อยากได้งาน ต้องไม่ทำ 15 ข้อห้ามนี้กับเรซูเม่ของคุณ

สำหรับการสมัครงาน เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเขียนประวัติส่วนตัว หรือ เรซูเม่ นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้นายจ้างได้รู้จักผู้สมัครงาน   หลักการเขียนเรซูเม่ที่ดีนั้นมีการแนะนำกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนมองภาพของการเขียนเรซูเม่ได้ดีขึ้น  เพราะแน่นอนว่าหากคุณไม่แสวงหาแนวทางการเขียนที่ดี ก็อาจได้เรซุเม่ความยาวเกินพอดีที่ดูไม่มีคุณค่าในสายตาของฝ่าย HR  เพราะมันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการของ HR ไม่จำเป็นและไร้สาระ


ดังนั้น เรซูเม่ที่ดี ต้องมีความกระชับ บอกกล่าวให้คนอ่านรู้ถึงตัวผู้สมัครงานให้ได้ภายในการอ่านไม่เกิน 2 นาที จึงจะสร้างความประทับใจให้กับนายจ้าง จะทำให้ได้งานในที่สุด  และมากกว่าการแนะนำวิธีการเขียนเรซูเม่ที่ดีแล้วเรายังมี 15 ข้อห้ามที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเรซูเม่ของคุณ มาดูกันเลย ว่ามีอะไรบ้าง ถ้าหลงทำข้อไหนไปแล้วก็จงรีบไปแก้ไข

  1.  สะกดคำผิด ใช้คำไม่สื่อความหมาย  ใช้คำผิดความหมาย และใช้ไวยกรณ์ที่ไม่ถูกต้อง
  2. ใส่เรื่องโกหกหรือโม้เกินไปจนทำให้ประวัติขิงคุณดูดีแต่ไม่มีหลักฐานอ้างอิง
  3. รูปถ่ายที่ใช้การเซลฟี่ หรือรูปที่ไม่เป็นทางการเก็บไว้โพสในเพสบุ๊คเถอะ
  4.  ใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นเยอะเกินไป จำว่าสุดๆแล้วเรซูเม่ไม่ควรเกิน 2 หน้า A4
  5. ใช้สีฟอนต์ตัวหนังสือหลากสีแนวแฟนซี จุดรูปแบบอ่านยากมองดูลายตา
  6. ขนาดตัวหนังสือไม่เป็นมาตรฐาน ขนาดที่แนะนำคือ 14 ไม่เกิน 16
  7. เบอร์โทรศัพท์บ้านบางทีก็ไม่จำเป็น ควรใส่แค่เบอร์มือถือก็พอ
  8. ใส่ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร
  9. ระบุเงินเดือนแบบขาดชั้นเชิง โดยบอกจำนวนเดียวโดด จึงควรใส่ช่วงเงินเดือน เช่น 15,000-18,000 บาทจะดีกว่า
  10. หน้าที่และความรับผิดชอบ ยาวเป็นกิโล จริงๆควรระบุให้ชัดเจนว่า ที่ผ่านมาทำอะไร อย่างไรแบบ สั้นๆ กระชับได้ใจความ
  11. จ่าหัว เรซูเม่ ว่า Resume ควรใส่ชื่อและนามสกุลแทน
  12. แสดงให้เห็นว่ามีช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงานนานเกินไป หากคุณเว้นจากการทำงานเกิน 1 ปี ควรที่จะ เติมช่วงนั้นด้วยงานเพื่อ  สังคมหรือประสบการณ์ในการช่วยธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องทำจริงๆ ด้วย ห้ามโกหก
  13. เขียนถึงความสามารถอื่นๆ มามากมายแต่มันที่เกี่ยวข้องงาน ก็ไม่ค่อยจะโอเคนะ
  14. ใช้รูปแบบการพิมพ์เหมือนรายงาน ช่างน่าเบื่อควรหารูปแบบเรซูเม่ใหม่ๆ เพื่อให้ดูโดดเด่น และ  น่าสนใจแต่ยังคงมีความเป็นระเบียบ
  15. อธิบายลักษณะงานที่เคยทำด้วยการบรรยาย  มันดูยากควร ใช้ Bullet Point จะดีกว่า
Please follow and like us:

นักขายมือทอง เส้นทางนี้ถ้าตั้งใจย่อมไปถึง

หลายคนที่เมื่อเห็นประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง Sale มักจะไม่สนใจนั่นเพราะมองว่างานขายเป็นงานที่ต้องง้อลูกค้า มียอดขายเป็นสิ่งที่คอยกดดัน และปฏิเสธตำแหน่งงานเหล่านี้

แต่หากใครที่มี Passion ที่สนใจด้านนี้และมองว่าเป็นความท้าทายอีกทั้งเข้าใจการทำธุรกิจย่อมรู้ดีว่างานขายเป็นงานที่สำคัญทำให้องค์การอยู่รอดได้และสร้างกำไรได้ หากใครได้สมัครงานเข้าสู่สายอาชีพนี้แล้วล่ะก็ สิ่งที่ต้องพัฒนาให้เกิดกับตัวเองให้ได้คือ การมีทักษะในการขาย เพื่อก้าวไปสู่การเป็นสุดยอดนักขายมือทองที่ประสบความสำเร็จ   และทักษะที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ประกอบไปด้วย 5 ทักษะสำคัญ

  1. ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่การขายแบบที่ปรึกษาและเทคนิคการให้คำปรึกษา หา งาน sale เทคนิคการสร้างความไว้วางใจในช่วงเริ่มต้นของการติดต่อเพื่อเปิดใจลูกค้า การสร้างความน่าเชื่อถือของผู้ขายที่มัดใจลูกค้า ทั้งบุคลิกภาพ ทางทาง ,คำพูด,น้ำเสียง
  2. ทักษะค้นหาความต้องการของลูกค้า และวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า คุณต้องทราบว่า ลูกค้าต้องการอะไร? อย่างไร? แบบใด? เมื่อไหร่? ที่ใด? ปริมาณใด? และมีรายละเอียดที่สำคัญที่แตกต่างจากลูกค้ารายอื่นเช่นไร ? ทั้งนี้รวมถึงเทคนิคการสอบถามด้วยประโยคที่ทรงประสิทธิภาพ เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้าฝึกการตั้งคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อการขาย หลุมพรางคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ มีบ่อยครั้งที่นักขายถามคำถามที่ไม่เป็นผลดีต่อการขาย  ทักษะการฟังและจับประเด็นความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อสร้างโอกาสในการนำเสนอขายให้ตรงใจ
  3. ทักษะการสื่อสารเพื่อโน้มนาวใจลูกค้าในงานขาย ควรพูดอะไร? พูดอย่างไร? และพูดเมื่อไหร่? เทคนิคการพูดเพื่อสร้างความต้องการให้ลูกค้าเห็นถึงประโยชน์ของสินค้า การพูดโน้มน้าวใจให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของสินค้าที่ตรงกับความต้องการ
  4. ทักษะการขจัดข้อโต้แย้งและเจรจาต่อรองเพื่อปิดการขาย วิเคราะห์และค้นหาข้อโต้แย้งที่แท้จริงในการซื้อของลูกค้า เทคนิคการพูดเพื่อขจัดข้อโต้แย้งให้ตรงกับความต้องการ การเจรจาต่อรองในงานเพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย การปิดการขายด้วยสัมพันธภาพ
  5. ทักษะการสนับสนุนการตัดสินใจสร้างโอกาสในการขายเพิ่มด้วยสัมพันธภาพ สนับสนุนสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า  เทคนิคกาสนับสนุนสร้างสัมพันธ์หลังการขาย เพื่อสร้างโอกาสในการขายเพิ่ม

หากคุณต้องการไปถึงจุดของการเป็นนักขายมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จต้องฝึกฝนและต้องสามารถนำเอาทักษะทั้ง 5 ไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงาน  เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และทำให้ลูกค้าขององค์กร เต็มใจ พึงพอใจ และจงรักภักดีต่อสินค้าหรือบริการที่คุณเสนอขาย

 

 

Please follow and like us:

อยากเป็นนักขายมืออาชีพ ต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้สิ รับรอง ปัง !!!!!

 

งานขาย มีความสำคัญมากในการทำธุรกิจ เพราะเป็นฝ่ายที่หาเงินเข้าองค์กร ไม่ว่าเราจะมีสินค้าหรือบริการดีขนาดไหนแต่การเสนอขายไม่ดี ไม่ตรงใจลูกค้า ไม่สามารถนำเสนอสิ่งดีๆให้ลูกค้ารับรู้ได้ก็คงไม่ทำให้องค์การเกิดกำไรได้ หา งาน sale จึงเป็นงานที่ต้องใช้คนที่มีความเป็นมืออาชีพ  นักขายมืออาชีพ จึงเป็นอีกตำแหน่งที่ทุกบริษัทต้องการ  องค์กรพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนที่มาทั้งในรูปแบบเงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นให้กับนักขาย โดยไม่ลังเลหากนักขายคนนั้นสามารถขายสินค้าได้อย่างมีกำไรเป็นที่น่าพอใจ สำหรับใครที่อยู่ในสานงานการขาย หรือ กำลังคิดจะสมัครงานเข้ามาสู่วงการนี้ คุณจะไปได้ดีหากมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพสายงานการขาย หากคิดว่าอายที่ต้องขายของคุณไม่ควรเข้ามาสู่อาชีพนี้ ดังนั้นการมีทัศนคติที่ดีต่องานขายสินค้าและลูกค้า จึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญทั้งนี้ต้องเข้าใจว่างานขายไม่ใช่เพียงคุณนำสินค้าหรือบริการไปแลกกับเงินของลูกค้าเท่านั้น แต่สิ่งที่นักขายที่ดีควรทำคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและพอใจกับสิ่งที่ใช้เงินแลกมาให้มากที่สุด
  2. นอกจากรู้ว่าจะขายอะไร ขายอย่างไร นักขายที่ดี ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย คู่แข่ง การรู้จักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้น
  3. สามารถขายตามขั้นตอนของการขาย การเปิดการขาย การเสนอขายการขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขายได้ตามกำหนดเวลา
  4. มีใจรักและพร้อมที่จะทำงานอย่างทุ่มเท เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของตัวคุณเองล้วน ๆ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความขยันหรือความทุ่มเทของคุณเองด้วย
  5. ต้องมีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลา พร้อมแสวงหาแนวทางการเพิ่มยอดขายอย่างสร้างสรรค์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขายหากใครคิดว่างานขายเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมอง ขอบอกว่าคุณคิดผิดถนัด
  6. มีสิตและมีจิตใจที่มั่นคง ต้องรู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย ต้องเจอทั้งคำชมและการตำหนิ การมีสุขภาพกายและจิตดี สามารถทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวายในแต่ละวันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานขาย
  7. พัฒนาบุคลิกภาพ โดยผู้ที่มี บุคลิกภาพที่เปิด เป็นกันเอง ร่าเริง สนุกสนาน หรือมีน้ำใจ ทำให้คนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ จะทำงานขายได้ดี

 

 

 

 

 

Please follow and like us:

เว็บไซต์หางาน แบบไหนที่จะทำให้คุณไม่ผิดหวัง

การฝากเรซูเม่กับเว็บไซต์หางาน เป็นอีกหนึ่งวิธีการสมัครงานที่ทำได้ง่ายๆ และมักไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่เพิ่งเรียนจบวิธีนี้จึงเป็นวิธีหางานแนวทางแรกๆที่หลายคนเลือกทำ  เพราะในเว็บไซต์หางาน ถือเป็น แหล่งรวมบริษัทในฝัน บริษัทชั้นนำที่หลายมองหา และอยากเข้าทำงาน  โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาในการหาข้อมูลการติดต่อเพื่อส่งเรซูเม่ไปยังองค์กรต่างๆ

อย่างไรก็ตามในการพิจารณาเลือกใช้บริการเว็บไซต์หางานก็ต้องพิจารณาให้ดีเนื่องจาก หากเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่ไม่มีคุณภาพ ผลที่ตามมาคือ เรซูเม่ของคุณอาจไม่ได้รับการพิจารณาจากองค์กรที่สมัครงาน

ข้ออมูลส่วนตัวของคุณไปอยู่ในมือของผู้อื่นและถูกใช้ไปในทางที่ไม่ดี ดังนั้นเมื่อจะเลือกใช้บริการเว็บไซต์หางานควรพิจารณาเลือกใช้เว็บไซต์หางานที่มีคุณสมบัติดังนี้

  1. เลือกใช้เว็บไซต์หางาน ที่มีนโยบายไม่อนุญาตให้ตัวแทนประกัน หรือธุรกิจเครือข่าย MLM ค้นหาเรซูเม่โดยเด็ดขาด
  2. เลือกเว็บไซต์หางาน ที่มีบริการการสร้างเรซูเม่ที่แตกต่าง เพื่อที่คุณจะสามารถ เลือกส่งเรซูเม่ให้เหมาะกับงานที่สมัคร โอกาสได้งานก็เพิ่มขึ้น และควรเป็นเรซูเม่ที่สามารถเข้าไปทำการอัพเดทข้อมูลได้
  3. ควรมีบริการ Job Alert เพื่อแจ้งเตือนคุณเมื่อมีตำแหน่งงานว่างที่ตรงกับความสนใจของคุณเข้ามา จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการหางานให้คุณได้มากขึ้น
  4. มีระบบการส่งใบสมัครถึงมือ HR 100% โดยมั่นใจว่า เรซูเม่จะไม่มีเข้า Junk Mail ไม่มีตกหล่นกลางทาง
  5. มีระบบที่กำหนดระดับสถานะความปลอดภัยของเรซูเม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล อาทิ ในระดับ OPEN อนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ ดูได้ทันที  ระดับ SEARCHABLE สามารถค้นหาได้ แต่ต้องขออนุญาตเมื่อต้องการเข้าดูข้อมูลส่วนตัว  หรือ ระดับ  PRIVATE ไม่เปิดเผยเรซูเม่
  6. มี Platform ที่เข้ากับยุคดิจิทัล เพื่อสามรถสมัครงานได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Mobile App ที่ครอบคลุมทั้ง iPhone, Androidหรือ Digital Platform อื่นๆ ที่ใช้งานง่าย
  7. หากมีการประกาศตำแหน่งงานสำหรับการทำงานในต่างประเทศด้วยก็จะดี เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสการหางานให้คุณได้อีกด้วย
  8. นอกจากให้บริการรับฝากเรซูเม่แล้วควรเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลและแนะนำแนวทางในการหางานและสมัครงานกับผู้หางานด้วย เช่น แนะนำวิธีการสัมภาษณ์งาน แนะนำเคล็ดลับการเตรียมตัว แนวทางการเขียนเรซูเม่ที่โดดเด่น

สำหรับใครที่งานหาอยู่ก็อย่าลืมที่จะพิจารณาเลือกใช้ เว็บไซต์หางาน ที่จะช่วยให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น บางคนก็ได้งานแรกจากการฝากประวัติสมัครงานนี่เอง เพียงทำตามคำแนะนำใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำเสนอตัวเองไปสู่ฝ่าย HR ขององค์กรได้แล้ว ถือว่าเยี่ยมจริงๆที่ยุคนี้มีบริการเช่นนี้

Please follow and like us:

S-E-R-V-I-C-E อีกหนึ่งแนวทางการสร้างนักบริการมืออาชีพ

สายงานบริการลูกค้า เป็นหนึ่งสายงานที่ต้องมีความสามารถที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ หลากคนคิดว่าใครๆก็ทำงานนี้ได้  ไม่ต้องจบมาในสาขาเฉพาะก็สามารถยื่นสมัครงานเพื่อเข้าทำงานในสายงานนี้ได้ จริงๆแล้วความคิดเช่นนี้ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะสายงานนี้เปิดกว้างให้ใครที่มีใจรักในการบริการและมีความตั้งใจจะพัฒนาตัวเองเพื่อให้บริการที่ดีกับผู้รับบริการสามารถสมัครงานเข้ามาทำงานนี้ได้ แต่หากขากคุณสมบัติต่อไปนี้ก็คงยากที่จะเข้ามาทำงานในสายงานนี้ได้ เรามาดูไปพร้อมๆกันว่าคุณสมบัติอะไรที่มีความสำคัญต่อการทำงานในอาชีพสายงานบริการลูกค้า

  1. ความรวดเร็วของการปฏิบัติงานและการให้บริการ คนยุคนี้ไม่ชอบรอ เพราะหากต้องรออย่างไม่สมเหตุผลทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ การให้บริการที่รวดเร็วจึงเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้
  2. ยึดถือความถูกต้อง ให้บริการด้วยการให้ข่าวสาร ข้อมูล หางาน ที่ถูกต้องและชัดเจนเสมอ ให้ความเสมอภาคในการบริการกับลุกค้าทุกคน
  3. สามารถให้บริการในลักษณะ One stop service โดยพยายามทำให้ผู้รับบริการไม่ต้องประสานงานซ้ำซ้อน ควรอำนวยความสะดวกไม่ทำให้เป็นภาระของผู้รับบริการ
  4. การยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นหัวใจในการให้บริการ เต็มใจและความกระตือรือร้นที่จะให้บริการ แสดงออกให้เห็นว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ผู้รับบริการประทับใจ การที่ผู้ให้บริการมีใบหน้าและกิริยาท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายด้วยไมตรีจิต จะทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่ามีที่พึ่งที่สามารถช่วยเหลือเขาได้นำมาสู่ความประทับใจในระยะยาว
  5. มีทักษะการสื่อสารที่ดี ตั้งแต่การต้อนรับด้วยน้ำเสียง และภาษาที่ให้ความหวังให้กำลังใจ ภาษาที่แสดงออกไม่ว่าจะเป็นการปฏิสัมพันธ์โดยตรง หรือทางโทรศัพท์จะบ่งบอกถึงน้ำใจการให้บริการข้างในจิตใจ หากอธิบายในสิ่งที่ผู้มารับบริการไม่รู้ด้วยความชัดเจน และใช้ภาษาที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตจะทำให้งานบริการลูกค้าเกิดคุณค่า
  6. รู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงความรู้สึกของผู้มาติดต่อขอรับบริการ เขามุ่งหวังได้รับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความถูกต้อง การที่ผู้ให้บริการมีความเอื้ออาทร ติดตามงานและให้ความสนใจต่องานที่รับบริการอย่างเต็มที่ จะทำให้ผู้มาขอรับบริการเกิดความพึงพอใจ
  7. ต้องรู้จักการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในให้บริการเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองเร็วขึ้นและลดภาระการทำงานของผู้ให้บริการได้
  8. พร้อมรับฟังความคิดเห็นและผลสะท้อนกลับว่ามีการปฏิบัติงานส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อเป็นการนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการให้บริการและพัฒนาตนต่อไป

โดยสรุปแล้วหากคุณอยากเป็นนักบริการมืออาชีพ ในสายงานบริการลูกค้า ขอให้ยึดปฏิบัติตามหลัก S-E-R-V-I-C-E ได้แก่

 

S = Smiling and Sympathy (ยิ้มแย้ม และเห็นอกเห็นใจ)

E = Early Response (ตอบสนองอย่างรวดเร็ว)

R = Respectful (แสดงออกถึงความนับถือให้เกียรติ)

V = Voluntariness manner (ให้บริการสมัครใจ)

I = Image Enhancing (รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองและองค์กร)

C = Courtesy (อ่อนน้อม สุภาพ)

E = Enthusiasm (กระฉับกระเฉง กระตือรือร้น)

 

Please follow and like us:

คุณสมบัติพื้นฐานของสาวที่อยากเป็นแอร์โฮสเตส

 

เมื่อเราพูดถึงงานบริการลูกค้า หนึ่งในอาชีพที่อยู่ในสายงานนี้ ที่สาวๆหลายคนอยากจะเป็นคือ แอร์โฮสเตส เพราะได้ทั้งความภูมิใจ ด้วยลักษณะการทำงานที่มีภาพลักษณ์ที่สวยงาม อยู่ในองค์ที่ใหญ่โต และเป็นอาชีพที่มีโอกาสได้ไปเที่ยวต่างประเทศและ ยังรายได้ดี

หากเรานึกภาพของสาวๆนางฟ้าบนเครื่องบิน เราก็มักคิดถึง สาวๆที่หน้าตา รูปร่างดี มีบุคลิกดี ใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาที่สาม ได้เป็นอย่างดี   ภาพลักษณ์ที่กล่าวมานี้เป็นส่วนหนึ่งที่ส่งเสริมการประกอบอาชีพในสายงานบริการในตำแหน่งแอร์โฮสเตส  หากแต่ยังมีทักษะ หรือคุณสมบัติอื่น ๆ ที่ทางสายการบินต้องการจากผู้สมัครงานในตำแหน่งแอร์โฮสเตส หากคุณคือสาวคนหนึ่งที่อยากติดปีกเป็นแอร์โฮสเตส ก่อนไปสมัครงานคุณควรพิจารณาก่อนว่าคุณมีคุณสมบัติพื้นฐาน เหล่านี้หรือไม่

  1. มีใจรักการบริการ เป็นคุณสมบัติสำคัญ ต้องพร้อมต่อการแก้ปัญหาให้แก่ผู้โดยสาร รวมถึงการทำให้ผู้โดยสารพึงพอใจ มีความสุข ที่ได้รับการบริการที่ดีที่สุดจากใจ
  2. บุคลิกภาพสง่างาม สะอาด และดูสดใสอยู่เสมอ รวมถึงมีบุคลิกที่แสดงความมั่นใจ ออกมา  ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต้องทำจนกลายเป็นพฤติกรรมติดตัว อย่าลืมว่าอีกบทบาทหนึ่งของแอร์โฮสเตสคือการสะท้อนภาพลักษณ์ของสายการบิน
  3. รับรู้ความรู้สึกของผู้อื่นได้ดี  เอาใจเขามาใส่ใจเรา ทั้งกับผู้โดยสารและเพื่อนร่วมงาน ต้องมีความเห็นใจ ดูแลผู้อื่น ที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเต็มใจ โดยทางผู้สัมภาษณ์งานจะสังเกตพฤติกรรมของผู้สมัครงานจากการสัมภาษณ์งานแบบกลุ่ม เราควรแสดงความเป็นมิตร ยิ้ม พูด หรือช่วยเหลือคนอื่น ๆ
  4. ต้องสามารถปรับตัวได้ตลอดเวลา มีความยืดหยุ่นต่อสถานการณ์ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ในชีวิตการทำงานจริงสิ่งที่ลูกเรือมักต้องพบเจอ คือ อาจต้องทำหน้าที่อย่างกะทันหันแม้เป็นช่วงเวลาพัก การถูกเรียกแทนปฏิบัติงานแทน ก็เกิดขึ้นได้เสมอ
  5. สามารถทำงานเป็นทีม เป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่สายการบินต้องการในตัวผู้สมัครงานในตำแหน่งงานนี้ เพราะการเป็นลูกเรือนั้นต้องอาศัยการทำงานเป็นทีม พร้อมรับคำสั่งและการตัดสินใจของกัปตันและหัวหน้างาน และในบางสถานการณ์ต้องสามารถนำทีมด้วยการตัดสินใจเฉพาะหน้าของตนเองได้
  6. ปรับตัวกับความหลากหลายทางวัฒนธรรมได้ ยิ่งถ้าเป็นสายการบินนานาชาติ อย่างสายการบินแถบตะวันออกกลาง ลูกเรือมาจากหลายเชื้อชาติ เราจึงต้องตระหนักถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และศึกษาความต่างนั้น เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างเข้าใจ และราบรื่น
  7. ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับหนึ่ง นอกจากงานบริการให้ความสะดวกสบายกับผู้โดยสารแล้ว อาชีพนี้ยังมีส่วนในการรักษาความปลอดภัยให้ผู้โดยสารตลอดการเดินทาง คุณต้องเป็นคนช่างสังเกตและมีสติรอบครอบเพื่อสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าที่เกิดขึ้นขณะทำการบิน และตลอดการเดินทางของผู้โดยสาร

หากมีคุณสมบัติดังที่กล่าวมาแล้ว การก้าวเข้าสู่สายงานบริการลูกค้า อย่างการเป็นแอร์โฮสเตส ก็มีแนวโน้มว่าจะสดใสไม่ใช่น้อย และหากต้องการให้ความฝันเป็นจริงการเตรียมตัวที่ดี และ การพัฒนาตนเองเพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณคือคนที่เหมาะสมกับการเป็นแอร์โฮสเตสจึงสำคัญมาก สู้ๆนะสาวๆทุกคนที่อยากติดปีก

 

Please follow and like us:

S-M-I-L-E เข้าไว้ถ้าคุณรักงานบริการลูกค้า

 

ยิ้ม  คือ  เครื่องสำอาง ที่ดีที่สุดเมื่อยิ้มนั้นมาจากความจริงใจ คำพูดนี้ไม่เกินจริงเลย เพราะการยิ้มออกไปนั้นสร้างไมตรี และ สร้างความรู้สึกเป็นมิตรได้ การยิ้มยังเป็นภาษากายที่เป็นสากล การยิ้มให้กันเป็นจุกเริ่มต้นของมิตรภาพ ดังนั้นในงานบริการการยิ้มให้กับลูกค้า เป็นหนึ่งในสัญญาณที่ผู้ทำงานบริการลูกค้า ควรส่งไปให้ลูกค้าสัมผัสได้

นอกจากการยิ้มที่มุมปาก แล้ว หลักการสำคัญอย่างของงานบิการก็ยังรวมเอาไว้ในคำว่า S-M-I-L-E ที่แปลว่ายิ้มอีกด้วย เรามาดูกันว่าหลักการที่ว่ามีอะไรบ้าง

S = Stress Tolerance   ความอดทน อดกลั้นเมื่อเผชิญกับสภาวะความเครียดที่เกิดขึ้นไม่ว่า ไม่ควรระบายอารมณ์กับลูกค้าเมื่อมีลูกค้ามาสอบถามรายละเอียดบางอย่างจาก คุณ แต่คุณควรแสดงสีหน้า กิริยาท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเสมอเมื่อพบลูกค้า

M = Motivation  การมีแรงจูงใจที่จะบริการ มีความพร้อมเสมอที่จะให้บริการแก่ลูกค้า พร้อมอาสาช่วยเหลือลูกค้าในสถานการณ์ต่าง ๆ  โดยไม่ทำเพราะคิดว่าเป็นหน้าที่เท่านั้น แต่คุณต้องมีใจอยากทำเพราะอยากให้ลูกค้าได้รับบริการที่ดีเยี่ยม

I = Integrity  ความซื่อสัตย์อาชีพเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ว่าอาชีพใดก็ควรต้องมี สำหรับสายงานบริการลูกค้านั้น คุณแสดงความซื้อสัตย์ได้ด้วยการให้ข้อมูลทั้งด้านบวกของสินค้าหรือบริการ  ในขณะเดียวกันก็ต้องแจ้งข้อจำกัดของสินค้าหรือบริการให้ลูกค้าทราบ การให้ข้อมูลทั้งสองแง่มุมนี้จะให้ลูกค้ามีทางเลือกที่จะตัดสินใจเลือกอย่างมีเหตุผล แต่การหมกเม็ดไม่บอกรายละเอียดอาจทำให้ลูกค้าเสียความรู้สึกเมื่อทราบช้อมูลภายหลัง

L = Listening  การเป็นผู้รับฟังที่ดี เกี่ยวกับปัญหาหรือข้อร้องเรียนต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจากลูกค้า  รวมไปถึงการระงับการแสดงสีหน้าและกิริยาท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อลูกค้า ในการรับฟังต้อง พร้อมที่จะให้ข้อมูลหรือเหตุผล กรณีที่ลูกค้าไม่พอใจในสินค้าหรือบริการต่าง ๆ รวมทั้งนำสิ่งที่รับรู้ไปแสวงหาทางออกให้ลูกค้า

E = Energetic   มีความกระตือรือร้น พร้อมแสวงหาวิธีการหรือเทคนิคในการให้บริการแก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าและบริการที่ดีที่สุด รวมไปถึงขวนขวายที่จะเรียนรู้ระบบงานหรือขั้นตอนการทำงานต่าง ๆ อยู่เสมอเพื่อว่าคุณจะได้มีข้อมูลที่พร้อมและถูกต้องเมื่อลูกค้ามาสอบถามราย ละเอียดต่าง ๆ จากคุณ

หากคุณต้องการเข้าสู่สายงานบริการลูกค้า การมียิ้มสวยๆจริงใจเป็นสิ่งสำคัญ และก็อย่าลืมที่จะปฏิบัติหน้าที่ตามหลัก S-M-I-L-E   เพื่อทำให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจ และสำหรับคนที่มีความใฝ่ฝันที่จะเข้ามาทำงานบริการลูกค้า ก่อนสมัครงาน คุณควรที่จะตรวจสอบตัวเองสักนิดว่าพื้นฐานของคุณนั้นเป็นคนที่มีนิสัยตรงตามหลัก S-M-I-L-E   มากน้อยเพียงใด ถ้าตรงกับนิสัยคุณเข้าอย่างจัง กรอกใบสมัครงานแล้วเข้ามาโลกแล่นในสายอาชีพนี้กันเถอะ

 

 

Please follow and like us:

เทคนิคการสื่อสารเพื่อชนะใจลูกค้า สิ่งที่สายงานบริการลูกค้า ต้องรู้

 

สายงานบริการลูกค้า หรือ Customer Service คือฝ่ายงานที่สัมผัสกับลูกค้ามากที่สุด ไม่ว่าสินค้าหรือบริการจะเป็นอะไรก็ตาม ยกตัวอย่างเช่น บริการเครือข่ายโทรศัพท์และอินเตอร์เนต หรือ ผู้ให้บริการทางการเงิน   เมื่อเกิดปัญหา ก่อนที่ฝ่ายเทคนิคจะเข้ามาแก้ไข ผู้ที่ได้รับรู้ปัญหาจากลูกค้าเป็นหน่วยงานแรก ก็คือ Call Center ซึ่งเป็นหนึ่งตำแหน่งงานในสายงานบริการลูกค้า ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเมื่อได้รับการติดต่อก็มักมาพร้อมกับปัญหาที่ลูกค้าต้องการให้แก้ไข  ในด่านแรกนี้หาก ผู้ทำหน้าที่ในสายงานบริการลูกค้า  สามารถทำให้ความไม่พอใจของลูกค้าสงบลงหรือลดความไม่พอใจลงได้ในเบื้องต้นจะดีมาก ดังนั้นการมีทักษะและเทคนิคด้านการสื่อสารจึงถือว่าสำคัญมากสำหรับผู้ทำหน้าที่ในสายงานบริการลูกค้า

วิธีสื่อสารเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุด ให้กับลูกค้า นั้นสามารถเรียนรู้ได้ หากใครอยู่ในสายงานนี้จงฝึกฝน และ หากใครที่ต้องการสมัครงานเข้าสู่สายงานนี้ก็ควรที่จะฝึกทักษะเหล่านี้ไว้

เริ่มที่ ฝึกการเป็นผู้ฟังที่ดี  เมื่อลูกค้าต้องการแสดงความคิดเห็น ต้องรับฟังด้วยความสงบ แม้ว่าลูกค้าจะมีอารมณ์ไม่ดี มีการโวยวายจำไว้ให้ดีอย่าพูดสอดแทรกกลางคัน การพูดสอดแทรกบ่อย ๆ จะทำให้ลูกค้าไม่สบายใจ และสร้างความไม่พึงพอใจแก่ลูกค้า  และการพูดขัดลูกค้าโดยใช้อารมณ์ย่อมทำให้การสนทนาเป็นไปในทิศทางที่ไม่ดี

เทคนิค ต่อมา คือ หลีกเลี่ยงการโต้แย้ง ควรให้ลูกค้าได้แสดงความคิดเห็นก่อน แล้วเราค่อยตอบหรือแสดงความคิดเห็น หากลูกค้ามีความเข้าใจผิดให้ใช้วิธีการอธิบายด้วยความสุภาพ บอกหลักเหตุผล และข้อเท็จจริง เวลาอธิบาย ต้องพยายามอย่าออกนอกประเด็น

เทคนิคที่สาม คือ สื่อสารเพื่อให้เข้าใจเป้าหมายและสภาพของลูกค้า จากนั้นทบทวนความต้องการของลูกค้าให้ลูกค้าฟังอีกรอบ อีกรอบ เพื่อแสดงให้เห็นว่าคุณมีความตั้งใจฟัง และ พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ก็จะทำให้ลูกค้าสนใจฟังมากขึ้น

เทคนิคที่สี่ คือ  เน้นย้ำแนวทางแก้ปัญหาต่างๆให้ลูกค้าโดยยึดตามกฎระเบียบ และ แนวทางปฏิบัติ ไม่รับปากหรือเสนอวิธีแก้ปัญหาที่เกินกว่าอำนาจการตัดสินใจของคุณ หากไม่สามารถแก้ปัญหาให้ได้ ให้นำปัญหานั้นไปปรึกษาผู้มีอำนาจตัดสินใจ เพราะการที่พยายามสื่อสารว่าจะแก้ปัญหาให้ลูกค้าย่อมมีความคาดหวัง หากทำไม่ได้ขึ้นมาย่อมส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของธุรกิจ

เทคนิคที่ ห้า กล่าวคำขอโทษ และ ขอบคุณอย่างจริงใจและเป็นธรรมชาติ โดยทั่วไปคำเหล่านี้ย่อมต้องมีในบทสนทนา แต่ต้องไม่ลืมว่าคำเหล่านี้หากพูดตามแบบแผนหรือมารยาทขาดความจริงใจก็ทำให้ลูกค้ารู้สึกได้ว่ากำลังไม่ได้รับความจริงใจและใส่ใจได้เช่นกัน

หากคุณเป็นหนึ่งคนที่กำลังหางาน  และมีทักษะการสื่อสาร ที่ทำให้สามารถโน้มน้าวใจคนได้ สามารถทำให้คนฟังเกิดความสบายใจได้ สายงานนี้กำลังอ่าแขนรับคุณอยู่อย่ารอช้าสมัครงานเข้ามาหาประสบการณ์กันเถอะ

 

Please follow and like us:

งานบริการลูกค้า ส่วนงานสำคัญที่เป็นหัวใจของธุรกิจ

 

งานบริการลูกค้า หรือที่เรียกกันในยุคนี้ว่า Customer Service เป็นงานดี ที่มีคุณค่าในยุคที่ถึงแม้เราจะมองว่าลูกค้าไม่ใช่พระเจ้า  ที่ต้องยอมให้ทุกอย่าง  แต่การบริการคือหัวใจสำคัญที่ทำให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ  ไม่เพียงเป็นการสร้างความแตกต่าง และทางเลือกให้กับลูกค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความได้เปรียบทางการค้าอีกด้วย เพราะการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า จะทำให้ลูกค้า กลับมาใช้สินค้าและบริการซ้ำ รวมถึงไม่เลือกใช้สินค้าของคู่แข่ง  ในทางตรงกันข้ามแม้มีสินค้าที่ดี ราคาถูกแต่การบริการไม่ดี ลูกค้าอาจไม่เลือกใช้สินค้านั้นๆก็เป็นได้  ดังนั้น งานบริการลูกค้า จึงควรที่จะมีตั้งแต่การบริการระหว่างขาย และหลังการขาย

ผู้ที่จะมารับหน้าที่ เกี่ยวกับงานบริการลูกค้าจึงเป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการสร้า’ความสัมพันธ์ระยะยาวระหว่างสินค้ากับลูกค้า  สำหรับสายงานบริการลูกค้า ค่อนข้างเปิดกว้างไม่ได้จำกัดว่าต้องเรียนจบอะไรมา  แต่สาขาที่ค่อนข้างมีเนื้อหาการเรียนการสอนที่ตรงกับสายงาน ก็คือ สาขานิเทศศาสตร์ (วิชาเอกลูกค้าสัมพันธ์) นอกจากนี้  คนหางาน อย่างนักศึกษาจบใหม่ ก็มีโอกาสที่จะสมัครงาน เพื่อเข้ามาสัมผัสกับงานบริการลูกค้าได้เพราะอาศัยการเรียนรู้งานได้หากมีใจรักที่จะทำงานด้านนี้

ส่วนใครที่กำลังสงสัยว่างาน Customer Service มีขอบข่ายความรับผิดชอบยังไงนั้น ก็มาดูกันได้เลย เริ่มต้นที่หน้าที่ในการหาข้อมูลเกี่ยวกับลูกค้า ว่าวิธีการใดที่จะทำให้ลูกค้าเกิดความพอใจ และ ในทางตรงกันข้ามลูกค้าไม่พอใจอะไร เพื่อหาทางแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าได้รับความพอใจ  อีกทั้งมีหน้าที่สร้างช่องทางในการเข้าถึงลูกค้า ทำให้ลูกค้ารู้สึกอุ่นในว่าสามารถใช้บริการของเราได้ในยามที่มีความต้องการ

มากไปกว่านั้น ผู้ทำงานบริการลูกค้า ต้องทำหน้าที่วิเคราะห์ลูกค้า จากการวิพากษ์วิจารณ์ของลูกค้า เพื่อให้รู้ว่า ลูกค้าประเภทใด เหมาะกับวิธีการให้บริการแบบใด  จากนั้นนำมาสร้างทิศทางในการบริการที่ชัดเจน

สำหรับใครที่สนใจ สายงานนี้  ผู้ที่จะสมัครงาน Customer Service ควรเป็นคนที่  รักงานด้านบริการ ยิ้มแย้มแจ่มใส มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  เข้าใจหลักการของงานบริการซึ่งธุรกิจแต่ละประเภทมีหลักการเฉพาะที่แตกต่างกัน บางธุรกิจให้ความสำคัญกับงานบริการเป็นอย่างมาก เช่นตลาดระดับบน หรือตลาดไฮเอนด์ (High-end market)  ส่วนคุณสมบัติที่สำคัญมาก คือ มีความอดทน และควบคุมอารมณ์ได้ดี ใจเย็น และรู้จักกาลเทศะ  มีปฏิภาณไหวพริบ สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า และรับมือกับคำวิพากษ์วิจารณ์ของลูกค้าได้อย่างเหมาะสม     และควรมีทักษะเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถช่วยให้งานบริการลูกค้ามีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น สามารถใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ และโปรแกรมต่าง ๆ ได้การใช้สมาร์ทโฟน การใช้ Social Media เป็นต้น

 

 

Please follow and like us:

งานบริการลูกค้าจำเป็นที่จะต้องทำไหม

 

งานบริการลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่เราไม่ควรที่จะมองข้ามกันเลยทีเดียว งานบริการลูกค้านั้นสิ่งที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลยคือเราจะต้องเป็นคนที่จิตใจงดงาม โอบอ้อมอารีย์ การทำงานบริการลูกค้านั้นเป็นเรื่องที่ใครหลายๆคนไม่ควรที่จะมองข้ามอย่างมากหากเรารักในการบริการก็ไม่แปลกที่จะทำให้งานบริการลูกค้าของเรานั้นเป็นเรื่องที่ดี การบริการลูกค้าหลายๆคนก็คงยังสงสัยว่าเป็นเรื่องที่จำเป็นไหมในการบริการลูกค้าเนี่ยะ สิ่งที่สำคัญอย่างมากเลยงานบริการลูกค้าจะต้องทำการบริการหลายๆอย่างด้วยกันไม่ใช่แค่บริการด้านใดด้านหนึ่ง การที่เราทำงานบริการลูกค้านั้นเราสามารถที่จะเลือกได้ว่าเราจะทำงานบริการลูกค้าที่ไหน อย่างเช่นการทำงานบริการลูกค้าร้านอาหาร ร้านอาหารเป็นสิ่งที่สำคัญและจำเป็นอย่างมากที่สุดเลยเพราะการบริการลูกค้าจะทำให้เราฝึกความอดทนและเป็นคนที่มีอัธยาศัยที่ดีต่อคนรอบข้างอย่างมากที่สุด

งานบริการลูกค้าในปัจจุบันนี้จำเป็นอย่างมากโดยเฉพาะร้านที่ต้องมีพนักงานเสิร์ฟซึ่งแน่นอนว่าหลายๆร้านก็ต้องมีการบริการของลูกน้องเพื่อที่ว่าให้การบริการภายในร้านนั้นๆมีความเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น งานบริการลูกค้านั้นไม่จำเป็นที่เราจะต้องมีบุคลิกที่ดีเท่านั้นหากเรามีความอดทน ความตั้งใจในการทำงาน ทุกๆอย่างก็สามารถทำให้เราประสบความสำเร็จได้ง่ายๆ การทำงานบริการลูกค้านั้นมีหลายแบบอย่างที่เราเห็นก็จะเป็นในห้างที่ได้ยินว่าหากใครหายให้มาพบได้ที่จุดบริการลูกค้า จุดบริการลูกค้าก็ทำหน้าที่บริการลูกค้าไม่ว่าจะเป็นการแลกของแถม ฝากของ หรือแม้กระทั่งใครหายก็สามารถที่จะทำการประกาศคนหายให้มาพบกันได้ที่จุดบริการลูกค้าอีกด้วย อย่างในห้างงานแคชเชียร์ก็ถือว่าเป็นงานบริการลูกค้าที่ดีอย่างมากที่สุดเลยเพราะการเป็นแคชเชียร์นั้นก็ต้องใส่ถุงทำทุกอย่างในเวลาเดียวกันยิ่งถ้าคนเยอะๆก็จะยิ่งเกิดความกดดันอีกด้วย

งานบริการลูกค้านั้นถือว่าเป็นเรื่องที่เราไม่ควรมองข้ามอาชีพนี้เลยเพราะหากไม่มีใครทำอาชีพนี้เราเองก็จะลำบากได้ในอนาคต งานบริการลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากที่สุดเลย หากเราเจอใครกำลังให้บริการเราอยู่เราก็ควรคุยพูดหรือถ้าอยากให้เค้าหยิบอะไรให้ควรพูดกับเค้าด้วยน้ำเสียงที่ดีเพราะเค้ามาทำหน้าที่ช่วยให้เราสะดวกสบายขึ้นไม่ใช่คนใช้เราเราจึงควรพูดกับเค้าดีๆในเรื่องของงานบริการลูกค้าจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมากเลยที่ไม่ควรมองข้าม

Please follow and like us: