุณมีบุคลิกที่ดี ก้าวเท้ายาวๆในขณะที่เดิน  นั่งตัวตรง  เดินด้วยความมั่นใจกับหลังที่ตั้งตรง แสดงท่าที่อย่างธรรมชาติไม่จำเป็นต้องแสดงความสนิทสนมจนเกินไป
  3. ค้นหา สิ่งที่เหมือนกันของคุณกับคู่สนทนาคุณควรจะหาหัวข้อพูดคุยที่จะสร้างความสนิทใจกับเป้าหมาย จะทำให้รู้สึกคุ้นเคยและสนิทสนมกันง่ายขึ้น สามารถหาข้อมูลพื้นฐานใน LinkedIn หรือ Facebook และควรพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคู่สนทนา เช่น ชมการแต่งกาย
  4. จริงใจ เปิดเผย และพร้อมที่จะสร้างมิตรสัมพันธ์ที่ดีเป็นสร้างความประทับใจที่ยั่งยืน พูดถึงข้อดีของอีกฝ่ายที่คุณสังเกตได้ เพราะยิ่งคุณพูดถึงข้อดีของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกดีต่อคุณมากเท่านั้น
  5. สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คุณควรระลึกไว้เสมอคือตามธรรมชาติ อย่าพูดคุยสร้างความประทับใจจนดูเป็นการแสดง คุณอย่าลืมคำถามปลายเปิดสอบถามไปยังคู่สนทนาด้วยเพราะจะเป็นการต่อบทสนทนาที่ดีทำให้การสนทนามีชีวิตชีวา
  6. ในการสัมภาษณ์งานหากคุณไม่เด็กจนเกินไปและมีช่วงวัยและความความสามารถต่างจากผู้สัมภาษณ์อาจทำให้การสนทนาเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างกันจะดีกว่า

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นการสร้าง First Impression เป็นสิ่งที่บางคนทำเลยเพราะเป็นคนมีเสน่ห์หากแต่บางคนนั้นต้องฝึกฝน การจะเติบโตในการทำงานเรื่องบุคลิกภาพก็สำคัญเช่นดัน ไม่ควรมองข้ามที่จะฝึกฝน

Please follow and like us:

เมื่อต้องหางานใหม่ จงตั้งสติสักนิดก่อนสตาร์ท

“ตกงาน”  คำสั้นๆพูดเบาๆก็เจ็บ แต่เมื่อตกงานแล้วก็ต้องหางานใหม่ แต่การหางานใหม่ที่จะทำให้คุณมีความสุขและไม่เครียดได้นั้นคงต้องตั้งสติคิดทบทวนก่อนกระโดดเข้าสู่การแข่งขันหางานทำจริงไหม ถ้าคุณกำลังเป็นคนตกงาน มาตั้งสติก่อนสตาร์ท กันดีกว่า ทำยังไงมาดูเลย

  1. ยอมรับสิ่งผิดพลาดที่เกิดขึ้น

การโทษสิ่งอื่นๆที่คุณควบคุมไม่ได้ เช่น เจ้านายกลั่นแกล้ง เพื่อนร่วมงานไม่ชอบหน้า ลูกค้าไม่พอใจทำให้คุณต้องตกงาน แม้อาจจะเจ็บปวดแต่มันเป็นสิ่งที่แก้ไขไม่ได้แล้วเมื่อคุณตกงานเพราะสิ่งเหล่านี้  แต่จงมามองว่าทำไมนายจ้างเพื่อนร่วมงานต้องกลั่นแกล้งไม่ชอบคุณ ลูกค้าตำหนิคุณในเรื่องอะไร และแก้ไขสิ่งผิดพลาดนั้น

  1. สำรวจความสามารถของตัวเองว่าขาดคุณสมบัติอะไรบ้าง

บางครั้งสาเหตุของการตกงานคือคุณไม่ผ่านการประเมินให้ผ่านตาม KPI หรือทำงานบางอย่างผิดพลาดร้ายแรงนั้นเพราะคุณขาดความรู้ความสามารถอะไร พลิกโอกาสของการตกงานมาสู่การใช้เวลาว่างในการพัฒนาตัวเอง อัพเกรดคุณเป็นคนใหม่ที่พร้อมลุยงานก่อนเข้าสู่สนามการหางานแบบนี้น่าจะดีไม่ทำให้พลาดซ้ำๆ

  1. ค้นหาความชอบจุดแข็งให้เจอ นี่อาจเป็นโอกาสที่ทำให้คุณได้ทำงานในสายงานใหม่

สาเหตุของการตกงานบางครั้งก็เพราะคุณเลิกที่จะตกงาน เพราะเบื่อกับงานเดิม หรือมีความคิดที่อยากจะไปแสวงหาความท้าทายอื่นๆด้วยการทำงานข้ามสายงาน ถ้าได้ตัดสินใจออกจากงานเดิมแล้ว หางานในสายงานใหม่จงหาข้อมูลเกี่ยวกับสายงานใหม่ ช่องทางการเข้าสู่สายงานใหม่ให้ดี ผู้มีข้อมูลย่อมประสบความสำเร็จในการหางานใหม่ได้ดีกว่า

  1. สร้าง “ทัศนคติเชิงบวก” ในการหางานใหม่

บางครั้งบางทีการ โอกาสในการตกงานก็มาถึงคุณโดยที่ไม่ได้ตั้งตัว ไม่ว่าจะถูกให้ออกจากการทำงานผิดพลาด องค์กรต้องเลิกกิจการ หรือคุณเองต้องโยกย้ายที่อยู่ใหม่ ทำให้ต้องหางานใหม่ การคิดเชิงลบถึงโชคชะตาที่เล่นตลกทำให้คุณตกงานก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเสริมพลังบวกให้ตัวคุณ จงมองว่าการตกงาน เป็นโอกาสในการที่คุณจะได้ก้าวสู่การจัดการสิ่งที่ท้าทายและการหางานใหม่เป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้ จงพิจารณาปรับปรุงแก้ไขสิ่งผิดพลาด เตรียมกายและใจให้พร้อมและเข้าสู่ตลาดงานอีกครั้ง คนเราชีวิตไม่สิ้นก็ดิ้นกันไป เหตุการณ์นี้ จะทำให้คุณแกร่งขึ้นและได้เรียนรู้การแก้ปัญหาชีวิตอย่างมีสติ

ขอเป็นกำลังใจให้คนหางานทุกคน คนตกงานในวันนี้จะเป็นคนได้งานอย่างแน่นอนในวันข้างหน้าขอให้อดทนและมีความตั้งใจ หากเหนื่อยและท้อพักบ้างและลุยต่อ

Please follow and like us: