เทคนิคสร้าง First Impression ให้ปังมัดใจกรรมการสัมภาษณ์งาน

โดยทั่วไปเราตัดสินคนอื่นในเวลาไม่กี่วินาที และแน่นอนว่าเมื่อเราตัดสินใครไปแล้ว ก็ยากที่จะเปลี่ยนความคิดนั้น  นี่คือสิ่งที่อธิบายว่าความประทับใจแรก (First Impression) สำคัญมาก มันทำให้เกิดความถูกชะตา และนำพาไปสู่การอยากทำงานร่วมกัน ดังนั้นคนหางานต้องสร้าง First Impression ให้ดี และจะทำให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น อาจหางานเพียงที่เดียวแล้วได้งานเลย  มาดูสิว่า เทคนิคสร้าง First Impression ให้ปังมัดใจกรรมการสัมภาษณ์งาน www.jobtopgun.com ทำได้อย่างไร

  1. ก่อนพบเจอคนใหม่ๆ ควรทำการบ้านก่อนว่า คนที่คุณจะไปพบ เขาคือใคร สนใจเรื่องอะไรอยู่ มีอุปนิสัยเช่นไร และเขาคาดหวังอะไรจากตัวคุณ เพื่อที่ก่อนจะตอบคำถามหรือพูดอะไร คุณจะตอบคำถามนั้นได้ตรงประเด็น  และควรเตรียมประเด็นที่จะพูดคุย 2-3 ประเด็น เพื่อให้การสนทนาสามารถดำเนินไปอย่างสะดวก   ในการสนทนาเพื่อสร้างความประทับใจคุณควรจะ แสดงความรู้ ความสามารถของคุณเอง และก่อนที่จะจบการสนทนา  คุณอาจจะทวนถามคู่สนทนาว่าคุณได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญครบหรือไม่
  2. ใช้ภาษากายให้เหมาะสม  แม้รู้สึกกังวลเมื่อต้องพบคนไม่คุ้นเคย  แต่ต้องลดความประหม่า แสดงภาษากายออกมาด้วยท่าทางมั่นใจและผ่อนคลายที่สุด ทำให้คุณมีบุคลิกที่ดี ก้าวเท้ายาวๆในขณะที่เดิน  นั่งตัวตรง  เดินด้วยความมั่นใจกับหลังที่ตั้งตรง แสดงท่าที่อย่างธรรมชาติไม่จำเป็นต้องแสดงความสนิทสนมจนเกินไป
  3. ค้นหา สิ่งที่เหมือนกันของคุณกับคู่สนทนาคุณควรจะหาหัวข้อพูดคุยที่จะสร้างความสนิทใจกับเป้าหมาย จะทำให้รู้สึกคุ้นเคยและสนิทสนมกันง่ายขึ้น สามารถหาข้อมูลพื้นฐานใน LinkedIn หรือ Facebook และควรพูดถึงสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคู่สนทนา เช่น ชมการแต่งกาย
  4. จริงใจ เปิดเผย และพร้อมที่จะสร้างมิตรสัมพันธ์ที่ดีเป็นสร้างความประทับใจที่ยั่งยืน พูดถึงข้อดีของอีกฝ่ายที่คุณสังเกตได้ เพราะยิ่งคุณพูดถึงข้อดีของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกดีต่อคุณมากเท่านั้น
  5. สิ่งสำคัญอีกอย่างที่คุณควรระลึกไว้เสมอคือตามธรรมชาติ อย่าพูดคุยสร้างความประทับใจจนดูเป็นการแสดง คุณอย่าลืมคำถามปลายเปิดสอบถามไปยังคู่สนทนาด้วยเพราะจะเป็นการต่อบทสนทนาที่ดีทำให้การสนทนามีชีวิตชีวา
  6. ในการสัมภาษณ์งานหากคุณไม่เด็กจนเกินไปและมีช่วงวัยและความความสามารถต่างจากผู้สัมภาษณ์อาจทำให้การสนทนาเป็นการแลกเปลี่ยนระหว่างกันจะดีกว่า

ทั้งหมดที่กล่าวมานั้นการสร้าง First Impression เป็นสิ่งที่บางคนทำเลยเพราะเป็นคนมีเสน่ห์หากแต่บางคนนั้นต้องฝึกฝน การจะเติบโตในการทำงานเรื่องบุคลิกภาพก็สำคัญเช่นดัน ไม่ควรมองข้ามที่จะฝึกฝน

Please follow and like us:

พูดจาอย่างมีศิลปะ เคล็ดดีๆที่ช่วยให้ได้งาน

การสัมภาษณ์งานของผู้สมัครงาน สามารถทำให้คุณคือคนที่น่าสนใจเป็นตัวเลือกที่ดีเหนือจากผู้สมัครงานอื่นๆได้ด้วยการมีศิลปะในการพูด เพื่อสร้างความประทับใจ วันนี้เราขอนำข้อแนะนำสำหรับการพูดในการสัมภาษณ์ที่จะสร้างเสน่ห์ให้ผู้สมัครงานมาฝากกัน

คุณควรใช้น้ำเสียง ที่ดังฟังชัด ไม่อู้อี้อยู่ในลำคอ ความดังของเสียงอยู่ในระดับที่ได้ยินชัด  ไม่ใช้เสียงเบาเกินไป ไม่พูดแบบพูดเหมือนกระซิบอยู่ตลอด พูดจาให้มีจังหวะในการพูด การพูดช้า อาจเป็นเพราะใช้เวลาในการคิดหาคำตอบ ถ้าเป็นกรณีนี้ การเตรียมตัวอย่างดีจะช่วยได้เพราะจะ ทำให้ตอบได้ทันที ดังนั้นจึงต้องศึกษาคำถามและเตรียมคำตอบไว้ก่อน

จำไว้ว่าระวังการใช้ ติดปาก เช่น คำว่า  เอ้อ อ้า แบบว่า ก็ แล้วก็ คือว่า คำ เหล่านี้ทำให้ผู้ฟังรำคาญได้ ใคร ต้องฝึกฝน ระวังตัว ที่จะไม่พูดคำเหล่านี้  ไม่ควรพูดคำแสลง เพราะถือว่าเป็นคำไม่สุภาพแล้ว ยังทำให้เกิดความไม่เข้าใจจึงควร พยายามระมัดระวังใน การใช้คำที่เป็นภาษาเฉพาะ รับรู้กันในหมู่วัยเดียวกัน

พูดจาให้พอดี อย่าพูดมากเกินไป ควรตอบเพียงสั้น ๆ กระชัยตรงประเด็นให้คำตอบของสิ่งที่ถามชัดเจน ไม่ควรพูดน้อยเกินไป หาก ไม่พยายามให้ข้อมูล ไม่นำเสนอตัวเองให้เป็นที่รู้จัก จะทำให้คุณไม่น่าสนใจและดูเป็นคนไม่กล้าแสดงความคิดเห็น

ความจริงใจสำคัญที่สุด พูดความจริงอย่างจริงใจไม่ควรพูดโกหก หากถูกจับโกหก มีแต่เสียกับเสียทำให้คุณดูเป็นคนไม่จริงใจกับองค์กร อีกทั้งไม่น่าเชื่อถือ อย่าอวดอ้างหากไม่มีประสบการณ์น้อย และคุณควรบอกว่ามีประสบการณ์ที่จำเป็นต่องานนี้อย่างไรมากกว่าเล่าว่าคุณทำอะไรมาบ้างจนดูเป็นการเล่าประวัติตัวเองไม่ตรงประเด็น

นำเสนอตัวเองให้ดี หากคุณเป็นผู้สมัคร อายุน้อย ควรพูดนำเสนอตัวเองให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่าคุณนั้นมีความตั้งใจในการทำงานยินดีทำงานเต็มที่แม้จะได้เงินเดือนน้อยกว่าผู้มีประสบการณ์   สามารถนำความรู้ทันสมัยมาใช้ในงานได้แสดงให้เห็นว่าคุณมีบุคลิกแบบเปิดพร้อมที่จะพูดคุยกับผู้คนพร้อมที่จะทำความรู้จักกับผู้สัมภาษณ์งาน อย่างเป็นกันเองอย่างมีกาลเทศะ

การพูดจาให้มีเสน่ห์ มีศิลปะ และถูกกาลเทศะคือสิ่งที่ผู้สมัครควรมีหากไม่มีควรฝึกฝนให้สามารถทำออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีการฝึกอบรมหลากหลายที่น่าสนใจที่สอนการนำเสนอ การพูดคุยในที่สาธารณะ และการพูดเพื่อโน้มน้าวจิตใจคนหากมีโอกาสควรที่จะฝึกฝนเพื่อพัฒนาตัวเองจะเป็นประโยชน์ทั้งกับการสมัครงาน การทำงาน และใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย

Please follow and like us:

ท่องให้ขึ้นใจ 9 สิ่งที่ต้องเคร่งคัดหากอยากได้งาน

นอกจากการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์งาน ผู้สมัครงานต้องมีการเตรียมตัวในเรื่องอื่นๆให้พร้อม  เพื่อให้การสมัครงานของคุณนำพาไปสู่การได้งานทำ ผู้สมัครงานต้องไม่ละเลย  สิ่งที่ต้องเคร่งครัดหากอยากได้งาน เราเอาทั้ง 9 ข้อที่คุณต้องเตรียมพร้อมมารวมไว้แล้ว

 

  1. แต่งตัวอย่างมืออาชีพการทำเพื่อให้ตัวคุณเองมั่นใจและทำให้ผู้สัมภาษณ์เกิดความประทับใจ การมีบุคลิกภาพที่ดีเริ่มจากแต่งกายให้สุภาพ เป็นทางการ ใส่รองเท้าหุ้มข้อ จัดแต่งทรงผมให้เรียบร้อย รักษาความสะอาด  นอกจากนี้การแต่งกายที่ดีเป็นการให้เกียรติผู้สัมภาษณ์และสถานที่ แสดงให้เห็นความตั้งใจในการมาสัมภาษณ์งาน
  2. ไม่ควรไปสาย และการตรงต่อเวลาสำคัญมาก ดังนั้นจึงควรวางแผนการเดินทางให้ดี เผื่อเวลารถติดไว้ด้วย และเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นฉุกเฉิน โดยศึกษาเส้นทาง ไปก่อนเวลานัดสัมภาษณ์อย่างน้อย 30 นาทีขึ้นไป เพื่อที่จะได้เตรียมตัว และทำความคุ้นเคยกับสถานที่
  3. ต้องตรวจสอบและเตรียมเอกสารสมัครงานให้พร้อมทั้ง รูปถ่าย สำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนบ้าน หลักฐานการศึกษาต่างๆ รวมทั้งผลงานที่ผ่านมาของคุณ ทางที่ดีควรถ่ายสำเนาและแสกนไฟล์ทั้งหมดส่งเข้าไว้ใน e-mail หรือระบบ Cloud
  4. ควรมีปฏิกิริยาที่ทำให้รู้ว่าการตอบคำถามในระหว่างสัมภาษณ์เป็นไปอย่าง กระตือรือร้นมีชีวิตชีวา ไม่ควรพูดเร็วเกินไป ไม่ควรพูดแทรกกลางคัน หลีกเลี่ยงการตอบคำถามสั้นๆ ด้วยคำว่า “ค่ะ/ครับ” ตอบคำถามให้ชัดเจน ตรงประเด็น มีการอธิบายรายละเอียด
  5. นอกจากเตรียมไปตอบคำถามต้องเตรียมคำถามที่ดีไปถามด้วย เพราะผู้สัมภาษณ์มักเปิดโอกาสให้ถามในช่วงท้ายๆ จึงควรหาคำถามที่ดีส่งเสริมภาพลักษณ์ที่ดีของคุณ เช่นการถามทิศทางขององค์กร ถามว่าคุณสามารถเข้าไปช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร
  6. ไม่ควรพาดพิงหรือพูดแสดงความคิดเห็นถึงเจ้านายเก่า  ที่ทำงานเก่า ในแง่ลบ มันเป็นการแสดงทัศนคติที่ไม่ดีของคุณต่อบุคคลอื่น ควรหลีกเลี่ยงไม่พูดถึงเลยจะดีกว่า
  7. เรื่องต้องห้าม 3 อย่างได้แก่ ความเชื่อ การเมือง และศาสนาไม่ควรแสดงความคิดเห็นใน เพราะเป็นเรื่องของความเชื่อ ส่วนบุคคล
  8. อารมณ์โกรธ ประหม่า เสียใจควรควบคุมอารมณ์เหล่านี้ให้ดีไม่ควรแสดงความรู้สึกในด้านลบบางทีอาจถูกทดสอบยั่วยุอารมณ์คุณต้องจัดการตัวเองให้ได้
  9. มารยาทที่ สัมมาคารวะสำคัญมาก ควรกล่าวคำว่า“สวัสดี” และ “ขอบคุณ” เมื่อก้าวผ่านประตูห้องสัมภาษณ์ควรยกมือไหว้ แสดงความนอบน้อม และมารยาทที่ดี ไม่ว่าผู้สัมภาษณ์จะดูอ่อนวัย หรือตำแหน่งด้อยกว่าคุณก็ตาม เพราะถือเป็นมารยาทพื้นฐานที่ดี จะทำให้คุณมีความน่าสนใจขึ้น

