หางานแบบคนยุคดิจิทัล หางานได้จากที่ไหนบ้างนะ ?

นอกจากวิธีการหางานแบบเดิมๆ ไม่ว่าจะหาจาก   หนังสือพิมพ์  หน้าที่รวมประกาศรับสมัครงาน หรือที่เรียกกันว่าหน้า Classifies   นิตยสารสมัครงานmujรวมประกาศรับสมัครงาน   เว็บไซต์หางาน

ที่รวบรวมตำแหน่งงานว่าง ไม่ว่าจะเป็นงานประจำ หรืองานพิเศษ ตลอดจนงานพาร์ทไทม์ (Part time) บริษัทจัดหางาน ที่เปรียบเสมือนเป็นนายหน้าที่จะจัดหาตำแหน่งงานที่เหมาะสมให้แก่ผู้หางาน  ซึ่งควรดูบริษัทให้ดีก่อน ว่าน่าเชื่อถือได้หรือไม่   ยังมีหน่วยงานของรัฐอย่าง สำนักงานจัดหางาน ที่อำนวยความสะดวกให้แก่บุคคลที่ว่างงาน หรือต้องการเปลี่ยนงาน   รวมทั้งหางาน จากคนรู้จัก  หรือไปหางานในงานนัดพบผู้ประกอบการ  ยังมี การประชาสัมพันธ์ผ่านการแนะแนวของมหาวิทยาลัย ในปัจจุบันยังมีช่องทาง ที่ได้รับความสนใจมาก อาทิ

  1. Campus Visit  ในเทอมที่ 2  ของแต่ละปีการศึกษา  บริษัทขนาดใหญ่ที่มีชื่อเสียง  เช่น  เครือซีเมนต์ไทย  บริษัท  แอดวานซ์  อินโฟ  เซอร์วิส จำกัด (AIS)  ซึ่งต่างก็ใช้ในช่วง  Golden Time ประชาสัมพันธ์บริษัทและเปิดรับสมัครงาน โดยเข้าไปทำกิจกรรมที่มหาวิทยาลัย  บริษัทมีโอกาสประชาสัมพันธ์ตัวเองและรับสมัครงานไปด้วยในตัว  Campus  Visit  ยังมีข้อได้เปรียบที่ผู้สมัคงานสามารถสอบถามสิ่งที่คุณอยากรู้ สงสัย แล้วได้รับคำตอบทันที
  2. การเข้าฝึกงานในรูปแบบสหกิจศึกษา (Co-operative Education Program) หรือ บางแห่งมีการบ่มเพราะนักศึกษาร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการ เช่น โครงการดีแทคชวนน้อง ๆ นักศึกษา ปี 2-4 สมัครเข้ารับการคัดเลือกเป็นหนึ่งใน “ลองดีกับดีแทค” หรือ โครงการ Internship & Co-Operative Education รับสมัครนิสิต นักศึกษาฝึกงานกับ ทรู คอร์ปอเรชั่น  รวมทั้ง KBTG กับโครงการ BOOTCAMP ที่เปิดโอกาสให้นักศึกษาทั้งระดับปริญญาตรีชั้นปีที่ 3-4 ซึ่งกำลังมองหาที่ฝึกงานเข้าทดลองทำงาน ด้วยการคิดจริง ปฏิบัติจริง โดยทีมรุ่นพี่มืออาชีพที่พร้อมด้วยประสบการณ์คอยแนะนำและแชร์ความรู้มากมาย  อีกหนึ่งตัวอย่างที่มีมายาวนานคือ โครงการ Growing with AIS ส่งเสริมให้นิสิต/นักศึกษามีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ และเสริมสร้างประสบการณ์การทำงานเป็นทีมผ่านกิจกรรมกลุ่มพิเศษ
  3. สำหรับผู้หางานทั่วไปสามารถหางานผ่านมือถือได้ง่ายๆเช่น Helpster  แพล็ตฟอร์มที่จับคู่พนักงานระดับปฎิบัติการกับธุรกิจแห่งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นของ Helpster คือ  ความรวดเร็ว   คุณภาพพนักงาน และออกแบบมาให้ใช้งานง่าย  แอพพลิเคชั่น Kolla  กับสโลแกน  “หาคนทำงานทั่วไทย หางานที่ใช่ ใกล้บ้าน”  และคำเชิญชวนที่ว่า “เชื่อไหมว่า SME ก็สามารถหาพนักงานได้ภายใน 1 นาที  อีก Application หางาน ที่น่าสนใจคือ Adecco Thailand Jobs & Knowledge Center เป็น Applicationของ กลุ่มบริษัทอเด็คโก้ประเทศไทย ผู้เชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาด้านทรัพยากรบุคคลแบบครบวงจร Adecco  มุ่งทำ Applicationสำหรับคนทำงาน หรือ ผู้ที่กำลังมองหางาน เพื่อช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนทำงานรุ่นใหม่
Please follow and like us:

เนคไท สิ่งเล็กๆที่บอกความเป็นคุณเมื่อไปสมัครงาน

สิ่งที่บอกถึงรสนิยมของผู้สมัครงานได้ดีอย่างหนึ่งกรณีผู้สมัครงานผู้ชายคือการเลือกใช้เนคไทที่เหมาะสมในกับสูท เป็นสิ่งที่คุณควรใส่ใจ และพิถีพิถันเพราะช่วยเสริมบุคลิกให้คุณดูภูมิฐานและดูโดดเด่นสำหรับผู้ที่กำลังจะไปสมัครงานอยากให้คุณอ่านวิธีเลือกเนคไทคให้เหมาะกับแต่ละชุด และโอกาสกันดีกว่า

เนคไทลายกราฟฟิค  ส่งเสริมบุคลิกสนุกสนาน ขี้เล่น และมีอารมณ์ศิลปินหากจะให้ดูดียิ่งขึ้นควรสวมใส่กับสูทสีน้ำเงิน กรมท่า และน้ำตาล ส่วนเสื้อเชิ้ตที่สวมใส่ด้านใน สามารถเลือกใส่ได้ไม่จำกัดสีสัน

เนคไทสีเทาลายดอกเล็กๆ หนุ่มบางคนอาจจะเมินแต่นี่เป็นเนคไทที่ควรมีติดตู้เสื้อผ้า เพราะเข้ากันได้ดีกับเสื้อผ้าและสูทแทบทุกชุด  สามารถใช้กับเชิ้ตและสูทหลากหลายแบบ  จะใส่สำหรับมาสมัครงาน หรือจะใสเพื่อไปงานปาร์ตี้ก็ไม่มีปัญหา

เนคไทลายสกอต   ช่วยทำให้คุณผู้ชายทั้งหลายดูเป็นชายหนุ่มที่มีความทันสมัย มั่นใจ ยิ่งเข้าคู่กับสูทสีดำ หรือน้ำตาล และเสื้อเชิ้ตสีขาว หรือโทนสีพื้นๆ จะทำให้คุณมีลุกแบบบิสซิเนสแมน

เนคไทลายริ้วเป็นแบบที่มีความคลาสสิค เหมาะกับหนุ่มมาดนักธุรกิจเข้ากับชุดสูทสีเทา หรือสีกรมท่าได้ดีมาก ควรสวมใส่กับเสื้อเชิ้ตขาวด้านใน ดูสะอาดสะอ้านและมีรสนิยมทำให้มีความภูมิฐานน่านับถือ

เนคไทสีพื้น ไม่ว่าสีอะไรสามารถใช้ได้ง่าย เป็นที่นิยมมาก ดูภูมิฐาน มีรสนิยม และคลาสสิคอยู่ในทีอาจเป็นสีเข้ม สีอ่อน ยิ่งทำมาจากผ้าไหม ชั้นดี และจะทำให้หนุ่มๆ ที่สวมใส่ดูเป็นคนเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยความสง่างาม มาจับคู่กับเสื้อเชิ้ตสีขาวและสูทสีดำ หรือสีเทา เลือกใส่กับเสื้อเชิ้ตสีพื้นๆ จะดีมาก

เนคไทสีม่วงเบอร์กันดี้ลายดอก แสดงถึงความเป็นคนมีมาดสุขุมและเป็นนักอนุรักษ์นิยมเล็กๆ สูทที่เหมาะกับเนคไทลายนี้ก็จะเป็นสูทสีขาว สีเขียวแบบทหาร หรือสีน้ำตาล และเสื้อเชิ้ตควรจะเป็นสีน้ำเงิน ดำ หรือน้ำตาล ซึ่งจะทำให้ผู้สวมใส่แลดูภูมิฐาน และอบอุ่น

สมัครงานนั้นอาจไม่ต้องผูกเนคไทยและไม่จำเป็นต้องใช้ของแพง หรือแบรนด์ดังขอให้ดูดี สุภาพ และสะท้อนรสนิยมที่ดีก็พอแล้ว แต่การที่ผูกเนคไทใส่สูทจำเป็นมากสำหรับการสมัครงานที่ต้องการความเป็นทางการตั้งแต่ตำแหน่ง พนักงาน ผู้จัดการ ผู้บริหาร การไม่ใส่สูทผูกเนคไท จะทำให้คุณดูไม่มีความเป็นมืออาชีพ

Please follow and like us:

ผู้สัมภาษณ์งานแบบนี้สิที่ HR เทใจไปให้มากกว่าครึ่ง

การสัมภาษณ์งานนั้นนอกจากจะดูความสามารถของผู้สมัคงานคุณสมบัติที่สอดคล้องกับตำแหน่งงานแล้ว ฝ่าย HR ที่เรียนรู้วิธีการพิจารณาเลือกคนเข้าทำงานยังมองหาสิ่งอื่นๆในตัวผู้สมัครงานอีกหลายอย่าง เช่น ทัศนคติ ความคิดอ่าน การวางตัว วินัย  และผู้สมัครงานที่มีพฤติกรรมเหล่านี้คือคนที่ HR จะเทใจให้

  1. คนที่มาต่อเวลา

คนที่มารับการสัมภาษณ์งานโดยไมมาสาย หรือ ไม่มาตั้งแต่ไก่โห่ คือคนที่มีความสามารถในการบริหารจัดการตัวเอง และบริหารเวลาที่ดี   จะสามารถทำงานเสร็จตามกำหนด ในทางตรงกันข้างคนที่มาสายโดยไม่มีเหตุผลที่ดีหรือไม่แจ้งมาก่อนว่ามีเหตุว่าต้องมาช้ากว่าเวลานัดเป็นกลุ่มที่ไม่น่าปลื้มเอามากๆ หากรับเข้าทำงานอาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของบริษัท

  1. คนที่ทำการบ้านมาดี รู้จักองค์กรในแบบแฟนพันธ์แท้

การศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับตำแหน่งงานที่สมัครงาน และ รายละเอียดสำคัญเกี่ยวกับองค์กรที่คุณมาสมัครงานเป็นสิ่งสำคัญมาก คุณจะอธิบายได้ยากว่าคุณยากทำงานนี้โดยที่คุณไม่รู้อะไรเกี่ยวกับงานหรือองค์กรเลย ถ้าไม่ทราบข้อมูลก็เหมือนว่าคนไม่ได้ใส่ใจและมีความตั้งใจอยากร่วมงานกับองค์กรจริงๆ

  1. คนที่รู้จักกาลเทศะและการวางตัวที่เหมาะสม

บุคลิกภาพที่ดีในการสัมภาษณ์งานคือการแสดงความสนใจต่อคู่สนทนาและจดจ่อกับคำถามและมีสติในการตอบคำถาม หากผู้สมัครงานมัวแต่มองนาฬิกา หันซ้ายขวา ร้ายไปกว่านั้นคือหยิบโทรศัพท์มือถือมาดูบ่อยๆแบบนี้คงสอบตกเป็นแน่  ยิ่งคนที่ตอบคำถามหรือแสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมยิ่งทำให้ HR ระอาใจได้  เช่น สอบถามกรรมการถึงเรื่องส่วนตัว สอบถามข้อมูลเชิงลึกขององค์การอย่างไม่เหมาะสม เช่น ได้ยินว่าหุ้นตกมาก องค์กรมีแนวโน้มจะเลิกกิจการไหม เจ้านานที่นี่เป็นคนยังไง คำถามแบบนี้ควรเก็บไว้อย่าเอ่ยออกมา

  1. คนที่สื่อสารดี มีเหตุผล

ในการสัมภาษณ์งานนั้นเป็นการสื่อสารสองทาง หากผู้สมัครงานสามารถที่จะสื่อสารโดยการขยายความเข้าใจให้กรรมการสอบสัมภาษณ์ได้เข้าใจสิ่งที่ต้องการสื่อสาร เช่น การยกตัวอย่างสนับสนุนสิ่งที่พูด การแสดงเหตุผลประกอบการตอบคำถามหรือการแสดงความคิดเห็นด้วยการเลือกใช้ถ้อยคำที่ดี ใช้ภาษาที่ถูกต้องทำให้การสื่อสารประสบความสำเร็จมากขึ้นได้ คนแบบนี้จะทำงานร่วมกับผู้อื่นได้ดีไม่มีปัญหาเรื่องการสื่อสารเป็นทีม แบบนี้น่าเอามาร่วมงานด้วย

  1. คนที่มีทัศนคติที่ดีในการทำงาน

คนเก่งอาจจะไม่สู่คนที่มีทัศนคติที่ดี  ผู้สัมภาษณ์มองหาผู้สมัครที่มีทัศนคติต่อการทำงานเป็นทีม คนที่มีความอุตสาหะในการทำงาน และมีความทุ่มเทในการทำงานมากกว่าคนเก่งที่ไม่มีคามยืดหยุ่นและชอบทำอะไรแบบ One man show เพราะการทำงานร่วมกันในองค์กรมากกว่าการใช้ความสามารถต้องใช้น้ำใจไมตรีในการเกื้อกูลกันด้วย

Please follow and like us:

จัดการกับตัวเองยังไงดีเมื่อสมัครงานมาหลายที่ แต่เรายังไม่ใช่คนที่ถูกเลือก

ออกจากบ้าน ทุกวัน แปดโมงเช้า ถึง ห้าโมงเย็น รองเท้าสึกไปหลายคู่ ส่งใบสมัครมาเป็นร้อยที่ ฝากประวัติไว้ทุกเว็ปไซด์  แล้วทำไมยังไม่ได้งาน งานที่ถูกเรียกไปสัมภาษณ์ก็ไม่เห็นติดต่อมา เพื่อนที่จบพร้อมกันได้งานไปหลายคน บางคนเริ่มทำงานมีเงินเดือน อวดกันใหญ่ในเฟสบุ๊ค แล้วเราล่ะ ยังอยู่แบบหางานไม่ได้ เลี้ยงรุ่นที่จะมาถึงคงไม่มีหน้าไปเจอใคร

คุณเป็นคนหนึ่งที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้หรือเปล่า ถ้าปล่อยเอาไว้นานๆความเครียดและโรคซึมเศร้าคงตามมาแน่ๆถ้าคุณหางานมานานไม่ได้งาน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการจัดการกับตัวเอง ด้วยแนวทางต่อไปนี้

  1. เรียกขวัญกำลังใจ บอกตัวเองว่าอย่าเพิ่งหมดกำลังใจ

อย่าเพิ่งหมดกำลังใจ แม้คุณจะท้อบ้างแต่การหมดกำลังใจคงยิ่งทำให้คุณแย่ไปมากกว่าเดิม ถ้าหางานไม่ได้สักที ตั้งสติพักบ้างอย่าหักโหม  หาพยายามสมัครงานเดิมซ้ำๆก็ยิ่งจะทำให้ขาดความมั่นใจเมื่อไม่ได้งาน และอาจจะทำให้พลาดโอกาสได้งาน ลองมองหางานในสายงานอื่นที่อาจไม่ตรงกับที่จบมาบ้างน่าจะดี

  1. หากระจกสะท้อนตัวคุณ และทบทวนตัวเอง

ตั้งคำถามกับตัวเอง แล้วจงหาคำตอบ บางคนถามตัวเองว่าทำไมไม่ได้งาน แต่ไม่หาคำตอบ ทางที่ดีจงวิเคราะห์หาข้อผิดพลาด  ดูเราพลาดตรงไหน จะแก้ไขอย่างไร ทำอะไรผิดไปในการสัมภาษณ์ เรซูเม่ไม่ดีตรงไหนรึเปล่า  ความสามารถที่เราไมตรงตามที่องค์กรต้องการหรือไม่แล้วจะพัฒนาตัวเองอย่างไรสอบถามกับเพื่อนที่ได้งานถามหาวิธีการเตรียมตัวในการสมัครงาน เพื่อนแท้ย่อมต้องแนะนำคุณอย่างจริงใจ

  1. ยังขาดความรู้ความสามารถอะไรเติมให้เต็ม

แม้จบการศึกษาแล้วแต่การสร้างเสริมประสบการณ์และทักษะ รวมทั้งการเรียนรู้นั้นไม่มีวันสิ้นสุด ในขณะที่หางานอยู่นั้น คุณจะยังมีเวลาที่สามารถเพิ่มความรู้ให้ตัวเอง ยิ่งในยุคนี้หลักสูตรออนไลน์ที่น่าสนจีให้เรียนฟรีมากมาย จงสร้างตัวเองให้เป็นคนที่มีทักษะพร้อมต่อการทำงาน   เช่น เรียนภาษาเพิ่มเติม  เรียนการใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำหรับทำงานแบบมืออาชีพ

  1. เติมไฟให้การหางานอยู่เสมอ

แม้ว่าคุณเหนื่อยจากการหางาน แต่อย่าให้ไฟฝันของคุณหยุดลง หมั่นสร้างความกระตือรือร้น เติมไฟให้กับตนเอง  คุณชอบทำอะไรก็ทำในสิ่งนั้นแบ่งเวลาให้ตัวเองได้ผ่อนคลาย บางครั้งคุณอาจหาเงินได้จากสิ่งที่ชอบ เคยได้ยินใช่ไหมว่า เรื่องเล่นๆบางทีก็เป็นเงิน  เช่นบางคนชอบอ่านหนังสือ เขียนหนังสืออาจได้งานเป็นนักเขียนอิสระ  บางคนชอบเล่นเกม ก็อาจกลายเป็นคนเขียนรีวิวเกม  บางคนชอบแต่งหน้าโอกาสการเป็นบิวตี้บล๊อคเกอร์ก็อาจจะมาถึงในตอนนี้ คุณจะได้มีรายได้จากงานอดิเรก และเมื่อถึงเวลาที่พร้อมในการหางานประจำที่มั่นคงคุณจึงกระโดเข้าสู่การแข่งจันอีกครั้ง

Please follow and like us:

เมื่อหุ่นยนต์ถูกนำมาใช้คัดเลือกผู้สมัครงาน ทำยังไงกันดีเหล่ามนุษย์

โลกในยุคดิจิทัล นี้มีเทคโนโลยีสุดว้าวที่มาอำนวยความสะดวกให้กับผู้คน และในอีกมุมหนึ่งเทคโนโลยีก็เข้ามาทำงานหลายอย่างแทนมนุษย์จากที่เรามักคิดว่าเทคโนโลยีจะทำงานที่เป็น Hard Skill ได้นั้น ต้องคิดใหม่แล้วเพราะเทคโนโลยีอย่าง  AI มีความสามารถในการคิดวิเคราะห์ได้ใกล้เคียงกับมนุษย์และกำบังมีบทบาทในการเข้ามาคัดเลือกผู้สมัครงาน 

อย่างกรณีของ บริษัท Unilever ซึ่งมีสินค้าอยู่ในสังกัดมากกว่า 400 แบรนด์ ใช้วิธีการรับสมัครงานมนุษย์โดยใช้ AI ในการทำงานคัดสรรว่าใครจะมีคุณสมบัติตรงกับที่องค์กรต้องการ และจะคัดผู้สมัครงานที่ไม่เพียงพอออกจากการแข่งขัน   น่าสนใจไปมากกว่านั้น ผู้สมัครงานที่ผ่านการคัดเลือกรอบแรกต้องเข้าสู่การทดสอบด้วย ออนไลน์ 12 เกมส์เพื่อทดสอบความสามารถทางด้านต่างๆของตัวเอง

สิ่งที่ AI ทำการประเมินผู้สมัคงาน ทำได้จากการประมวลเกี่ยวกับ จากคำศัพท์ที่ใช้ สีหน้าท่าทาง อารมณ์ภาษากาย ปฏิกิริยา ความรวดเร็วในการตอบคำถาม โดยจะวิเคราะห์ออกมาเป็นระดับความฉลาด บุคลิกภาพ และความมั่นคงทางอารมณ์  มีการใช้ระบบ AI มาสักพักหนึ่ง แต่ยังไม่สามารถสรุปอย่างเป็นทางการว่ามันจะให้ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้องแม่นยำแต่แน่นอนว่ามันสามารถช่วยลดระยะเวลาการทำงานของการคัดเลือกคนทำงานได้เป็นอย่างมาก

การพัฒนา AI ในปัจจุบันยังคงเป็นการควบคุมโดยมนุษย์แต่เราก็ได้เห็นก้าวต่อไปสู่การก้าวไปสู่วิธีการทำงานแบบ Automation ที่ทำให้มนุษย์ต้องเริ่มมาตระหนักคิดแล้วว่าจะพัฒนาศักยภาพของตัวเองยังไงไม่ให้ AI มาแย่งงานทำ หรือจริงๆแล้วเมื่อ AI มาทำงานแทนคุณได้คุณต้องสามารถสร้าง Value อื่นๆให้กับองค์กรเพื่อความอยู่รอดในสายงานของคุณ

แม้เราจะเคยผ่านการใช้ชีวิตร่วมกับระบบ Automation มาแล้วเช่น การทำงานที่ตอบสนองผลลัพธ์สั้นๆ แต่ ในยุคที่ผ่านมา Automation ยังไม่ใช่ระบบที่สมบูรณ์มากนัก แต่วันนี้และวันข้างหน้าไม่เป็นเช่นนี้แล้ว มนุษย์ต้องเตรียมตัวเองให้ดี วันนี้ AI ทำหน้าที่คัดเลือกผู้สมัครงาน วันหน้าอาจไม่จำเป็นว่าคุณต้องมาสมัครงานเพราะ AI ทำงานแทนคุณอย่างสมบูรณ์แบบ เมื่อไปถึงจุดนั้นมนุษย์ก็ต้องหาความชอบธรรมในการทำงานที่มีคุณค่า ในอนาคตอันใกล้นี้ อัตราการว่างงานน่าจะเพิ่มขึ้นเพราะ AI ไม่ได้หยุดพัฒนา AI ทำงานอย่างไม่เหนื่อย ไม่บ่น ไม่เรื่องมาก แต่คนล่ะคุณเป็นแบบนั้นไหม

ถ้ามนุษย์จะสู่ AI ได้คุณต้องสามารถให้ในสิ่งที่ AI ไปไม่ถึงคือการให้ความคิดสร้างสรรค์ การให้บริการที่มีการใส่อารมณ์ความรู้สึก ความจริงใจความเป็นมนุษย์ลงไป ในขณะที่ทักษะที่ต้องการการคิดวิเคราะห์ที่ซับซ้อนมากๆ การวินิจฉัยสิ่งต่างๆที่มีความละเอียดและต้องใช้ความรู้สึกร่วมด้วย เป็นสิ่งที่มนุษย์ต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเอง

Please follow and like us:

5 เทคนิคพิชิตใจ HR สมัครงานครั้งไหนก็ไม่ต้องหวั่น

ฝ่ายทรัพยากรมนุษย์หรือ HR เป็นด่านแรกที่คุณจะต้องเจอเมื่อไปสมัครงาน การพิชิตใจให้คน HR ประทับใจในตัวคุณซึ่งเป็นผู้สมัครงานจึงสำคัญมาก เมาดูกันเถอะว่าคน HR มองหาอะไรในตัวผู้สมัคร ที่จะยกให้เป็นผู้สมัครที่เข้าข่ายน่าสนใจ

1. เริ่มจากแสดงให้ฝ่าย HR รู้ว่าคุณมีทักษะพร้อมในการทำงาน

มีความรู้หรือทักษะในสายงานที่ได้ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสายงานหรือตำแหน่งงานที่สมัครได้   เพราะหากคุณพร้อมในการทำงานองค์กรจะสามารถลดค่าใช้จ่ายใยหารเทรนงานและฝึกอบรมคุณลงได้มาก   ยิ่งถ้าคุณมีทักษะเฉพาะทางจะทำให้คุณโดดเด่นและดูมีภาษีดีกว่ากว่าคนอื่นๆ

2. สื่อสารให้ HR รู้ว่าคุณมีทัศนคติที่ดีกับองค์กรที่มาสมัครงาน

หน้าที่ของ HR คือการทำให้คนมีความรักและผูกพันกังองค์กร คนที่มีทัศนคติที่ดีต่อองค์กร ตำแหน่งงาน  เพื่อนร่วมงาน หรือสิ่งรอบๆ ตัว จะช่วยให้การทำงานราบรื่นและออกมาดี  ดังนั้นอย่าลืมที่จะแสดงให้ HR เห็นด้วยว่าคุณมีลักษณะนิสัยที่เหมาะกับองค์กรของเขา เช่น ชื่นชอบในแนวทางการทำงานขององค์กร ศรัทธาความสามารถของผู้บริหาร ใฝ่ฝันที่จะมาทำงานในองค์กรนี้มานานแล้ว

3. เสนอว่าคุณสามารถเพิ่มผลตอบแทนให้กับองค์กรได้

ด้วยวิธีต่างๆข้อนี้จะเห็นผลได้ดีในกรณีผู้สมัครงานที่ทำงานมานานและเปลี่ยนองค์กร  คนที่มีประสบการณ์ในสายงานนั้นๆ จะเป็นประโยชน์ต่อการทำงานในอนาคตได้ การที่ HR สามารถคัดเลือกคนที่สร้างผลตอบแทนให้องคกรได้ถือเป็นสิ่งที่สะท้อนการทำงานที่ประสบความสำเร็จของฝ่าย HR ด้วย

4. ทำให้ HR เชื่อมั่นว่าคุณมีความสามารถที่จะมาทดแทนทักษะและประสบการณ์ที่ขาดไป

อธิบายสิ่งที่คุณเคยทำ และทักษะที่คุณได้รับมาจากการทำงานที่ผ่านมา หลายองค์กรมีความเร่งรีบในการหาผู้สมัครงานที่ต้องพร้อมต่อการทำงานในทันทีและต้องรีบหาคนใหม่มาแทนคนเก่า การที่คุณแสดงออกว่าพร้อมในการเริ่มงานและจะมาสานงานต่อเนื่องได้จะทำให้คุณเป็นคนที่ถูกเลือกได้ง่ายๆ

5. จงเรียกเงินเดือนที่สมเหตุผล

การพิจารณาเงินเดือนเป็นส่วนสำคัญที่ฝ่าย HR ต้องพิจารณาคุณควรที่จะแสดงให้เห็นว่าเงินเดือนที่คุณเรียกนั้นองค์กรมีความสามารถในการจ่ายและเป็นไปตามอัตราโครงสร้างเงินเดือนของตลาดงาน เพื่อที่ HR จะสามารถนำส่วนนี้ไปเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องอื่นๆได้ อย่างสมเหตุผล หลายคนเรียกเงินเดือนเกินความสามารถแม้คุณมีคุณสมบัติน่าสนใจแต่อาจถูกปฏิเสธโดยที่ยังไม่ได้แสดงออกให้ทราบถึงความสามารถของคุณ ด้วยซ้ำไป

Please follow and like us:

เด็กจบใหม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปสมัครงาน

ทุกปีมีบัณฑิตจบใหม่ร่วมแสนคนทุกคนเมื่อจบการศึกษาแล้วก็มุ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน การสมัครงานเป็นสิ่งที่ทุกคนเหมือนว่าต้องทำเพราะถึงเวลาที่จะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการทำงานจริง แต่หลายคนเมื่อไปสมัครงานแล้วก็จะพบว่าองค์กรต่างๆต้องการคนที่มีประสบการณ์ แล้วเด็กจบใหม่จะทำยังไงดี การเตรียมตัวสำหรับการสมัครงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กจบใหม่ทุกคนควรที่จะเรียนรู้ไว้เพื่อเพิ่มโอกาสได้งาน เรามาดูไปพร้อมกันว่าเด็กจบใหม่ควรที่จะเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปสมัครงาน

สมัครงาน
เริ่มจาก  ตอบคำถามตัวเองให้ดีกว่าอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร  แม้ว่าหลายคนจะเรียนสาขาวิชาที่มีความเป็นวิชาชีพสูง เช่น วิศวกรรม ศึกษาศาสตร์  การบัญชี แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำงานในสายอาชีพเท่านั้น ต้องคิดว่างานไหนที่เหมาะสมกับเรา ทำแล้วมีความสุข และคุณมีความสามารถสำหรับทำงานอะไรชีวิตการทำงานต่างจากการเรียนบางคนเรียนไปแล้วรู้ว่าไม่ชอบสิ่งที่เรียน แล้วยังจะมาใช้ชีวิตกับสิ่งนี้อีกคุณอาจกำลังหลงทาง  เมื่อพบแล้วว่าจริงๆอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร จงหาข้อมูลเกี่ยวกับสายอาชีพนั้น ๆ อาจปรึกษาคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือคนที่อยู่ในสายอาชีพที่เราสนใจ จากนั้นก็วางแผนเข้าสู่สายอาชีพนั้นๆ บางทีคุณอาจต้องศึกษาอะไรเพิ่มเช่น การทดสอบภาษา หรือ ความสามารถที่มีใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้ประกอบการสมัครเข้าสู่สายอาชีพที่ต้องการ

จัดทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมผลงาน และแสดงให้เห็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน   เช่น ประสบการณ์การฝึกงาน อบรม กิจกรรม หรืองานพิเศษต่าง ๆ ที่เคยทำมา จัดทำเรซูเม่ ให้มีความน่าสนใจ มากกว่าการเขียนเพื่อบอกเล่าตามแบบฟอร์มเดิมๆ ต้องใส่ใจกับเรซูเม่ให้มากเพราะถือเป็นสิ่งแรกที่ทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักคุณ แสดงให้เห็นความพร้อมของคุณต่อการทำงานในตำแหน่งงานที่สมัครและแสดงจุดมุ่งหมายในอาชีพให้องค์กรได้รับรู้

 

เตรียมเอกสารการสมัครงานอย่างรอบครอบ หลายครั้งการเตรียมเอกสารที่ไม่เรียบร้อยของผู้สมัครทำให้องค์กรปฏิเสธการสมัครงานของคนคนนั้นไปเลยเพราะมันสะท้อนถึงความไม่มีระเบียบและความรอบครอบ ให้ถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญต่าง ๆ รับรองสำเนาถูกต้องอย่างถูกวิธี  เตรียมรูปถ่ายชุดสุภาพสำหรับใช้ในการสมัครงานให้เรียบร้อยอย่าใช้รูปที่ใส่ชุดครุย จัดเรียงเอกสารให้ถูกต้องตามลำดับ กรอกรายละเอียดใบสมัครให้ครบถ้วน

 

ในการยื่นใบสมัครหากต้องยื่นด้วยตนเอง แต่งกายให้สุภาพ เมื่อต้องเข้าไปในองค์กร เมื่อส่งเอกสารแล้วควรสอบถามระยะเวลาในการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่รับสมัคร เพื่อที่คุณจะได้ทราบการเตรียมตัวในการทดสอบในขั้นตอนต่อไป อย่าลืมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน จากนั้นรอการติดต่อกลับ หากองค์กรสนใจในตัวคุณการสัมภาษณ์หรือการทดสอบอื่นๆจะเป็นลำดับต่อไป

Please follow and like us:

สมัครงานออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่ายุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี การสมัครงานโดยผ่าช่องทางออนไลน์นับเป็นเรื่องที่สะดวกสบายไปร้อยแปดจริงๆ ค่ะ การสมัครงานออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ตามนี้เลยค่ะ

ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งในที่นี้หมายถึง ข้อมูลอื่นๆ ที่นอกเหนือจากชื่อ นามสกุล ที่อยู่นะคะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครออนไลน์อยู่แล้วค่ะ ข้อมูลที่นอกเหนือจากใบสมัคร หมายถึง

  • ประวัติการเรียน ตั้งแต่ชั้นมัธยม จนถึงมหาวิทยาลัยระดับสูงสุด เริ่มเรียนปีไหน จบปีเท่าไหร่ เป็นต้นค่ะ
  • ประวัติการทำงาน ในส่วนนี้ก็แน่นอนค่ะ ประวัติการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงที่ล่าสุด อันนี้อย่าลืม ปี พ.ศ. ด้วยนะคะ
  • ประวัติการฝึกอบรม โดยปกติในการทำงานบริษัททุกบริษัทจะต้องมีการจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานค่ะ เพื่อเป็นการฝึกทักษะหรือพัฒนาบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานค่ะ และหากเรามีประวัติในส่วนนี้ ขอให้เตรียมมาทั้งหมด โดยขอจากฝ่ายพัฒนาบุคลากรของบริษัทนะคะ หากมีประวัติเหล่านี้ก็จะง่ายต่อการพิจารณามากขึ้นค่ะ หากเป็นน้องใหม่ไม่มีประวัติการฝึกอบรมจะทำอย่างไร ไม่ต้องกังวลค่ะ อันนี้ HR เค้าจะทราบจากใบสมัครอยู่แล้วว่าเป็นบัณฑิตใหม่จ้า
  • ข้อมูลในส่วนของหน้าที่ในตำแหน่งงานค่ะ อันนี้เป็นส่วนปลีกย่อยอยู่ในเรื่องประวัติการทำงานนะคะ ในการกรอกข้อมูล เค้าจะมีช่องให้ระบุค่ะในแต่ละที่ทำงานที่ผ่านมา ตำแหน่งเรา ต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้าง เขียนตามความจริงได้เลยค่ะ
  • รูปถ่าย หน้าตรง ถูกระเบียบนะคะ ใช้เป็น File Jpeg ค่ะ เราสามารถขอไฟล์จากร้านถ่ายรูปได้ และนำมาลงในคอมพิวเตอร์ จากนั้นทำการแนบไฟล์ภาพได้เลยจ้า โปรแกรมที่เราทำการสมัครงานเค้าจะมีช่องให้ดาวน์โหลดอยู่แล้วจ้า หรือใครจะสแกนรูปก็ได้ ไม่ว่ากันค่ะ แต่ทำวิธีแรกน่าจะง่ายกว่า
  • ไฟล์เรซูเม่ (Resume) อันนี้สำคัญค่ะ ในการเตรียมเรซูเม่ (Resume) จะใช้ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนะคะ เพียงแต่สิ่งนี้เป็นเอกสารเพิ่มเติมที่เราจะต้องแนบไปในการสมัครงานด้วย เพราะข้อมูลใน เรซูเม่ (Resume) จะมีรายละเอียดมากกว่าสิ่งที่เรากรอกลงไปในเวปค่ะ สิ่งที่เพิ่มเติมมาจากที่เรากรอกไปในเวปคือ เอกสารแนบ เรซูเม่ (Resume) ค่ะ นั่นคือ ใบประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เราได้รับมากจากการทำกิจกรรมหรือการฝึกอบรม หรือจากอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องในการทำงาน เช่น  ใบประกาศการผ่านการฝึกอบรมเรื่อง …….  ใบประกาศเกียรติคุณ การเป็นพนักงานดีเด่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาเราเข้าสัมภาษณ์งานและรับเข้าทำงานในโอกาสต่อไปค่ะ
Please follow and like us: