S-E-R-V-I-C-E อีกหนึ่งแนวทางการสร้างนักบริการมืออาชีพ

สายงานบริการลูกค้า เป็นหนึ่งสายงานที่ต้องมีความสามารถที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ หลากคนคิดว่าใครๆก็ทำงานนี้ได้  ไม่ต้องจบมาในสาขาเฉพาะก็สามารถยื่นสมัครงานเพื่อเข้าทำงานในสายงานนี้ได้ จริงๆแล้วความคิดเช่นนี้ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะสายงานนี้เปิดกว้างให้ใครที่มีใจรักในการบริการและมีความตั้งใจจะพัฒนาตัวเองเพื่อให้บริการที่ดีกับผู้รับบริการสามารถสมัครงานเข้ามาทำงานนี้ได้ แต่หากขากคุณสมบัติต่อไปนี้ก็คงยากที่จะเข้ามาทำงานในสายงานนี้ได้ เรามาดูไปพร้อมๆกันว่าคุณสมบัติอะไรที่มีความสำคัญต่อการทำงานในอาชีพสายงานบริการลูกค้า

  1. ความรวดเร็วของการปฏิบัติงานและการให้บริการ คนยุคนี้ไม่ชอบรอ เพราะหากต้องรออย่างไม่สมเหตุผลทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ การให้บริการที่รวดเร็วจึงเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้
  2. ยึดถือความถูกต้อง ให้บริการด้วยการให้ข่าวสาร ข้อมูล หางาน ที่ถูกต้องและชัดเจนเสมอ ให้ความเสมอภาคในการบริการกับลุกค้าทุกคน
  3. สามารถให้บริการในลักษณะ One stop service โดยพยายามทำให้ผู้รับบริการไม่ต้องประสานงานซ้ำซ้อน ควรอำนวยความสะดวกไม่ทำให้เป็นภาระของผู้รับบริการ
  4. การยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นหัวใจในการให้บริการ เต็มใจและความกระตือรือร้นที่จะให้บริการ แสดงออกให้เห็นว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ผู้รับบริการประทับใจ การที่ผู้ให้บริการมีใบหน้าและกิริยาท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายด้วยไมตรีจิต จะทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่ามีที่พึ่งที่สามารถช่วยเหลือเขาได้นำมาสู่ความประทับใจในระยะยาว
  5. มีทักษะการสื่อสารที่ดี ตั้งแต่การต้อนรับด้วยน้ำเสียง และภาษาที่ให้ความหวังให้กำลังใจ ภาษาที่แสดงออกไม่ว่าจะเป็นการปฏิสัมพันธ์โดยตรง หรือทางโทรศัพท์จะบ่งบอกถึงน้ำใจการให้บริการข้างในจิตใจ หากอธิบายในสิ่งที่ผู้มารับบริการไม่รู้ด้วยความชัดเจน และใช้ภาษาที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตจะทำให้งานบริการลูกค้าเกิดคุณค่า
  6. รู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงความรู้สึกของผู้มาติดต่อขอรับบริการ เขามุ่งหวังได้รับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความถูกต้อง การที่ผู้ให้บริการมีความเอื้ออาทร ติดตามงานและให้ความสนใจต่องานที่รับบริการอย่างเต็มที่ จะทำให้ผู้มาขอรับบริการเกิดความพึงพอใจ
  7. ต้องรู้จักการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในให้บริการเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองเร็วขึ้นและลดภาระการทำงานของผู้ให้บริการได้
  8. พร้อมรับฟังความคิดเห็นและผลสะท้อนกลับว่ามีการปฏิบัติงานส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อเป็นการนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการให้บริการและพัฒนาตนต่อไป

โดยสรุปแล้วหากคุณอยากเป็นนักบริการมืออาชีพ ในสายงานบริการลูกค้า ขอให้ยึดปฏิบัติตามหลัก S-E-R-V-I-C-E ได้แก่

 

S = Smiling and Sympathy (ยิ้มแย้ม และเห็นอกเห็นใจ)

E = Early Response (ตอบสนองอย่างรวดเร็ว)

R = Respectful (แสดงออกถึงความนับถือให้เกียรติ)

V = Voluntariness manner (ให้บริการสมัครใจ)

I = Image Enhancing (รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองและองค์กร)

C = Courtesy (อ่อนน้อม สุภาพ)

E = Enthusiasm (กระฉับกระเฉง กระตือรือร้น)

 

คุณสมบัติพื้นฐานของสาวที่อยากเป็นแอร์โฮสเตส

 

เมื่อเราพูดถึงงานบริการลูกค้า หนึ่งในอาชีพที่อยู่ในสายงานนี้ ที่สาวๆหลายคนอยากจะเป็นคือ แอร์โฮสเตส เพราะได้ทั้งความภูมิใจ ด้วยลักษณะการทำงานที่มีภาพลักษณ์ที่สวยงาม อยู่ในองค์ที่ใหญ่โต และเป็นอาชีพที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศและ ยังรายได้ดี

หากเรานึกภาพของสาวๆนางฟ้าบนเครื่องบิน เราก็มักคิดถึง สาวๆที่หน้าตา รูปร่างดี มีบุคลิกดี ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาที่สาม ได้เป็นอย่างดี   ภาพลักษณ์ที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพในสายงานบริการในตำแหน่งแอร์โฮสเตส  หากแต่ยังมีทักษะ หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ทางสายการบินต้องการจากผู้สมัครงานในตำแหน่งแอร์โฮสเตส หากคุณคือสาวคนหนึ่งที่อยากติดปีกเป็นแอร์โฮสเตส ก่อนไปสมัครงานคุณควรพิจารณาก่อนว่าคุณมีคุณสมบัติพื้นฐาน เหล่านี้หรือไม่

  1. มีใจรักการบริการ เป็นคุณสมบัติสำคัญ ต้องพร้อมต่อการแก้ปัญหาให้แก่ผู้โดยสาร รวมถึงการทำให้ผู้โดยสารพึงพอใจ มีความสุข ที่ได้รับการบริการที่ดีที่สุดจากใจ
  2. บุคลิกภาพสง่างาม สะอาด และดูสดใสอยู่เสมอ รวมถึงมีบุคลิกที่แสดงความมั่นใจ ออกมา  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องทำจนกลายเป็นพฤติกรรมติดตัว อย่าลืมว่าอีกบทบาทหนึ่งของแอร์โฮสเตสคือการสะท้อนภาพลักษณ์ของสายการบิน
  3. รับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นได้ดี  เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งกับผู้โดยสารและเพื่อนร่วมงาน ต้องมีความเห็นใจ ดูแลผู้อื่น ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ โดยทางผู้สัมภาษณ์งานจะสังเกตพฤติกรรมของผู้สมัครงานจากการสัมภาษณ์งานแบบกลุ่ม เราควรแสดงความเป็นมิตร ยิ้ม พูด หรือช่วยเหลือคนอื่น ๆ
  4. ต้องสามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ในชีวิตการทำงานจริงสิ่งที่ลูกเรือมักต้องพบเจอ คือ อาจต้องทำหน้าที่อย่างกะทันหันแม้เป็นช่วงเวลาพัก การถูกเรียกแทนปฏิบัติงานแทน ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
  5. สามารถทำงานเป็นทีม เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สายการบินต้องการในตัวผู้สมัครงานในตำแหน่งงานนี้ เพราะการเป็นลูกเรือนั้นต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม พร้อมรับคำสั่งและการตัดสินใจของกัปตันและหัวหน้างาน และในบางสถานการณ์ต้องสามารถนำทีมด้วยการตัดสินใจเฉพาะหน้าของตนเองได้
  6. ปรับตัวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ ยิ่งถ้าเป็นสายการบินนานาชาติ อย่างสายการบินแถบตะวันออกกลาง ลูกเรือมาจากหลายเชื้อชาติ เราจึงต้องตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และศึกษาความต่างนั้น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และราบรื่น
  7. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากงานบริการให้ความสะดวกสบายกับผู้โดยสารแล้ว อาชีพนี้ยังมีส่วนในการรักษาความปลอดภัยให้ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง คุณต้องเป็นคนช่างสังเกตและมีสติรอบครอบเพื่อสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นขณะทำการบิน และตลอดการเดินทางของผู้โดยสาร

หากมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาแล้ว การก้าวเข้าสู่สายงานบริการลูกค้า อย่างการเป็นแอร์โฮสเตส ก็มีแนวโน้มว่าจะสดใสไม่ใช่น้อย และหากต้องการให้ความฝันเป็นจริงการเตรียมตัวที่ดี และ การพัฒนาตนเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณคือคนที่เหมาะสมกับการเป็นแอร์โฮสเตสจึงสำคัญมาก สู้ๆนะสาวๆทุกคนที่อยากติดปีก

 

S-M-I-L-E เข้าไว้ถ้าคุณรักงานบริการลูกค้า

 

ยิ้ม  คือ  เครื่องสำอาง ที่ดีที่สุดเมื่อยิ้มนั้นมาจากความจริงใจ คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะการยิ้มออกไปนั้นสร้างไมตรี และ สร้างความรู้สึกเป็นมิตรได้ การยิ้มยังเป็นภาษากายที่เป็นสากล การยิ้มให้กันเป็นจุกเริ่มต้นของมิตรภาพ ดังนั้นในงานบริการการยิ้มให้กับลูกค้า เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ผู้ทำงานบริการลูกค้า ควรส่งไปให้ลูกค้าสัมผัสได้

นอกจากการยิ้มที่มุมปาก แล้ว หลักการสำคัญอย่างของงานบิการก็ยังรวมเอาไว้ในคำว่า S-M-I-L-E ที่แปลว่ายิ้มอีกด้วย เรามาดูกันว่าหลักการที่ว่ามีอะไรบ้าง

S = Stress Tolerance   ความอดทน อดกลั้นเมื่อเผชิญกับสภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นไม่ว่า ไม่ควรระบายอารมณ์กับลูกค้าเมื่อมีลูกค้ามาสอบถามรายละเอียดบางอย่างจาก คุณ แต่คุณควรแสดงสีหน้า กิริยาท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอเมื่อพบลูกค้า

M = Motivation  การมีแรงจูงใจที่จะบริการ มีความพร้อมเสมอที่จะให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมอาสาช่วยเหลือลูกค้าในสถานการณ์ต่าง ๆ  โดยไม่ทำเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่เท่านั้น แต่คุณต้องมีใจอยากทำเพราะอยากให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีเยี่ยม

I = Integrity  ความซื่อสัตย์อาชีพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่าอาชีพใดก็ควรต้องมี สำหรับสายงานบริการลูกค้านั้น คุณแสดงความซื้อสัตย์ได้ด้วยการให้ข้อมูลทั้งด้านบวกของสินค้าหรือบริการ  ในขณะเดียวกันก็ต้องแจ้งข้อจำกัดของสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าทราบ การให้ข้อมูลทั้งสองแง่มุมนี้จะให้ลูกค้ามีทางเลือกที่จะตัดสินใจเลือกอย่างมีเหตุผล แต่การหมกเม็ดไม่บอกรายละเอียดอาจทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกเมื่อทราบช้อมูลภายหลัง

L = Listening  การเป็นผู้รับฟังที่ดี เกี่ยวกับปัญหาหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากลูกค้า  รวมไปถึงการระงับการแสดงสีหน้าและกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อลูกค้า ในการรับฟังต้อง พร้อมที่จะให้ข้อมูลหรือเหตุผล กรณีที่ลูกค้าไม่พอใจในสินค้าหรือบริการต่าง ๆ รวมทั้งนำสิ่งที่รับรู้ไปแสวงหาทางออกให้ลูกค้า

E = Energetic   มีความกระตือรือร้น พร้อมแสวงหาวิธีการหรือเทคนิคในการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่ดีที่สุด รวมไปถึงขวนขวายที่จะเรียนรู้ระบบงานหรือขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ อยู่เสมอเพื่อว่าคุณจะได้มีข้อมูลที่พร้อมและถูกต้องเมื่อลูกค้ามาสอบถามราย ละเอียดต่าง ๆ จากคุณ

หากคุณต้องการเข้าสู่สายงานบริการลูกค้า การมียิ้มสวยๆจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ และก็อย่าลืมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามหลัก S-M-I-L-E   เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และสำหรับคนที่มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ามาทำงานบริการลูกค้า ก่อนสมัครงาน คุณควรที่จะตรวจสอบตัวเองสักนิดว่าพื้นฐานของคุณนั้นเป็นคนที่มีนิสัยตรงตามหลัก S-M-I-L-E   มากน้อยเพียงใด ถ้าตรงกับนิสัยคุณเข้าอย่างจัง กรอกใบสมัครงานแล้วเข้ามาโลกแล่นในสายอาชีพนี้กันเถอะ

 

 

เทคนิคการสื่อสารเพื่อชนะใจลูกค้า สิ่งที่สายงานบริการลูกค้า ต้องรู้

 

สายงานบริการลูกค้า หรือ Customer Service คือฝ่ายงานที่สัมผัสกับลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าสินค้าหรือบริการจะเป็นอะไรก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น บริการเครือข่ายโทรศัพท์และอินเตอร์เนต หรือ ผู้ให้บริการทางการเงิน   เมื่อเกิดปัญหา ก่อนที่ฝ่ายเทคนิคจะเข้ามาแก้ไข ผู้ที่ได้รับรู้ปัญหาจากลูกค้าเป็นหน่วยงานแรก ก็คือ Call Center ซึ่งเป็นหนึ่งตำแหน่งงานในสายงานบริการลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อได้รับการติดต่อก็มักมาพร้อมกับปัญหาที่ลูกค้าต้องการให้แก้ไข  ในด่านแรกนี้หาก ผู้ทำหน้าที่ในสายงานบริการลูกค้า  สามารถทำให้ความไม่พอใจของลูกค้าสงบลงหรือลดความไม่พอใจลงได้ในเบื้องต้นจะดีมาก ดังนั้นการมีทักษะและเทคนิคด้านการสื่อสารจึงถือว่าสำคัญมากสำหรับผู้ทำหน้าที่ในสายงานบริการลูกค้า

วิธีสื่อสารเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ให้กับลูกค้า นั้นสามารถเรียนรู้ได้ หากใครอยู่ในสายงานนี้จงฝึกฝน และ หากใครที่ต้องการสมัครงานเข้าสู่สายงานนี้ก็ควรที่จะฝึกทักษะเหล่านี้ไว้

เริ่มที่ ฝึกการเป็นผู้ฟังที่ดี  เมื่อลูกค้าต้องการแสดงความคิดเห็น ต้องรับฟังด้วยความสงบ แม้ว่าลูกค้าจะมีอารมณ์ไม่ดี มีการโวยวายจำไว้ให้ดีอย่าพูดสอดแทรกกลางคัน การพูดสอดแทรกบ่อย ๆ จะทำให้ลูกค้าไม่สบายใจ และสร้างความไม่พึงพอใจแก่ลูกค้า  และการพูดขัดลูกค้าโดยใช้อารมณ์ย่อมทำให้การสนทนาเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดี

เทคนิค ต่อมา คือ หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง ควรให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นก่อน แล้วเราค่อยตอบหรือแสดงความคิดเห็น หากลูกค้ามีความเข้าใจผิดให้ใช้วิธีการอธิบายด้วยความสุภาพ บอกหลักเหตุผล และข้อเท็จจริง เวลาอธิบาย ต้องพยายามอย่าออกนอกประเด็น

เทคนิคที่สาม คือ สื่อสารเพื่อให้เข้าใจเป้าหมายและสภาพของลูกค้า จากนั้นทบทวนความต้องการของลูกค้าให้ลูกค้าฟังอีกรอบ อีกรอบ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมีความตั้งใจฟัง และ พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้าสนใจฟังมากขึ้น

เทคนิคที่สี่ คือ  เน้นย้ำแนวทางแก้ปัญหาต่างๆให้ลูกค้าโดยยึดตามกฎระเบียบ และ แนวทางปฏิบัติ ไม่รับปากหรือเสนอวิธีแก้ปัญหาที่เกินกว่าอำนาจการตัดสินใจของคุณ หากไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ ให้นำปัญหานั้นไปปรึกษาผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพราะการที่พยายามสื่อสารว่าจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าย่อมมีความคาดหวัง หากทำไม่ได้ขึ้นมาย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ

เทคนิคที่ ห้า กล่าวคำขอโทษ และ ขอบคุณอย่างจริงใจและเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไปคำเหล่านี้ย่อมต้องมีในบทสนทนา แต่ต้องไม่ลืมว่าคำเหล่านี้หากพูดตามแบบแผนหรือมารยาทขาดความจริงใจก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่ากำลังไม่ได้รับความจริงใจและใส่ใจได้เช่นกัน

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังหางาน  และมีทักษะการสื่อสาร ที่ทำให้สามารถโน้มน้าวใจคนได้ สามารถทำให้คนฟังเกิดความสบายใจได้ สายงานนี้กำลังอ่าแขนรับคุณอยู่อย่ารอช้าสมัครงานเข้ามาหาประสบการณ์กันเถอะ

 

งานบริการลูกค้า ส่วนงานสำคัญที่เป็นหัวใจของธุรกิจ

 

งานบริการลูกค้า หรือที่เรียกกันในยุคนี้ว่า Customer Service เป็นงานดี ที่มีคุณค่าในยุคที่ถึงแม้เราจะมองว่าลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า  ที่ต้องยอมให้ทุกอย่าง  แต่การบริการคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ  ไม่เพียงเป็นการสร้างความแตกต่าง และทางเลือกให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการค้าอีกด้วย เพราะการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า จะทำให้ลูกค้า กลับมาใช้สินค้าและบริการซ้ำ รวมถึงไม่เลือกใช้สินค้าของคู่แข่ง  ในทางตรงกันข้ามแม้มีสินค้าที่ดี ราคาถูกแต่การบริการไม่ดี ลูกค้าอาจไม่เลือกใช้สินค้านั้นๆก็เป็นได้  ดังนั้น งานบริการลูกค้า จึงควรที่จะมีตั้งแต่การบริการระหว่างขาย และหลังการขาย

ผู้ที่จะมารับหน้าที่ เกี่ยวกับงานบริการลูกค้าจึงเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการสร้า’ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสินค้ากับลูกค้า  สำหรับสายงานบริการลูกค้า ค่อนข้างเปิดกว้างไม่ได้จำกัดว่าต้องเรียนจบอะไรมา  แต่สาขาที่ค่อนข้างมีเนื้อหาการเรียนการสอนที่ตรงกับสายงาน ก็คือ สาขานิเทศศาสตร์ (วิชาเอกลูกค้าสัมพันธ์) นอกจากนี้  คนหางาน อย่างนักศึกษาจบใหม่ ก็มีโอกาสที่จะสมัครงาน เพื่อเข้ามาสัมผัสกับงานบริการลูกค้าได้เพราะอาศัยการเรียนรู้งานได้หากมีใจรักที่จะทำงานด้านนี้

ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่างาน Customer Service มีขอบข่ายความรับผิดชอบยังไงนั้น ก็มาดูกันได้เลย เริ่มต้นที่หน้าที่ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า ว่าวิธีการใดที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจ และ ในทางตรงกันข้ามลูกค้าไม่พอใจอะไร เพื่อหาทางแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพอใจ  อีกทั้งมีหน้าที่สร้างช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นในว่าสามารถใช้บริการของเราได้ในยามที่มีความต้องการ

มากไปกว่านั้น ผู้ทำงานบริการลูกค้า ต้องทำหน้าที่วิเคราะห์ลูกค้า จากการวิพากษ์วิจารณ์ของลูกค้า เพื่อให้รู้ว่า ลูกค้าประเภทใด เหมาะกับวิธีการให้บริการแบบใด  จากนั้นนำมาสร้างทิศทางในการบริการที่ชัดเจน

สำหรับใครที่สนใจ สายงานนี้  ผู้ที่จะสมัครงาน Customer Service ควรเป็นคนที่  รักงานด้านบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  เข้าใจหลักการของงานบริการซึ่งธุรกิจแต่ละประเภทมีหลักการเฉพาะที่แตกต่างกัน บางธุรกิจให้ความสำคัญกับงานบริการเป็นอย่างมาก เช่นตลาดระดับบน หรือตลาดไฮเอนด์ (High-end market)  ส่วนคุณสมบัติที่สำคัญมาก คือ มีความอดทน และควบคุมอารมณ์ได้ดี ใจเย็น และรู้จักกาลเทศะ  มีปฏิภาณไหวพริบ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม     และควรมีทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยให้งานบริการลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมต่าง ๆ ได้การใช้สมาร์ทโฟน การใช้ Social Media เป็นต้น

 

 

งานบริการลูกค้าจำเป็นที่จะต้องทำไหม

 

งานบริการลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามกันเลยทีเดียว งานบริการลูกค้านั้นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยคือเราจะต้องเป็นคนที่จิตใจงดงาม โอบอ้อมอารีย์ การทำงานบริการลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างมากหากเรารักในการบริการก็ไม่แปลกที่จะทำให้งานบริการลูกค้าของเรานั้นเป็นเรื่องที่ดี การบริการลูกค้าหลายๆคนก็คงยังสงสัยว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นไหมในการบริการลูกค้าเนี่ยะ สิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยงานบริการลูกค้าจะต้องทำการบริการหลายๆอย่างด้วยกันไม่ใช่แค่บริการด้านใดด้านหนึ่ง การที่เราทำงานบริการลูกค้านั้นเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราจะทำงานบริการลูกค้าที่ไหน อย่างเช่นการทำงานบริการลูกค้าร้านอาหาร ร้านอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากที่สุดเลยเพราะการบริการลูกค้าจะทำให้เราฝึกความอดทนและเป็นคนที่มีอัธยาศัยที่ดีต่อคนรอบข้างอย่างมากที่สุด

งานบริการลูกค้าในปัจจุบันนี้จำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะร้านที่ต้องมีพนักงานเสิร์ฟซึ่งแน่นอนว่าหลายๆร้านก็ต้องมีการบริการของลูกน้องเพื่อที่ว่าให้การบริการภายในร้านนั้นๆมีความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น งานบริการลูกค้านั้นไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีบุคลิกที่ดีเท่านั้นหากเรามีความอดทน ความตั้งใจในการทำงาน ทุกๆอย่างก็สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ การทำงานบริการลูกค้านั้นมีหลายแบบอย่างที่เราเห็นก็จะเป็นในห้างที่ได้ยินว่าหากใครหายให้มาพบได้ที่จุดบริการลูกค้า จุดบริการลูกค้าก็ทำหน้าที่บริการลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการแลกของแถม ฝากของ หรือแม้กระทั่งใครหายก็สามารถที่จะทำการประกาศคนหายให้มาพบกันได้ที่จุดบริการลูกค้าอีกด้วย อย่างในห้างงานแคชเชียร์ก็ถือว่าเป็นงานบริการลูกค้าที่ดีอย่างมากที่สุดเลยเพราะการเป็นแคชเชียร์นั้นก็ต้องใส่ถุงทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันยิ่งถ้าคนเยอะๆก็จะยิ่งเกิดความกดดันอีกด้วย

งานบริการลูกค้านั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามอาชีพนี้เลยเพราะหากไม่มีใครทำอาชีพนี้เราเองก็จะลำบากได้ในอนาคต งานบริการลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลย หากเราเจอใครกำลังให้บริการเราอยู่เราก็ควรคุยพูดหรือถ้าอยากให้เค้าหยิบอะไรให้ควรพูดกับเค้าด้วยน้ำเสียงที่ดีเพราะเค้ามาทำหน้าที่ช่วยให้เราสะดวกสบายขึ้นไม่ใช่คนใช้เราเราจึงควรพูดกับเค้าดีๆในเรื่องของงานบริการลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยที่ไม่ควรมองข้าม

งานธุรการ อาชีพที่ทำได้ไม่ยาก

 

การทำงานธุรการนั้นอย่างที่บอกว่าเป็นงานใครมองว่าเป็นงานที่ทำง่ายๆแต่บอกเลยว่างานธุรการนั้นเป็นงานที่หนักมากเช่นกันเพราะงานธุรการนั้นจะต้องมีหน้าที่จดบันทึกการประชุมในทุกๆครั้งที่เข้าประชุมงานอย่างเป็นทางการเพราะการทำหน้าที่ธุรการนั้นก็เหมือนกับเป็นเลขาไปได้ในตัวเพราะการทำงานธุรการนั้นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยคือเราจะต้องเป็นคนรอบรู้ รู้จักคิด รู้จักแก้ไขปัญหาต่างๆได้อย่างดี การตอบสนองการฟังมติของที่ประชุมทุกๆอย่างทุกๆเรื่องเลขาก็มีหน้าที่สำคัญอย่างมากเลยในการจดบันทึกข้อมูลเหล่านี้เพื่อใช้ในการประชุมและบันทึกการประชุมเพื่อนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ที่เข้าทำการประชุม การประชุมงานนั้นส่วนมากผู้ที่ทำงานธุรการนั้นจะจดรายงานการประชุมเพื่อที่จะทำการอ่านได้ในอนาคต

สิ่งสำคัญในการประชุม

สิ่งที่สำคัญในการประชุมนั้นถ้าอยากให้มีประสิทธิภาพหล่ะก็เราต้องมีการเตรียมพร้อมก่อนการเข้าประชุมให้พร้อม ต้องรู้ถึงเทคนิคในการจดประชุมอย่างมืออาชีพ ก่อนทำการประชุมนั้นเราจะต้องศึกษารายงานการประชุมในเรื่องก่อนๆอยู่เสมอว่าในครั้งก่อนหน้าที่เราจะเข้ามาประชุมนั้นครั้งที่แล้วเราได้ประชุมถึงเรื่องอะไรไปแล้วบ้าง อาจจะทำการขอคนที่เคยจดบันทึกการประชุมสำหรับครั้งก่อนๆก็เป็นได้เพื่อให้การประชุมครั้งนี้เราทำได้อย่างถูกต้องที่สุดโดยที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน

งานธุรการนั้นจะต้องมีการเตรียมการประชุมเพื่อที่จะให้การประชุมของเรานั้นเป็นที่น่ายินดีมากยิ่งขึ้นและสามารถทำให้การลงชื่อในการเข้าประชุมนั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมากเช่นกันการเข้าประชุมนั้นจะสามารถทำให้เราตรวจเช็คได้ว่าใครที่เข้ามาประชุมในวันนี้หรือไม่ได้เข้ามาประชุมเพื่อที่ว่าหากเกิดการซักถามขึ้นมาว่าวันนี้มีใครไม่ได้เข้าร่วมประชุมบ้างกี่คนเราจะได้ทำการตอบคำถามได้อย่างถูกต้องและรู้จำนวนคนได้ง่ายๆอีกด้วย

ในการทำการประชุมนั้นในเรื่องของงานต่างๆที่จะใช้ในงานประชุมเราจะต้องเป็นคนที่มีความละเอียด รอบคอบกับงานที่เราจะทำ อย่างเช่นการจดบันทึกรายงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นวันเวลาสถานที่ทุกๆอย่างเราต้องจดให้ครบถ้วนทั้งหมดเพื่อที่จะให้การประชุมของเรานั้นเป็นเรื่องที่ดีอย่างมากที่สุด การประชุมนั้นงานธุรการเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่จะทำให้เราได้ข้อมูลมาอย่างครบถ้วนเพื่อทำการรายงานการประชุมต่อไป ทุกๆอย่างในด้านงานธุรการนั้นเป็นเรื่องที่เราควรจะต้องใส่ใจอย่างมากและไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างมากเลยหากเราทำงานได้ครบถ้วนไม่โดนติเตียนทุกอย่างก็จะประสบความสำเร็จอย่างมากเลย

อาชีพยุคดิจิทัล โอกาสใหม่ของคนหางาน

โลกยุคใหม่มีเครื่องมือช่วยทำงานหารายได้อย่าง อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยี จึงเกิดอาชีพยุคดิจิทัลขึ้นเปลี่ยนโฉมการทำงาน ภาพของการออกไปทำงานนอกบ้านเข้างาน 8.30 น. เลิกงาน 17.00 น.  อาจไม่ใช่ภาพเดียวของการทำงานในยุคปัจจุบัน การสมัครงาน และ แนวทางการหางานทำของคนยุคใหม่ก็เปลี่ยนแปลงไป จากที่เดินเข้าไปในองค์กรใหญ่ อาจเปลี่ยนเป็นการทำงานที่ใช้เพียงตัวเองเป็นแรงงานโดยไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร  วันนี้เพื่อเสนอทางเลือกให้คนหางาน เรามาดูกันสิว่า อาชีพยุคดิจิทัล โอกาสใหม่ของคนหางาน มีอะไรน่าสนใจบ้าง

  1. Digital Content Creator ถ้ามีความสามารถในการเขียน อาชีพนี้เข้าสู่วงการได้ไม่ยากในโลกการแข่งขันที่ทำตลาดในแนว Digital Content เปิดรับนักเขียนที่ไม่ต้องจบเกี่ยวกับการใช้ภาษามาโดยตรงเข้าทำงาน เราเรียกอาชีพนี้ว่า ผู้ผลิตเนื้อหาออนไลน์ หรือ นักเขียนบทความออนไลน์ (Digital Content Creator)   ที่สำคัญเลยอาชีพนี้ไม่ต้องใช้ทุนเยอะ เพียงแค่มีคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก พร้อมอินเทอร์เน็ต ก็สามารถสร้างคอนเทนต์ ที่ไหนเวลาไหนก็ได้ทันที
  2. Reviewer ทำงานเขียน Content เช่นกันแต่เน้นรูปแบบการทำคอนเทนต์จะเน้นไปที่การอธิบายลักษณะ  คุณประโยชน์ที่ได้รับ และอธิบายความรู้สึกดี ๆ หรือไม่ดีต่อสินค้าหรือบริการของยี่ห้อนั้น ๆ แทน ซึ่งมักเห็นได้ตามเว็บไซต์ เว็บบล็อก หรือถ่ายเป็นวิดีโอรีวิวผ่าน YouTube  รายได้ดีทีเดียวและยังได้รับสินค้ามาทดลองใช้ฟรีๆอีกด้วย
  3. Online Tutor เปลี่ยนจากการเจอหน้ากันมาสอนออนไลน์ ผ่านคอร์สออนไลน์ คุณจะสอนเองหรืออำนวยการผลิตโดยจัดหาวิทยากรมาก็ได้จากนั้นก็ทำเป็นรูปแบบของสื่อที่ใช้ได้กับ Digital Platform แล้วนะคอร์สไปขายผ่านเว็บไซต์ จะคล้าย ๆ กับการทำวิดีโอสอนผ่าน Youtube แต่ในรูปแบบนี้จะมีความละเอียดกว่ามาก
  4. Digital Marketer เป็นอาชีพที่ต้องสามารถคิดวิเคราะห์ และคาดเดาผลลัพธ์จากวางแผนการตลาดที่กำลังดำเนินได้ การตลาดในโลกออนไลน์ ต้องใช้เทคโนโลยีเป็น และรู้จักใช้สื่อออนไลน์ อาทิ Facebook, Google, Youtube และการลงโฆษณาผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ สามารถสร้างการรับรู้สินค้าของแบรนด์ ไปยังกลุ่มลูกค้าที่เป็นเป้าหมายได้ และไม่เพียงทำยังไงก็ได้ให้ผู้บริโภคสนใจเท่านั้น ยังต้องเข้าใจผู้บริโภคด้วย
  5. Influencer หมายถึง ผู้มีอิทธิพลในโลกออนไลน์ เป็นกลุ่มหรือบุคคลที่มีผู้ติดตามจำนวนมาก โดยเฉพาะในโลกออนไลน์ บุคคลเหล่านี้จะสร้างตัวจากการเป็นนักรีวิว เขียนบทความ หรือทำคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มที่ใช้อยู่ เช่น Facebook, Youtube, Blog, Twitter หรือเว็บไซต์ของตัวเอง เรียกค่าโฆษณาได้มากโขทีเดียวนะ  หากคอนเทนต์มีความน่าสนใจและมีเอกลักษณ์ ก็ปัจจุบัน แบรนด์สินค้า นิยมจ้าง Influencer ให้ช่วยทำคอนเทนต์โปรโมทขายสินค้าทั้งแบบตรงหรือแบบอ้อม อาจรวยได้ง่ายๆเลย

 

คุณเหมาะสมกับงานขายเยอะแค่ไหน

งานขายมีอยู่ร่วมกันหลายแบบ อย่างเช่น พนักงานที่ทำหน้าที่ในการขายผลิตภัณฑ์ sale marketing ฯลฯ จะมีบทบาทหลักของตำแหน่งนี้ก็คือวิธีขายผลิตภัณฑ์และก็บริการของบริษัทให้ได้ตามแผนการที่กำหนดไว้ งานนี้จะว่านอนสอนง่ายก็ง่าย จะหัวแข็งก็ยาก ที่กล่าวแบบนั้นเพราะ ตำแหน่งงานอย่างงี้ขึ้นกับคนทำเพราะว่ามีความเหมาะสมกับงานเท่าไร ซึ่งลักษณะและก็คุณลักษณะที่เหมาะสมกับงานนี้ควรจะมีลักษณะดังต่อไปนี้ 1.ใจเย็น งานขายเปรียบได้เสมือนดั่งผู้แทนของบริษัทที่จะจำเป็นต้องไปพบกับลูกค้า ซึ่งลูกค้าที่เข้ามาติดต่อมีหลายต้นแบบ ในขณะที่เรื่องมาก คุยไม่รู้เรื่อง ดื้อด้านหรือแบบที่คุยง่าย เข้าใจง่าย ถ้าหากพบลูกค้าที่คุยง่าย เข้าใจง่าย การประสานงานก็ง่ายแม้กระนั้นถ้าพบลูกค้าที่จู้จี้ เรื่องมาก คุยเท่าไรก็ไม่ยินยอมฟัง ในฐานะพนักงานขายผลิตภัณฑ์รวมทั้งเป็นผู้แทนของบริษัทสำหรับในการติดต่อขายของจึงควรใจเย็นบอกด้วยถ้อยคำที่นอบน้อม ห้ามโต้ตอบลูกค้าด้วยวาจาที่ไม่สุภาพ ไม่เสียงดัง ตวาดหรือตะโกนใส่ลูกค้า เพราะเหตุว่าจะมีผลให้เสียลูกค้าได้ 2.ฉลาด งานขายพวกเราจำต้องพรีเซนเทชั่นผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้ารวมทั้งผลิตภัณฑ์ของพวกเราจำเป็นจะต้องรองรับความต้องการของลูกค้าให้ได้ ผลิตภัณฑ์อะไรบางอย่างสามารถใช้งานได้หลายแบบ เมื่อลูกค้าถามมาจะต้องโต้ตอบลูกค้าได้ว่า ลูกค้าแต่ละคนจะมีปัญหาที่แตกต่างพวกเราจะใช้ความฉลาดสำหรับในการเชื่อมโยงให้ได้ว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเราดีต่อลูกค้าเช่นไร ลูกค้าถึงจะซื้อผลิตภัณฑ์ของพวกเรา ก็เลยจะต้องใช้ไหวพริบปฏิภาณสำหรับการบอกกับลูกค้าสูงมากมาย เพื่อเป็นการเพิ่มยอดจำหน่ายให้สูงมากขึ้น หางาน 3.ซื่อสัตย์ วิธีขายผลิตภัณฑ์และก็บริการห้ามพูดอ้างเกินจริงว่าผลิตภัณฑ์ของพวกเราดีเสียทุกๆสิ่งทุกๆอย่าง ลูกค้าเป็นผู้ที่มีความคิด เค้าคิดได้ว่าสิ่งไหนเป็นยังไง การพูดอ้างผลิตภัณฑ์จะต้องเป็นความเป็นจริง ผลิตภัณฑ์มีจุดเด่นข้อตำหนิยังไง 4.รับแรงกดดันได้ งานขายผลงานอยู่ที่ยอดจำหน่าย แม้ยอดจำหน่ายไม่เป็นไปตามที่บริษัทระบุย่อมมีแรงกดดันเกิดขึ้น ด้วยเหตุนั้นแม้ปรารถนาปฏิบัติงานชนิดนี้จะต้องสารภาพกับแรงกดดันให้ได้ 5.พยามยามให้มากมาย การจะขายของและก็บริการ พวกเราไม่สามารถที่จะบังคับให้คนซื้อมาซื้อพวกเราได้ พวกเราจำเป็นต้องใช้ความอุตสาหะสำหรับเพื่อการพรีเซ็นท์ผลิตภัณฑ์ให้ตรงกับความอยากได้ของลูกค้าให้ได้ ถ้าเกิดลูกค้าคนนี้ไม่ซื้อพวกเราก็ต้องหาลูกค้ารายใหม่ไปบ่อย จะต้องมีลูกค้าที่พึงพอใจและก็ซื้อผลิตภัณฑ์แน่ๆ เรียกว่างานขายเป็นงานที่จำเป็นต้องใช้ความอุตสาหะมากมายงานหนึ่ง นี่เป็นคุณลักษณะสำหรับผู้ที่เหมาะสมกับงานขายถ้าเกิดคุณมีลักษณะดังที่ได้กล่าวมาแล้วแล้ว งานขายนับได้ว่าเป็นงานที่เหมาะสมกับคุณ และก็คุณจะมีรายได้จากงานขายเยอะมากๆ

ข้อควรจะทราบก่อนที่จะเป็นฟรีแลนซ์

อาชีพอิสระหรืองานฟรีแลนซ์ เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่คนสมัยใหม่ที่กำลังสมัครงานหันมาพอใจกันจำนวนไม่ใช่น้อย ไม่ว่าจะเป็นสายงานเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์ วิธีการทำบัญชี แล้วก็อื่นๆอีกมากมายสายงาน ที่ไม่ต้องมาดำเนินการภายใต้กฏเกณฑ์หรือกรอบหน่วยงาน สามารถที่จะดำเนินการได้ทุกแห่งทุกขณะดังที่อยาก มีเวลาพักผ่อนแล้วก็สุขภาพด้านจิตที่ดี มีอิสระเสรีแล้วก็ความสร้างสรรค์ซึ่งสามารถตกลงใจได้เอง แต่ว่าดังนี้การที่จะทำฟรีแลนซ์นั้นก็ไม่ใช่ว่าจะราบรื่นหรือง่ายพลาดท่าเดียว เนื่องจากการที่จะเป็นฟรีแลนซ์ที่ดีแล้วก็มั่นคงนั้นก็ควรมีต้นสายปลายเหตุเสริมหลายแบบ ว่าแล้วพวกเราไปดูกันว่าก่อนจะเป็นฟรีแลนซ์นั้น คุณควรจะทราบก่อนหางานอิสระทำ เป็นฟรีแลนซ์ การวางเป้าหมายการคลังจำเป็นต้องดี จริงอยู่ว่าการเป็นฟรีแลนซ์นั้นสามารถที่จะทำเงินได้มาก แต่ว่าดังนี้ก็ยากที่จะเป็นระบบ หลายๆครั้งที่ผู้รับงานอิสระจำเป็นต้องพบเจอกับการช็อตหรือปัญหาด้านเงิน ด้วยเหตุว่าพวกเราไม่เคยรู้เลยว่าเดือนนี้จะมีงานหรือเปล่า เดือนหน้าจะคืออะไร อาทิตย์นี้งานบางครั้งอาจจะเยอะแยะ แต่ว่าก็ไม่แน่นอนเสมอ ทั้งบางครั้งบางคราวลูกค้ายังจ่ายเงินช้าอีกด้วย ซึ่งสิ่งที่จะสามารถแก้ไขปัญหาพวกเรานี้ก้าวหน้าที่สุดก็คือการวางเป้าหมายระบบการคลังแล้วก็การสำรองเงินไว้ตั้งแต่เริ่ม อย่างต่ำ 6 – 12 เดือนเพื่อจะทำให้ท่านมีเงินหมุนวนจ่าย มีการแบ่งส่วนออมเงิน ทำบัญชีรายได้ค่าใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ซึ่งจะมีผลให้คุณมองเห็นเงินต่อเดือนที่แน่ๆและก็ได้โอกาสที่จะเติบโตขึ้นอย่างมุ่งมั่น อาชีพอิสระ แต่ว่าสุขภาพดูแล ข้อแตกต่างจากการเป็นพนักงานประจำรวมทั้งฟรีแลนซ์ก็คือด้านของสุขภาพ Resume ที่พนักงานประจำจะมีรับรองสุขภาพไว้รอคุ้มครองปกป้อง สามารถที่จะรักษาโดยไม่ต้องจ่ายเงินๆเสริมเติมจากที่หักประกันสังคมทุกเดือน ต่างจากฟรีแลนซ์ที่ไม่มีหลักประกันด้านของสุขภาพ ด้วยเหตุดังกล่าวการทำประกันสุขภาพก็เลยเป็นอีกลู่ทางหนึ่งที่จะช่วยทำให้คุณได้รักษาตัวเองยามไม่สบาย ฟรีแลนซ์ที่ดีควรมีกฎระเบียบ เนื่องจากว่าฟรีแลนซ์เป็นอาชีพที่สบาย ทำอะไรได้อย่างสบายตามอยากได้ ไม่ต้องตอกบัตร ดำเนินการที่ใดก็ได้ เวลาใดก็ได้ ก็จะนำมาซึ่งการทำให้พวกเราแปลงเป็นคนไม่มีระเบียบและไม่มีความรับผิดชอบได้ง่ายหากว่าไม่มีการวางเป้าหมายด้านงาน หลายๆครั้งก็บางทีก็อาจจะส่งงานช้า ดำเนินงานไม่ตรงระบุหรือแบบแผน ชีวิตผันแปรไปเสียหมด ด้วยเหตุนี้การที่จะเป็นฟรีแลนซ์ที่ดีควรมีกฏเกณฑ์สำหรับในการปฏิบัติงานที่ตั้งขึ้นเพื่อทำให้พวกเรามีระบบระเบียบ มีการจัดบันทึกการส่งงาน เวลาการส่งงาน เนื้อหางาน เพื่อจะทำให้พวกเราสามารถดำเนินการออกมาได้เพอร์เฟ็ค มีลูกค้าประจำ และก็เติบโตอย่างถาวร