 

ผู้สมัครงานจำให้ดีและปฏิบัติตามจะมีโอกาสที่ดีในการได้งานที่คาดหวังอย่างแน่นอน และยิ่งคุณมีทักษะประสบการณ์ที่ดีร่วมด้วยแล้วตำแหน่งงานดีๆรอคุณอยู่แน่นอน

Please follow and like us:

ผู้สัมภาษณ์งานแบบนี้สิที่ HR เทใจไปให้มากกว่าครึ่ง

การสัมภาษณ์งานนั้นนอกจากจะดูความสามารถของผู้สมัคงานคุณสมบัติที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานแล้ว ฝ่าย HR ที่เรียนรู้วิธีการพิจารณาเลือกคนเข้าทำงานยังมองหาสิ่งอื่นๆในตัวผู้สมัครงานอีกหลายอย่าง เช่น ทัศนคติ ความคิดอ่าน การวางตัว วินัย  และผู้สมัครงานที่มีพฤติกรรมเหล่านี้คือคนที่ HR จะเทใจให้

  1. คนที่มาต่อเวลา

คนที่มารับการสัมภาษณ์งานโดยไมมาสาย หรือ ไม่มาตั้งแต่ไก่โห่ คือคนที่มีความสามารถในการบริหารจัดการตัวเอง และบริหารเวลาที่ดี   จะสามารถทำงานเสร็จตามกำหนด ในทางตรงกันข้างคนที่มาสายโดยไม่มีเหตุผลที่ดีหรือไม่แจ้งมาก่อนว่ามีเหตุว่าต้องมาช้ากว่าเวลานัดเป็นกลุ่มที่ไม่น่าปลื้มเอามากๆ หากรับเข้าทำงานอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของบริษัท

  1. คนที่ทำการบ้านมาดี รู้จักองค์กรในแบบแฟนพันธ์แท้

การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครงาน และ รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับองค์กรที่คุณมาสมัครงานเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณจะอธิบายได้ยากว่าคุณยากทำงานนี้โดยที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานหรือองค์กรเลย ถ้าไม่ทราบข้อมูลก็เหมือนว่าคนไม่ได้ใส่ใจและมีความตั้งใจอยากร่วมงานกับองค์กรจริงๆ

  1. คนที่รู้จักกาลเทศะและการวางตัวที่เหมาะสม

บุคลิกภาพที่ดีในการสัมภาษณ์งานคือการแสดงความสนใจต่อคู่สนทนาและจดจ่อกับคำถามและมีสติในการตอบคำถาม หากผู้สมัครงานมัวแต่มองนาฬิกา หันซ้ายขวา ร้ายไปกว่านั้นคือหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูบ่อยๆแบบนี้คงสอบตกเป็นแน่  ยิ่งคนที่ตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมยิ่งทำให้ HR ระอาใจได้  เช่น สอบถามกรรมการถึงเรื่องส่วนตัว สอบถามข้อมูลเชิงลึกขององค์การอย่างไม่เหมาะสม เช่น ได้ยินว่าหุ้นตกมาก องค์กรมีแนวโน้มจะเลิกกิจการไหม เจ้านานที่นี่เป็นคนยังไง คำถามแบบนี้ควรเก็บไว้อย่าเอ่ยออกมา

  1. คนที่สื่อสารดี มีเหตุผล

ในการสัมภาษณ์งานนั้นเป็นการสื่อสารสองทาง หากผู้สมัครงานสามารถที่จะสื่อสารโดยการขยายความเข้าใจให้กรรมการสอบสัมภาษณ์ได้เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสาร เช่น การยกตัวอย่างสนับสนุนสิ่งที่พูด การแสดงเหตุผลประกอบการตอบคำถามหรือการแสดงความคิดเห็นด้วยการเลือกใช้ถ้อยคำที่ดี ใช้ภาษาที่ถูกต้องทำให้การสื่อสารประสบความสำเร็จมากขึ้นได้ คนแบบนี้จะทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเป็นทีม แบบนี้น่าเอามาร่วมงานด้วย

  1. คนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน

คนเก่งอาจจะไม่สู่คนที่มีทัศนคติที่ดี  ผู้สัมภาษณ์มองหาผู้สมัครที่มีทัศนคติต่อการทำงานเป็นทีม คนที่มีความอุตสาหะในการทำงาน และมีความทุ่มเทในการทำงานมากกว่าคนเก่งที่ไม่มีคามยืดหยุ่นและชอบทำอะไรแบบ One man show เพราะการทำงานร่วมกันในองค์กรมากกว่าการใช้ความสามารถต้องใช้น้ำใจไมตรีในการเกื้อกูลกันด้วย

Please follow and like us:

เมื่อถูกสัมภาษณ์งานด้วยคำถาม เงินเดือนที่คาดหวัง ตอบยังไงให้ดูมีชั้นเชิง

การเรียกเงินเดือน ต้องคำนึงถึงหลายส่วนทั้งความสามารถของคุณ และความสามารถในการจ่ายขององค์กร รวมถึงค่าจ้างเงินเดือนที่อิงกับตลาดแรงงาน พบว่าปัญหาของผู้หางานที่สมัครงานแล้วไม่ได้งาน อาจมาจากเงินเดือนที่ระบุในใบสมัครงาน  ที่ไม่สอดคล้องกับปัจจัยในการกำหนดเงินเดือนตามที่กล่าวมาในข้างต้น  และพบว่านักศึกษาจบใหม่ ที่เรียกเงินเดือนสูง ทั้งที่ยังไม่มีประสบการณ์ หรือแม้แต่คนทำงานมานานที่ไม่รู้ว่าโครงสร้างเงินเดือนควรจะเป็นเป็นเช่นไร แล้วยิ่งเมื่อถูกสัมภาษณ์งานด้วยคำถาม เงินเดือนที่คาดหวัง ตอบยังไงให้ดูมีชั้นเชิง  เรามาดูเทคนิคในการเรียกเงินเดือนกันเถอะ

คุณควรหาข้อมูลเกี่ยวกับอัตราเงินเดือนในตำแหน่งงานที่คุณสมัคร เช่น จาก Salary Survey ที่มีหลายองค์กรที่ทำ สามารถนำมาใช้เพื่ออ้างอิงในการเรียกเงินเดือนของคุณโดยในเอกสารนั้นจะบอกอัตราเงินเดือนในแต่ละอุตสาหกรรมและบอกคุณสมบัติของคนทำงานที่สอดคล้องกับอัตราเงินเดือน

บอกกล่าวถึงความสามารถของคุณ  ว่าคุณมีความสามารถมากพอที่จะเรียกเงินเดือนตามที่ต้องการอย่างไร และเงินเดือนที่จ่ายให้คุณ คุณสามารถที่จะสร้างรายได้ให้กับองค์กรได้อย่างไร  เน้นย้ำว่าจุดแข็งและความสำเร็จของคุณ จะนำมาใช้ในเกิดประโยชน์แก่บริษัทได้อย่างไร เมื่อนายจ้างเห็นคุณค่าก็ไม่ยากที่องค์กรจะพร้อมจ่ายเงินเดือนให้คุณ

การตอบว่าเงินเดือนที่เรียกไปนั้นสามารถจัดการกกับค่าใช้จ่ายและการวางแผนชีวิตในอนาคตของคุณอาจจะไม่ใช่สิ่งที่องค์กรต้องการรู้  และผู้สมัครงานไม่ควรพูดเรื่องเงินเดือนถ้าผู้สัมภาษณ์ยังไม่ถาม เพราะนายจ้างอาจมองว่า คุณให้ความสำคัญเรื่องเงิน

ในกรณีที่คุณเรียกเงินเดือนสูงกว่าที่คุณเคยได้รับจากที่ทำงานเดิม  ผู้สมัครงานต้องแสดงให้เห็นว่าด้วยประสบการณ์และความสามารถรวมทั้งหน้าที่รับผิดชอบที่คุณจะทำให้กับองค์กรใหม่นี้คุณสามารถทำอะไรได้มากขึ้นจึงเป็นความสมเหตุสมผลที่คุณจะดีรับเงินเดือนมากขึ้น เช่น ในหน้าที่รับผิดชอบของตำแหน่งผู้จัดการแผนกในองค์กรที่มีขนาดใหญ่นี้มีหน้าที่รับผิดชอบมากกว่าองค์กรขนาดกลางที่คุณเคยทำงานมา ต้องใช้ทักษะความสามารถที่มากขึ้นและคุณต้องมีการพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ จึงควรได้รับเงินเดือนในอัตราที่เสนอ

จำไว้ว่าอย่าเอาเป็นเอาตายกับการเจรจาต่อรองเงินเดือน คุณอาจตกลงกับนายจ้างว่า คุณยอมรับเงินเดือนตามที่นายจ้างเสนอและหากผลงานเป็นที่น่าพึงพอใจ คุณขอปรับเงินเดือนในภายหลังได้หรือไม่  การดูเงินเดือนที่เป็นตัวเงินไม่เพียงพอต่อการพิจารณาว่าคุ้มค่าหรือไม่ให้ผู้สมัครงานดูรวมไปถึงค่าตอบแทน สวัสดิการ รวมถึงสิ่งที่คุณจะได้รับเมื่อมาทำงานในที่ทำงานใหม่ด้วย เช่น สามารถทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง เนื้องานที่คุณชอบ บรรยากาศในการทำงานที่ดีต่อคุณภาพชีวิต มีโอกาสที่จะได้ร่วมงานกับคนเก่งๆ ทำให้คุณทำงานอย่างมีความสุข  สิ่งเหล่านี้ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของค่าตอบแทนเช่นกัน

โดยสรุปแล้วคุณควรที่จะแสดงข้อมูลเหล่านี้ประกอบการตอบคำถาม คือ  โครงสร้างเงินเดือนในตลาดงาน  คุณค่าประสบการณ์ ความสามารถ และทักษะในการทำงานที่มี สิ่งที่คุณสามารถทำให้กับองค์กร เพื่อแสดงว่าเงินเดือนที่จ่ายมามีความคุ้มค่าที่นายจ้างจะจ่ายให้คุณ

Please follow and like us:

ตอบอย่างไรดีเมื่อถูกสัมภาษณ์ว่าทำไมออกจากงานเก่า

คำถามในลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ต้องการทดสอบผู้สมัครงานในเรื่องทัศนคติ ต้องคิดว่าจะตอบอย่างไรให้ไม่กระทบถึงที่ทำงานเก่าแม้ว่าคุณจะมีเรื่องไม่พอใจที่ทำงานเดิม แต่ก็มักจะถูกถามจี้ๆ เพื่อให้พูดถึงปัญหาจริงๆ เช่น หาผู้สัมภาษณ์สงสัยว่าคุณอาจทำงานผิดพลาดหรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แต่จำไว้ เหตุผลมากมายที่พูดถึงความไม่พอใจไม่เป็นผลดีกับคุณ จงมีสติและลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดู

  1. แสดงให้รู้ว่าสาเหตุเกิดจากตัวคุณเอง เช่น คุณมีความต้องการเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า และโอกาสในหน้าที่การงาน ที่ทำงานเดิมไม่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ การสมัครงานที่ใหม่มีตำแหน่งที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ  จากความสามารถและการสั่งสมความรู้ละแสวงหาความรู้เพิ่มเติมทำให้คุณอยากทำงานที่จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถนี้สร้างผลประโยชน์ให้กับบริษัทได้มากขึ้น
  2. สะท้อนให้เห็นว่าตัวงานใหม่เป็นสิ่งที่คุณมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง เป็นการขยายความจากการตอบข้อแรก คุณต้องกล่าวให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่า การมาสมัครงานที่ใหม่นี้คุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะมาทำงานที่มีความท้าทาย และความท้าทายที่ว่านี้หาไม่ได้จากงานในองค์กรเดิม เช่น งานในองค์กรที่มาสมัครงานในครั้งนี้ ให้ใช้ความสามารถในการประสานงานกับองค์กรต่างชาติ ได้ร่วมงานกับต่างชาติ และมีโอกาสดูแลโครงการขนาดใหญ่
  3. บอกให้ฟังว่าบริษัทที่คุณมาสมัครงาน มีข้อดีที่จะส่งผลให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างไร เช่น มีความมั่นคง มีระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ  เป็นองค์กรระดับชาติ คุณมองเห็นแนวทางในการเดินไปสู่การพัฒนาตัวเอง ได้อย่างไร

 

อย่างไรก็ตามควรที่จะหลีกเลี่ยง ในการตอบว่า รายได้ ผลตอบแทนหรือสวัสดิการที่จะได้จากองค์กรใหม่มีมากกว่าองค์กรเดิม และจำไว้ให้ดีว่าไม่ควรพูดอะไรให้เสื่อมเสียแก่เจ้านาย หรือที่ทำงานเก่าควรพูดในสิ่งที่เป็นด้านดีๆ และย้ำว่าการออกจากที่เดิมคุณ “ต้องการความก้าวหน้า”

อีกอย่างพยายามตอบคำถามที่กระชับ ไม่ต้องตอบคำถามให้ยืดยาว ตอบให้ตรงจุด และสั้นมากที่สุด อย่าตอบให้ออกมาในลักษณะการแก้ตัว หากถูกถามจี้ว่าคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือไม่ ถ้าความจริงคือมี การตอบให้ดูดี สามารถตอบได้ เช่น  ในการทำงานเป็นทีมการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นสิ่งที่ดี อาจมีการแสดงความคิดเห็นที่ค้านกันอยู่บ้างแต่ทุกคนจะเคารพกัน  หรือ  มีคนที่มีทัศนคติหรือความชอบที่ต่างกันอาจจะมีกระทบกันบ้างแต่ในเวลาทำงานคุณสามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้อย่างมืออาชีพ เป็นต้น

Please follow and like us:

สุดยอดคำถามที่ต้องเจอเมื่อไปสัมภาษณ์งาน

สำหรับหลายคนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อผ่านการสมัครงานไปแล้ว การถูกเรียกสัมภาษณ์งานคือสิ่งต่อไป และก็มักจะรู้สึกตื่นเต้น มีความประหม่า เมื่อเจอคำถามต่างๆไม่รู้จะตอบอย่างไรดี  จึงๆแล้วหลักในการตอบคำถามสัมภาษณ์ ควรตอบให้ตรงประเด็น กระชับ ได้ใจความ แสดงตัวตนและมีความคิดสร้างสรรค์

คำถามสัมภาษณ์ที่ผู้สมัครงานมักจะพบเจอ ถูกรวบรวมเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมตัว คิดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สมัครงานสามารถตอบคำถามได้ดีขึ้นมาดูกันเลย

1.แนะนำตัวและเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้เราฟังหน่อย

ข้อนี้เขาต้องการทดสอบการบริหารเวลาและการแสดงความคิดรวบยอด ควรตอบด้วยเวลา 2-3 นาที ให้มีเนื้อหาครอบคลุม นอกจากแนะนำตัวบอกความสามารถ แล้วควรบอกเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงเป็นผู้สมัครที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ ไม่ต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเอง เลือกที่เป็นจุดเด่นเพื่อทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกสนใจในตัวคุณ

2. ทำไมคุณคิดว่าเหมาะกับงานนี้

ให้บอกเล่าประสบการณ์และความสามารถที่เคยผ่านมา ประกอบกับเหตุผล เช่น สิ่งที่เป็นจุดเด่นของคุณและความแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น  สำหรับคนจบใหม่ให้บอกเล่ากิจกรรมที่เคยทำมาในสมัยเรียน เช่น ออกค่าย ฝึกงาน ทำงานพิเศษ   จำไว้ว่าการแสดงความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งดีแต่อย่างคุยไปในลักษณะโอ้อวด

3. รู้ไหมว่าตำแหน่งที่สมัครรับผิดชอบงานอะไร

เบื้องต้นทุกคนต้องรู้อยู่แล้วว่าองค์กรเปิดรับตำแหน่งนี้เข้ามาทำอะไรจาก คำอธิบายงาน (Job Description)  ควรตอบให้สั้นและกระชับและแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งงานนี้มีความรับผิดชอบที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร และคุณจะทำงานในตำแหน่งนี้ให้มีผลด้านบวกกับองค์กรและฝ่ายงานอื่นอย่างไร

4. จุดมุ่งหมายระยะยาวในการทำงานของคุณคืออะไร

ให้ตอบถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคต และต้องบอกวิธีที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่สัมภาษณ์  เช่น ทำงานในตำแหน่งพนักงานขายที่มีความเชี่ยวชาญ โดยสามารถที่จะเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ สามารถพัฒนาทีมขายให้มีประสิทธิภาพ โดยที่ตนเองเข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะและความสามารถอยู่ตลอดเวลา

5. จุดอ่อนของคุณคืออะไร

ตอบความจริงออกไป และแจ้งว่ากำลังปรับปรุงหรือพัฒนาควรบอกผลลัพธ์หลังการปรับปรุงด้วย เช่น กำลังฝึกภาษาญี่ปุ่น โดยเรียนมาแล้ว 2 ครอส ผลการทดสอบรอบแรกผ่านมาด้วยดี กำลังพัฒนาให้สามารถใช้งานได้คล่องขึ้น

6. ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของคุณคืออะไร

บอกเล่าความรู้สึกภูมิใจที่สุดในช่วง 1-2 ปีของการทำงาน บอกถึงวิธีการ อุปสรรคที่เกิดขึ้น และบอกวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อบอกให้รู้ว่าคุณมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา  นอกจากเรื่องงานควรบอกสิ่งอื่นที่คุณภูมิใจ เช่น สามารถดาวน์บ้านให้พ่อแม่ได้ สามารถเก็บเงินสดซื้อรถได้ แต่ไม่ต้องเน้นมากจะดูเป็นการนอกเรื่องเกินไป

Please follow and like us: