ตอบอย่างไรดีเมื่อถูกสัมภาษณ์ว่าทำไมออกจากงานเก่า

คำถามในลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ต้องการทดสอบผู้สมัครงานในเรื่องทัศนคติ ต้องคิดว่าจะตอบอย่างไรให้ไม่กระทบถึงที่ทำงานเก่าแม้ว่าคุณจะมีเรื่องไม่พอใจที่ทำงานเดิม แต่ก็มักจะถูกถามจี้ๆ เพื่อให้พูดถึงปัญหาจริงๆ เช่น หาผู้สัมภาษณ์สงสัยว่าคุณอาจทำงานผิดพลาดหรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แต่จำไว้ เหตุผลมากมายที่พูดถึงความไม่พอใจไม่เป็นผลดีกับคุณ จงมีสติและลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดู

  1. แสดงให้รู้ว่าสาเหตุเกิดจากตัวคุณเอง เช่น คุณมีความต้องการเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า และโอกาสในหน้าที่การงาน ที่ทำงานเดิมไม่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ การสมัครงานที่ใหม่มีตำแหน่งที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ  จากความสามารถและการสั่งสมความรู้ละแสวงหาความรู้เพิ่มเติมทำให้คุณอยากทำงานที่จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถนี้สร้างผลประโยชน์ให้กับบริษัทได้มากขึ้น
  2. สะท้อนให้เห็นว่าตัวงานใหม่เป็นสิ่งที่คุณมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง เป็นการขยายความจากการตอบข้อแรก คุณต้องกล่าวให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่า การมาสมัครงานที่ใหม่นี้คุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะมาทำงานที่มีความท้าทาย และความท้าทายที่ว่านี้หาไม่ได้จากงานในองค์กรเดิม เช่น งานในองค์กรที่มาสมัครงานในครั้งนี้ ให้ใช้ความสามารถในการประสานงานกับองค์กรต่างชาติ ได้ร่วมงานกับต่างชาติ และมีโอกาสดูแลโครงการขนาดใหญ่
  3. บอกให้ฟังว่าบริษัทที่คุณมาสมัครงาน มีข้อดีที่จะส่งผลให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างไร เช่น มีความมั่นคง มีระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ  เป็นองค์กรระดับชาติ คุณมองเห็นแนวทางในการเดินไปสู่การพัฒนาตัวเอง ได้อย่างไร

 

อย่างไรก็ตามควรที่จะหลีกเลี่ยง ในการตอบว่า รายได้ ผลตอบแทนหรือสวัสดิการที่จะได้จากองค์กรใหม่มีมากกว่าองค์กรเดิม และจำไว้ให้ดีว่าไม่ควรพูดอะไรให้เสื่อมเสียแก่เจ้านาย หรือที่ทำงานเก่าควรพูดในสิ่งที่เป็นด้านดีๆ และย้ำว่าการออกจากที่เดิมคุณ “ต้องการความก้าวหน้า”

อีกอย่างพยายามตอบคำถามที่กระชับ ไม่ต้องตอบคำถามให้ยืดยาว ตอบให้ตรงจุด และสั้นมากที่สุด อย่าตอบให้ออกมาในลักษณะการแก้ตัว หากถูกถามจี้ว่าคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือไม่ ถ้าความจริงคือมี การตอบให้ดูดี สามารถตอบได้ เช่น  ในการทำงานเป็นทีมการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นสิ่งที่ดี อาจมีการแสดงความคิดเห็นที่ค้านกันอยู่บ้างแต่ทุกคนจะเคารพกัน  หรือ  มีคนที่มีทัศนคติหรือความชอบที่ต่างกันอาจจะมีกระทบกันบ้างแต่ในเวลาทำงานคุณสามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้อย่างมืออาชีพ เป็นต้น

สุดยอดคำถามที่ต้องเจอเมื่อไปสัมภาษณ์งาน

สำหรับหลายคนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อผ่านการสมัครงานไปแล้ว การถูกเรียกสัมภาษณ์งานคือสิ่งต่อไป และก็มักจะรู้สึกตื่นเต้น มีความประหม่า เมื่อเจอคำถามต่างๆไม่รู้จะตอบอย่างไรดี  จึงๆแล้วหลักในการตอบคำถามสัมภาษณ์ ควรตอบให้ตรงประเด็น กระชับ ได้ใจความ แสดงตัวตนและมีความคิดสร้างสรรค์

คำถามสัมภาษณ์ที่ผู้สมัครงานมักจะพบเจอ ถูกรวบรวมเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมตัว คิดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สมัครงานสามารถตอบคำถามได้ดีขึ้นมาดูกันเลย

1.แนะนำตัวและเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้เราฟังหน่อย

ข้อนี้เขาต้องการทดสอบการบริหารเวลาและการแสดงความคิดรวบยอด ควรตอบด้วยเวลา 2-3 นาที ให้มีเนื้อหาครอบคลุม นอกจากแนะนำตัวบอกความสามารถ แล้วควรบอกเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงเป็นผู้สมัครที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ ไม่ต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเอง เลือกที่เป็นจุดเด่นเพื่อทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกสนใจในตัวคุณ

2. ทำไมคุณคิดว่าเหมาะกับงานนี้

ให้บอกเล่าประสบการณ์และความสามารถที่เคยผ่านมา ประกอบกับเหตุผล เช่น สิ่งที่เป็นจุดเด่นของคุณและความแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น  สำหรับคนจบใหม่ให้บอกเล่ากิจกรรมที่เคยทำมาในสมัยเรียน เช่น ออกค่าย ฝึกงาน ทำงานพิเศษ   จำไว้ว่าการแสดงความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งดีแต่อย่างคุยไปในลักษณะโอ้อวด

3. รู้ไหมว่าตำแหน่งที่สมัครรับผิดชอบงานอะไร

เบื้องต้นทุกคนต้องรู้อยู่แล้วว่าองค์กรเปิดรับตำแหน่งนี้เข้ามาทำอะไรจาก คำอธิบายงาน (Job Description)  ควรตอบให้สั้นและกระชับและแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งงานนี้มีความรับผิดชอบที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร และคุณจะทำงานในตำแหน่งนี้ให้มีผลด้านบวกกับองค์กรและฝ่ายงานอื่นอย่างไร

4. จุดมุ่งหมายระยะยาวในการทำงานของคุณคืออะไร

ให้ตอบถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคต และต้องบอกวิธีที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่สัมภาษณ์  เช่น ทำงานในตำแหน่งพนักงานขายที่มีความเชี่ยวชาญ โดยสามารถที่จะเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ สามารถพัฒนาทีมขายให้มีประสิทธิภาพ โดยที่ตนเองเข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะและความสามารถอยู่ตลอดเวลา

5. จุดอ่อนของคุณคืออะไร

ตอบความจริงออกไป และแจ้งว่ากำลังปรับปรุงหรือพัฒนาควรบอกผลลัพธ์หลังการปรับปรุงด้วย เช่น กำลังฝึกภาษาญี่ปุ่น โดยเรียนมาแล้ว 2 ครอส ผลการทดสอบรอบแรกผ่านมาด้วยดี กำลังพัฒนาให้สามารถใช้งานได้คล่องขึ้น

6. ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของคุณคืออะไร

บอกเล่าความรู้สึกภูมิใจที่สุดในช่วง 1-2 ปีของการทำงาน บอกถึงวิธีการ อุปสรรคที่เกิดขึ้น และบอกวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อบอกให้รู้ว่าคุณมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา  นอกจากเรื่องงานควรบอกสิ่งอื่นที่คุณภูมิใจ เช่น สามารถดาวน์บ้านให้พ่อแม่ได้ สามารถเก็บเงินสดซื้อรถได้ แต่ไม่ต้องเน้นมากจะดูเป็นการนอกเรื่องเกินไป

เด็กจบใหม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปสมัครงาน

ทุกปีมีบัณฑิตจบใหม่ร่วมแสนคนทุกคนเมื่อจบการศึกษาแล้วก็มุ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน การสมัครงานเป็นสิ่งที่ทุกคนเหมือนว่าต้องทำเพราะถึงเวลาที่จะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการทำงานจริง แต่หลายคนเมื่อไปสมัครงานแล้วก็จะพบว่าองค์กรต่างๆต้องการคนที่มีประสบการณ์ แล้วเด็กจบใหม่จะทำยังไงดี การเตรียมตัวสำหรับการสมัครงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กจบใหม่ทุกคนควรที่จะเรียนรู้ไว้เพื่อเพิ่มโอกาสได้งาน เรามาดูไปพร้อมกันว่าเด็กจบใหม่ควรที่จะเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปสมัครงาน

สมัครงาน
เริ่มจาก  ตอบคำถามตัวเองให้ดีกว่าอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร  แม้ว่าหลายคนจะเรียนสาขาวิชาที่มีความเป็นวิชาชีพสูง เช่น วิศวกรรม ศึกษาศาสตร์  การบัญชี แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำงานในสายอาชีพเท่านั้น ต้องคิดว่างานไหนที่เหมาะสมกับเรา ทำแล้วมีความสุข และคุณมีความสามารถสำหรับทำงานอะไรชีวิตการทำงานต่างจากการเรียนบางคนเรียนไปแล้วรู้ว่าไม่ชอบสิ่งที่เรียน แล้วยังจะมาใช้ชีวิตกับสิ่งนี้อีกคุณอาจกำลังหลงทาง  เมื่อพบแล้วว่าจริงๆอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร จงหาข้อมูลเกี่ยวกับสายอาชีพนั้น ๆ อาจปรึกษาคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือคนที่อยู่ในสายอาชีพที่เราสนใจ จากนั้นก็วางแผนเข้าสู่สายอาชีพนั้นๆ บางทีคุณอาจต้องศึกษาอะไรเพิ่มเช่น การทดสอบภาษา หรือ ความสามารถที่มีใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้ประกอบการสมัครเข้าสู่สายอาชีพที่ต้องการ

จัดทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมผลงาน และแสดงให้เห็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน   เช่น ประสบการณ์การฝึกงาน อบรม กิจกรรม หรืองานพิเศษต่าง ๆ ที่เคยทำมา จัดทำเรซูเม่ ให้มีความน่าสนใจ มากกว่าการเขียนเพื่อบอกเล่าตามแบบฟอร์มเดิมๆ ต้องใส่ใจกับเรซูเม่ให้มากเพราะถือเป็นสิ่งแรกที่ทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักคุณ แสดงให้เห็นความพร้อมของคุณต่อการทำงานในตำแหน่งงานที่สมัครและแสดงจุดมุ่งหมายในอาชีพให้องค์กรได้รับรู้

 

เตรียมเอกสารการสมัครงานอย่างรอบครอบ หลายครั้งการเตรียมเอกสารที่ไม่เรียบร้อยของผู้สมัครทำให้องค์กรปฏิเสธการสมัครงานของคนคนนั้นไปเลยเพราะมันสะท้อนถึงความไม่มีระเบียบและความรอบครอบ ให้ถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญต่าง ๆ รับรองสำเนาถูกต้องอย่างถูกวิธี  เตรียมรูปถ่ายชุดสุภาพสำหรับใช้ในการสมัครงานให้เรียบร้อยอย่าใช้รูปที่ใส่ชุดครุย จัดเรียงเอกสารให้ถูกต้องตามลำดับ กรอกรายละเอียดใบสมัครให้ครบถ้วน

 

ในการยื่นใบสมัครหากต้องยื่นด้วยตนเอง แต่งกายให้สุภาพ เมื่อต้องเข้าไปในองค์กร เมื่อส่งเอกสารแล้วควรสอบถามระยะเวลาในการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่รับสมัคร เพื่อที่คุณจะได้ทราบการเตรียมตัวในการทดสอบในขั้นตอนต่อไป อย่าลืมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน จากนั้นรอการติดต่อกลับ หากองค์กรสนใจในตัวคุณการสัมภาษณ์หรือการทดสอบอื่นๆจะเป็นลำดับต่อไป

สมัครงานออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่ายุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี การสมัครงานโดยผ่าช่องทางออนไลน์นับเป็นเรื่องที่สะดวกสบายไปร้อยแปดจริงๆ ค่ะ การสมัครงานออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ตามนี้เลยค่ะ

ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งในที่นี้หมายถึง ข้อมูลอื่นๆ ที่นอกเหนือจากชื่อ นามสกุล ที่อยู่นะคะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครออนไลน์อยู่แล้วค่ะ ข้อมูลที่นอกเหนือจากใบสมัคร หมายถึง

  • ประวัติการเรียน ตั้งแต่ชั้นมัธยม จนถึงมหาวิทยาลัยระดับสูงสุด เริ่มเรียนปีไหน จบปีเท่าไหร่ เป็นต้นค่ะ
  • ประวัติการทำงาน ในส่วนนี้ก็แน่นอนค่ะ ประวัติการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงที่ล่าสุด อันนี้อย่าลืม ปี พ.ศ. ด้วยนะคะ
  • ประวัติการฝึกอบรม โดยปกติในการทำงานบริษัททุกบริษัทจะต้องมีการจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานค่ะ เพื่อเป็นการฝึกทักษะหรือพัฒนาบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานค่ะ และหากเรามีประวัติในส่วนนี้ ขอให้เตรียมมาทั้งหมด โดยขอจากฝ่ายพัฒนาบุคลากรของบริษัทนะคะ หากมีประวัติเหล่านี้ก็จะง่ายต่อการพิจารณามากขึ้นค่ะ หากเป็นน้องใหม่ไม่มีประวัติการฝึกอบรมจะทำอย่างไร ไม่ต้องกังวลค่ะ อันนี้ HR เค้าจะทราบจากใบสมัครอยู่แล้วว่าเป็นบัณฑิตใหม่จ้า
  • ข้อมูลในส่วนของหน้าที่ในตำแหน่งงานค่ะ อันนี้เป็นส่วนปลีกย่อยอยู่ในเรื่องประวัติการทำงานนะคะ ในการกรอกข้อมูล เค้าจะมีช่องให้ระบุค่ะในแต่ละที่ทำงานที่ผ่านมา ตำแหน่งเรา ต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้าง เขียนตามความจริงได้เลยค่ะ
  • รูปถ่าย หน้าตรง ถูกระเบียบนะคะ ใช้เป็น File Jpeg ค่ะ เราสามารถขอไฟล์จากร้านถ่ายรูปได้ และนำมาลงในคอมพิวเตอร์ จากนั้นทำการแนบไฟล์ภาพได้เลยจ้า โปรแกรมที่เราทำการสมัครงานเค้าจะมีช่องให้ดาวน์โหลดอยู่แล้วจ้า หรือใครจะสแกนรูปก็ได้ ไม่ว่ากันค่ะ แต่ทำวิธีแรกน่าจะง่ายกว่า
  • ไฟล์เรซูเม่ (Resume) อันนี้สำคัญค่ะ ในการเตรียมเรซูเม่ (Resume) จะใช้ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนะคะ เพียงแต่สิ่งนี้เป็นเอกสารเพิ่มเติมที่เราจะต้องแนบไปในการสมัครงานด้วย เพราะข้อมูลใน เรซูเม่ (Resume) จะมีรายละเอียดมากกว่าสิ่งที่เรากรอกลงไปในเวปค่ะ สิ่งที่เพิ่มเติมมาจากที่เรากรอกไปในเวปคือ เอกสารแนบ เรซูเม่ (Resume) ค่ะ นั่นคือ ใบประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เราได้รับมากจากการทำกิจกรรมหรือการฝึกอบรม หรือจากอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องในการทำงาน เช่น  ใบประกาศการผ่านการฝึกอบรมเรื่อง …….  ใบประกาศเกียรติคุณ การเป็นพนักงานดีเด่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาเราเข้าสัมภาษณ์งานและรับเข้าทำงานในโอกาสต่อไปค่ะ

หางาน บัญชีง่าย ๆ เพียงใช้ “เว็บไซต์ค้นหางาน”

    หางาน บัญชีง่าย ๆ

        การทำงานหรือประกอบอาชีพในปัจจุบันเป็นสิ่งที่คนเราจำเป็นที่จะต้องทำ เนื่องจากว่าเราทุกคนจะต้องมีเงินเพื่อใช้ชำระค่าใช้จ่าย ซื้อของ หรือใช้เพื่อการดำรงชีวิต ดังนั้น การทำงานก็เหมือนเป็นการนำความรู้ ความสามารถของแต่ละคนไปแลกกับจำนวนเงินหรือรายได้ที่แต่ละคนควรได้ ตามระดับความสามารถ แน่นอนว่าแต่ละคน แต่ละตำแหน่งก็จะมีรายได้และภาระงานที่ต้องทำแตกต่างกันนั่นเอง สำหรับผู้ที่ต้องการหางาน บัญชี เราจะแนะนำแหล่งในการหางานที่ได้รับความนิยม ซึ่งก็คือ “เว็บไซต์ค้นหางาน” นั่นเอง

ปัจจุบันการหางานทำนั้นสะดวกสบายขึ้นมากเลยทีเดียว เนื่องจากเทคโนโลยีมีการพัฒนาและมีส่วนช่วยให้ชีวิตของเรามีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ใครที่กำลังมองหาตำแหน่งงานที่เหมาะกับตนเองอยู่ อย่างการ    หางาน บัญชี ขอแนะนำให้ใช้เว็บไซต์ค้นหางานเลยค่ะ เว็บไซต์ค้นหางานนั้นจะมีข้อมูลงานทั่วประเทศพร้อมให้บริการ เพียงคุณเลือกจังหวัดและประเภทงาน ก็สามารถค้นหาได้ทันทีค่ะ ข้อดีของการค้นหางานผ่านเว็บไซต์ มีดังนี้

ค้นหาง่าย สะดวกสบาย

            การใช้เว็บไซต์หางาน บัญชีนั้น ถือว่าเป็นช่องทางที่สะดวกสบายอย่างมากเลยทีเดียว เพราะโดยปกติเราจะหางานโดยการสำรวจงานภายในพื้นที่ของตนเองว่ามีงานที่ตรงกับความสามารถหรือไม่ แต่หากคุณใช้เว็บไซต์ค้นหางาน เพียงแค่กรอกข้อมูลแล้วกดค้นหา ก็จะได้รายละเอียดของงานและบริษัทให้เลือกมากมายเลยทีเดียว ช่วยให้คุณหางานง่าย แล้วยังใช้เวลาน้อยอีกด้วยค่ะ

ค้นหางานได้ทุกที่ ทุกเวลา

            การหางาน บัญชีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากทีเดียว อีกทั้งความรวดเร็วในการหางานก็เป็นสิ่งที่สำคัญมาก เพราะหากพลาดไปก็มีผลต่อการดำรงชีวิตของคุณแน่นอน จะดีไหม? ถ้าหากว่าคุณมีตัวช่วยในการหางานอย่างเว็บไซต์ค้นหางาน ซึ่งสามารถค้นหาได้ทั้งในคอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเลต และโทรศัพท์มือถือค่ะ หากว่าคุณใช้โทรศัพท์มือถือในการค้นหางานก็จะค้นหางานได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องเดินทางไปค้นหาเอง ใครหางานอยู่ควรต้องใช้เป็นตัวช่วยเลย

มีรายละเอียดครบ ชัดเจน

            การหางาน บัญชีหรือจะเป็นงานทั่ว ๆ ไป ก็จะต้องมีการโทรศัพท์ไปสอบถามงาน ลักษณะงาน และที่ตั้ง แต่หากว่าคุณใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ การค้นหางานผ่านเว็บไซต์นั้นเป็นตัวช่วยที่ดีเลยค่ะ เพราะว่ามันจะทำให้คุณหางานที่เหมาะสมกับคุณได้ พร้อมทั้งแสดงรายละเอียดที่แต่ละบริษัทลงข้อมูลไว้ด้วย เพียงเท่านี้ การหางานของคุณนั้นก็ไม่ยากอีกต่อไปแล้วล่ะค่ะ ดังนั้น ใครที่กำลังหางานอยู่ก็ควรเลือกใช้ตัวช่วยอย่าง “เว็บไซต์หางาน” นะคะ

หางานภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตเป็นจังหวัดแห่งการท่องเที่ยวยอดนิยมของประเทศไทยโดยเฉพาะอย่างยิ่งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาตินิยมไปเป็นจำนวนมาก งานในภูเก็ตซึ่งค่อนข้างหลากหลายโดยเฉพาะอย่างยิ่งงานทางด้านการบริการ และร้านอาหาร นอกจากนี้ยังมีงานอื่นๆซึ่งเป็นงานบริษัทและงานออฟฟิศอีกมากมาย สำหรับใครที่กำลังหางานภูเก็ต จึงถือได้ว่า เรากำลังมองหางานในจังหวัดที่ค่อนข้างมีโอกาสและมีทางเลือกให้เราเลือกได้เยอะและไม่จำกัดนอกจากนี้ ถึงแม้ว่าในจังหวัดภูเก็ตจะเป็นจังหวัดที่ขึ้นชื่อเรื่องค่าครองชีพ นั่นก็คืออาหารการกินค่อนข้างที่จะมีราคาแพงในราคาของนักท่องเที่ยวเลยล่ะแต่ว่าในอัตราการจ้างงานหรือในส่วนของค่าจ้างก็ถือได้ว่ามีงานหลากหลายประเภทที่ให้เงินเดือนดี และเรายังคงดำรงชีพอยู่ในภูเก็ตได้แบบสบายๆ

ใครที่กำลังมองหางานภูเก็ต สามารถใช้ช่องทางในการเลือกงานได้อย่างหลากหลายไม่ว่าจะเป็นเว็บหางาน ที่ทำการรวบรวมตำแหน่งงานในจังหวัดภูเก็ตมาไว้ที่เดียวถือได้ว่านี่คือศูนย์รวมตำแหน่งงานและเป็นศูนย์รวมบริษัทต่างๆในจังหวัดภูเก็ตซึ่งเราสามารถเข้าไปใช้บริการได้ฟรีไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปค้นหาบริษัทหรือตำแหน่งงานต่างๆในภูเก็ตรวมถึงเข้าไปฝากประวัติไว้ที่เว็บไซต์ต่างๆเหล่านี้ การที่เราฝากประวัติเอาไว้จะทำให้บริษัทต่างๆที่มีความต้องการตำแหน่งงาน เขียนใบสมัครและประวัติของเราดังนั้นโอกาสที่จะนัดเราเข้ารับการสัมภาษณ์ก็มีมากขึ้นอีกด้วยนอกจากนี้ การติดต่อเข้าไปยังบริษัทต่างๆนั้นโดยตรง เพื่อดูว่าบริษัทนั้น มีการเปิดรับสมัครพนักงานในตำแหน่งใดหรือไม่ก็ทำให้เราสามารถลดระยะเวลาในการหางานภูเก็ต ได้เร็วมากยิ่งขึ้น

 

การหางานในภูเก็ตกับบริษัทชั้นนำ ยังคงมีหลายอัตรา ซึ่งถ้าหากใครที่กำลังมองว่างานที่ดีโอกาสเยอะมีอยู่ในกรุงเทพเท่านั้นคุณอาจจะกำลังคิดผิดเพราะว่าในภูเก็ตเองก็เป็นจังหวัดท่องเที่ยวและเป็นอีกหนึ่งจังหวัดที่มีอัตราการจ้างงานค่อนข้างสูงและมีตำแหน่งงานค่อนข้างเยอะด้วยเช่นกันเพราะอย่างที่บอกไปในตอนต้นว่าจังหวัดภูเก็ตเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของประเทศไทย ดังนั้น ลักษณะงาน จึงมีความวาไรตี้ขึ้นอยู่กับว่าเราจะชอบและสนใจในตำแหน่งงานนั้นๆหรือไม่ ซึ่งถ้าหากเราคิดว่าเราเป็นหนึ่งคนที่ไม่เลือกและไม่เกี่ยงงานขอให้เป็นงานสุจริตและรายได้เพียงพอต่อรายจ่ายให้เราสามารถของคิดอยู่ได้ในปัจจุบันนี้ก็ถือได้ว่า จังหวัดภูเก็ตเป็นอีกหนึ่งจังหวัด ที่มีปริมาณงานให้เราเลือกได้เยอะ เลยทีเดียว

 

การทำงานในภูเก็ตถือได้ว่าเป็นการทำงานไปด้วยและยังมีโอกาสได้เที่ยวไปด้วยเนื่องจากที่นี่เป็นจังหวัด ที่มีเกาะแก่งและท้องทะเลอันสวยงามดังนั้น การอาศัยอยู่ในจังหวัดภูเก็ตและการทำงานในจังหวัดภูเก็ตซึ่งถือได้ว่าเป็นที่สนใจและเป็นที่ต้องการของใครหลายคน

 

เคล็ดลับการหางานบัญชี ทำอย่างไรให้ได้งานทันใจ

การหางานบัญชีนับว่าเป็นอีกหนึ่งงานที่หลายคนกำลังให้ความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในยุคที่เศรษฐกิจดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงและต้องการความละเอียด มีธุรกิจต่างๆ เกิดขึ้นและเติบโตขึ้น ส่งผลให้การหางานบัญชีเป็นอีกหนึ่งความต้องการจากองค์กรและบริษัทต่างๆ ทั้งนี้สำหรับใครที่กำลังมองหางานบัญชีและไม่รู้จะเริ่มต้นอย่างไร ทำอย่างไรให้สามารถหางานได้รวดเร็วทันใจ เรามีเคล็ดลับดีๆ มาแนะนำ

  1. เตรียมเอกสารให้พร้อม

สิ่งแรกสำหรับการ หางานบัญชี เลยคือการเตรียมพร้อมด้านเอกสาร คุณจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมในการสมัครงาน ซึ่งอาจจะดูเป็นเรื่องที่เล็กน้อย แต่ก็ทำให้หลายคนพลาดงานสำคัญมาแล้วเพราะไม่มีเอกสารสำคัญหรือเตรียมมาไม่พร้อม ดังนั้น สำรองเอกสารต่างๆ และตรวจสอบให้ละเอียดเพื่อให้คุณพร้อมมากที่สุด

 

  1. หางานหลากหลายช่องทาง

หางานบัญชีหลายๆ ช่องทาง เพื่อที่จะเปิดโอกาสให้คุณได้รับงานที่เหมาะสมและที่ใช่อย่างรวดเร็ว ทั้งตามบริษัท หน้าองค์กรต่างๆ ที่ติดป้ายรับสมัครงานบัญชี การประกาศรับสมัครงานผ่านทางโซเชี่ยลมีเดียต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ไลน์ หรือ เฟซบุ๊ค เป็นต้น รวมไปถึงเว็บไซต์รับสมัครงาน ที่จะมีการรวบรวมงานจากบริษัทต่างๆ หลากหลายรูปแบบให้คุณได้เลือกอย่างเต็มที่

 

  1. ฝากประวัติบริษัทจัดหางาน

เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก สำหรับการฝากประวัติและหางานผ่านทางบริษัทหรือเว็บไซต์จัดหางาน ที่จะมีประกาศรับสมัครงานเป็นจำนวนมาก พร้อมทั้งคัดสรรบริษัทที่น่าสนใจและเหมาะสมกับคุณได้อย่างดีเยี่ยม เพียงแค่คุณจะต้องเข้าไปศึกษาวิธีการและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้การสมัครงานผ่านทางเว็บไซน์หรือบริษัทจัดหางานเป็นไปอย่างราบรื่นมากที่สุด

 

  1. อย่าหยุดพัฒนาตนเอง

ในระหว่างที่กำลังหางานบัญชีอยู่นั้น อย่าหยุดการพัฒนาตนเองและต้องเรียนรู้สิ่งต่างๆ อยู่เสมอ เพื่อที่จะทำให้คุณมีความพร้อมสำหรับการหางานบัญชีมากที่สุด ได้เข้าใจงานสายนี้และทำให้เส้นทางอาชีพของคุณราบรื่นหลังจากที่ได้งานแล้ว การศึกษาและพัฒนาตนเอง จะส่งผลต่อการสมัครงาน การสัมภาษณ์งานอีกด้วย

 

  1. ศึกษาองค์กรที่สมัครงาน

นอกเหนือจากนี้คุณจะต้องศึกษาข้อมูลของบริษัทที่คุณสมัครงานหรือหางานบัญชี เพื่อที่จะทำให้คุณเข้าใจรูปแบบของการทำงาน วัฒนธรรมองค์กร ประวัติความเป็นมาและนำไปใช้ในการสัมภาษณ์งาน ที่จะทำให้ทางบริษัทเห็นถึงความมั่นใจ ความพร้อมและเข้าใจในองค์กรของคุณ

 

และนี่ก็เป็น 5 เคล็ดลับในการหางานบัญชี ที่นอกจากจะช่วยให้คุณได้งานอย่างรวดเร็วแล้ว ยังทำให้คุณมีความมั่นใจและเรียนรู้ได้อย่างดีเยี่ยมอีกด้วย

 

งาน Part-time มีข้อดีอะไร

ถ้าหากจะให้พูดถึงงาน Part-time
ในยุคปัจจุบันแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เพียงแค่งานสำหรับเด็กมัธยมเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะในปัจจุบันคนทำงานส่วนใหญ่มักจะหันมาเลือกงานในรูปแบบนี้เพื่อช่วยในเรื่องของการดูแลตัวเองให้ได้ดีมากยิ่งขึ้นแต่ทั้งนี้บางคนอาจจะยังไม่เข้าใจว่าในการทำงานรูปแบบนี้นั้นจะมีประโยชน์หรือมีผลดีกับตัวเองอย่างไรบ้างเพราะฉะนั้นเรามาลองดูกันดีกว่าว่าจะช่วยพัฒนาคุณภาพชีวิตของเราได้ในด้านใดบ้างในการเลือกทำงานแบบที่กล่าวมา

1.รายได้
แน่นอนว่าในเรื่องของรายได้จากการทำงาน Part-timeบางคนนั้นก็อาจจะได้มากกว่าการทำงานประจำด้วยซ้ำไปเนื่องจากว่ารูปแบบงานนั้นอาจจะมีความต้องการมากกว่างานประจำที่ทำอยู่และที่สำคัญในส่วนของรายได้ที่เพิ่มมากินขึ้นนั้นก็จะเป็นตัวช่วยในการลดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและทำให้เกิดความเพียงพอต่อการใช้จ่ายในปัจจุบันเพราะฉะนั้นแล้วนี่จึงเป็นอีกหนึ่งข้อดีที่เกิดขึ้นจากการเลือกทำงานในรูปแบบที่ว่าแต่ทั้งนี้อาจจะต้องมีการเปรียบเทียบด้วย

2.ประสบการณ์
มีหลายคนเลยทีเดียวที่เลือกจะทำงาน Part-timeโดยไม่จำเป็นที่จะต้องมองเพียงแค่ในเรื่องของรายได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะในบางครั้งการเลือกทำงานในรูปแบบนี้สามารถที่จะสร้างประสบการณ์แบบที่คาดไม่ถึงมาก่อนด้วยอาจจะเป็นรูปแบบหรือลักษณะงานที่แตกต่างไปจากงาน

ประจำหรือบางครั้งอาจจะทำให้เราได้พบเจอกับสังคมใหม่ใหม่เพราะฉะนั้นนี่จึงเป็นข้อดีที่คนส่วนใหญ่นั้นเลือกที่จะหันมาทำงานเสริมในระหว่างการทำงานประจำ
3.ความรับผิดชอบ
และนี่อาจจะเป็นข้อดีที่ได้มาแบบคาดไม่ถึงสำหรับการทำงานในเรื่องของงานเสริมที่ว่าโดยจะทำให้กลายเป็นคนที่มีความรับผิดชอบมากยิ่งขึ้นทั้งนี้เนื่องจากว่าจะต้องทำทั้งงานประจำและงานเสริมเพราะฉะนั้นแล้วจะไม่ใช่เพียงแค่การรับผิดชอบในหน้าที่งานประจำเพียงอย่างเดียวเหมือนเมื่อก่อนแต่อาจจะต้องรับผิดชอบทำงานเสริมให้ตรงตามที่กำหนดโดยเฉพาะในเรื่องของระยะเวลาเองก็อาจจะต้องมีความรับผิดชอบให้มากขึ้นกว่าเดิมหลายคนเพราะเมื่อทำงานเสริมก็อาจจะเหนื่อยมากขึ้นและทำให้ความรับผิดชอบต่องานประจำลดลง
ดังนั้นจากสามข้อที่กล่าวมาล้วนแล้วแต่เป็นข้อดีที่จะได้รับอย่างแน่นอนสำหรับใครที่เลือกที่จะทำงาน Part-timeแต่ทั้งนี้จะไม่ได้มีเพียงแค่คนดีแบบที่กล่าวมาเพียงอย่างเดียวเท่านั้นเพราะในความเป็นจริงแล้วเราอาจจะได้ประโยชน์จากการทำงานเสริมได้อย่างที่ไหนและคุณเองก็ไม่ได้คิดว่าจะได้รับเพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากอยากที่จะรู้ว่ายังมีข้อดีอะไรอีกบ้างงั้นมาลองดูกันว่าจะเจอไหม

คุณสมบัติของนักบัญชีนั้นเป็นอย่างไร

 

การที่เราจะเป็นนักบัญชีที่ดีนั้นก่อนอื่นเลยคือเราจะต้องเป็นคนที่ตั้งใจและขยันตั้งใจในการทำงานอย่างมากเพราะการที่จะเป็นนักบัญชีที่ดีนั้นสามารถทำได้ง่ายๆไม่ยากและไม่เหนือบ่ากว่าแรงเราอีกด้วย

จะเป็นนักบัญชีที่ดีนั้นจะต้องเป็นคนที่มีความซื่อสัตย์สามารถเก็บความลับของบริษัทได้ดี การที่เราทำงานในบริษัทนั้นๆแล้วนำความลับหรือข้อมูลของทางบริษัทไปทำการเปิดเผยถือว่ามีความผิดอย่างมาก

มีความรู้ความสามารถที่เกี่ยวกับในด้านบัญชีอย่างแท้จริงสามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ได้

มีความรอบคอบและซื่อสัตย์อยู่เสมอการที่เราเป็นนักบัญชีนั้นต้องตรวจเอกสารทุกอย่างให้ละเอียดถี่ถ้วนและข้อมูลทุกอย่างต้องถูกต้องด้วย

มีความรับผิดชอบในวิชาบัญชีที่เราเรียนมา การที่เป็นนักบัญชีที่ดีนั้นจะต้องมีข้อมูลหรือนำเสนองานในเรื่องที่น่าสนใจอย่างมากและรวดเร็ว ถูกต้องเพื่อทำให้การตัดสินใจนั้นง่ายมากขึ้น

เปิดรับด้านเทคโนโลยีใหม่ๆเพื่อที่จะได้นำมาปรับใช้ให้เราเองเก่งมากยิ่งขึ้นไป

การเป็นนักบัญชีเป็นเรื่องที่ยากหรือเปล่า

การที่เราจะเป็นนักบัญชีนั้นทุกๆอย่างไม่ใช่เรื่องยากเพียงเราต้องเป็นคนที่มีความรอบคอบ มีความละเอียดในทุกๆด้านหากเราเป็นคนที่รอบคอบและมีความละเอียดในทุกๆด้านแล้วนั้นก็จะทำให้การทำงานบัญชีนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป แต่อาจจะมียากบ้างตรงเรื่องของการคิด การเป็นนักบัญชีนั้นต้องมีความไวอยู่เสมอ ขึ้นชื่อว่าบัญชีแน่นอนก็ต้องทำงานเกี่ยวกับตัวเลขอยู่แล้ว สิ่งที่สำคัญเลยคือเราต้องเก่งเลขมีความแม่นยำในตัวเลขอย่างดีเพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาดได้ หากเราคิดเลขพลาดอาจจะทำให้เราต้องแก้ใหม่ทั้งหมดเลยก็เป็นได้ การทำงานบัญชีนั้นหากเราทำได้เราจะได้กำไรอย่างแน่นอนนักบัญชีที่ดีเราจะต้องเป็นคนที่มีความอดทนในตัวเลขอย่างสูง ต้องคิดเลขเยอะๆทั้งวันได้ ทุกๆอย่างจะรายล้อมไปด้วยตัวเลข จะเห็นได้ว่าการเป็นนักบัญชีนั้นเป็นเรื่องที่ยากอยู่พอควรแต่ถ้าหากใครเก่งมากๆการเป็นนักบัญชีนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากสำหรับคนๆนั้นก็ได้

งานบัญชีนั้นเป็นงานที่ปัจจุบันนี้ยอมรับเลยว่าเป็นงานที่มีคนต้องการมากที่สุดเพราะในทุกๆบริษัทหรือองค์กรก็ต้องมีนักบัญชีเข้ามาช่วยดูแลเพื่อที่จะให้บริษัทของเราอยู่รอดต่อไป การที่มีนักบัญชีที่ดีย่อมส่งผลดีที่จะให้บริษัทมีความก้าวหน้ามากยิ่งขึ้นเพราะยิ่งถ้างานเป็นระบบมากเท่าไหร่ก็สามารถตรวจสอบทุกๆอย่างได้ง่ายๆงานบัญชีจึงเป็นที่ต้องการของคนในปัจจุบันนี้

อยากได้งาน ต้องไม่ทำ 15 ข้อห้ามนี้กับเรซูเม่ของคุณ

สำหรับการสมัครงาน เราทราบกันดีอยู่แล้วว่า การเขียนประวัติส่วนตัว หรือ เรซูเม่ นั้นเป็นสิ่งสำคัญ ที่จะทำให้นายจ้างได้รู้จักผู้สมัครงาน   หลักการเขียนเรซูเม่ที่ดีนั้นมีการแนะนำกันอยู่อย่างต่อเนื่อง ทำให้หลายคนมองภาพของการเขียนเรซูเม่ได้ดีขึ้น  เพราะแน่นอนว่าหากคุณไม่แสวงหาแนวทางการเขียนที่ดี ก็อาจได้เรซุเม่ความยาวเกินพอดีที่ดูไม่มีคุณค่าในสายตาของฝ่าย HR  เพราะมันกลายเป็นสิ่งที่ไม่ตรงกับความต้องการของ HR ไม่จำเป็นและไร้สาระ


ดังนั้น เรซูเม่ที่ดี ต้องมีความกระชับ บอกกล่าวให้คนอ่านรู้ถึงตัวผู้สมัครงานให้ได้ภายในการอ่านไม่เกิน 2 นาที จึงจะสร้างความประทับใจให้กับนายจ้าง จะทำให้ได้งานในที่สุด  และมากกว่าการแนะนำวิธีการเขียนเรซูเม่ที่ดีแล้วเรายังมี 15 ข้อห้ามที่ไม่ควรเกิดขึ้นในเรซูเม่ของคุณ มาดูกันเลย ว่ามีอะไรบ้าง ถ้าหลงทำข้อไหนไปแล้วก็จงรีบไปแก้ไข

  1.  สะกดคำผิด ใช้คำไม่สื่อความหมาย  ใช้คำผิดความหมาย และใช้ไวยกรณ์ที่ไม่ถูกต้อง
  2. ใส่เรื่องโกหกหรือโม้เกินไปจนทำให้ประวัติขิงคุณดูดีแต่ไม่มีหลักฐานอ้างอิง
  3. รูปถ่ายที่ใช้การเซลฟี่ หรือรูปที่ไม่เป็นทางการเก็บไว้โพสในเพสบุ๊คเถอะ
  4.  ใส่ข้อมูลที่ไม่จำเป็นเยอะเกินไป จำว่าสุดๆแล้วเรซูเม่ไม่ควรเกิน 2 หน้า A4
  5. ใช้สีฟอนต์ตัวหนังสือหลากสีแนวแฟนซี จุดรูปแบบอ่านยากมองดูลายตา
  6. ขนาดตัวหนังสือไม่เป็นมาตรฐาน ขนาดที่แนะนำคือ 14 ไม่เกิน 16
  7. เบอร์โทรศัพท์บ้านบางทีก็ไม่จำเป็น ควรใส่แค่เบอร์มือถือก็พอ
  8. ใส่ข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งงานที่สมัคร
  9. ระบุเงินเดือนแบบขาดชั้นเชิง โดยบอกจำนวนเดียวโดด จึงควรใส่ช่วงเงินเดือน เช่น 15,000-18,000 บาทจะดีกว่า
  10. หน้าที่และความรับผิดชอบ ยาวเป็นกิโล จริงๆควรระบุให้ชัดเจนว่า ที่ผ่านมาทำอะไร อย่างไรแบบ สั้นๆ กระชับได้ใจความ
  11. จ่าหัว เรซูเม่ ว่า Resume ควรใส่ชื่อและนามสกุลแทน
  12. แสดงให้เห็นว่ามีช่วงเวลาที่ไม่ได้ทำงานนานเกินไป หากคุณเว้นจากการทำงานเกิน 1 ปี ควรที่จะ เติมช่วงนั้นด้วยงานเพื่อ  สังคมหรือประสบการณ์ในการช่วยธุรกิจเล็กๆ น้อยๆ แต่ต้องทำจริงๆ ด้วย ห้ามโกหก
  13. เขียนถึงความสามารถอื่นๆ มามากมายแต่มันที่เกี่ยวข้องงาน ก็ไม่ค่อยจะโอเคนะ
  14. ใช้รูปแบบการพิมพ์เหมือนรายงาน ช่างน่าเบื่อควรหารูปแบบเรซูเม่ใหม่ๆ เพื่อให้ดูโดดเด่น และ  น่าสนใจแต่ยังคงมีความเป็นระเบียบ
  15. อธิบายลักษณะงานที่เคยทำด้วยการบรรยาย  มันดูยากควร ใช้ Bullet Point จะดีกว่า

นักขายมือทอง เส้นทางนี้ถ้าตั้งใจย่อมไปถึง

หลายคนที่เมื่อเห็นประกาศรับสมัครงานในตำแหน่ง Sale มักจะไม่สนใจนั่นเพราะมองว่างานขายเป็นงานที่ต้องง้อลูกค้า มียอดขายเป็นสิ่งที่คอยกดดัน และปฏิเสธตำแหน่งงานเหล่านี้

แต่หากใครที่มี Passion ที่สนใจด้านนี้และมองว่าเป็นความท้าทายอีกทั้งเข้าใจการทำธุรกิจย่อมรู้ดีว่างานขายเป็นงานที่สำคัญทำให้องค์การอยู่รอดได้และสร้างกำไรได้ หากใครได้สมัครงานเข้าสู่สายอาชีพนี้แล้วล่ะก็ สิ่งที่ต้องพัฒนาให้เกิดกับตัวเองให้ได้คือ การมีทักษะในการขาย เพื่อก้าวไปสู่การเป็นสุดยอดนักขายมือทองที่ประสบความสำเร็จ   และทักษะที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้ประกอบไปด้วย 5 ทักษะสำคัญ

  1. ทักษะการสร้างความสัมพันธ์ เพื่อนำไปสู่การขายแบบที่ปรึกษาและเทคนิคการให้คำปรึกษา หา งาน sale เทคนิคการสร้างความไว้วางใจในช่วงเริ่มต้นของการติดต่อเพื่อเปิดใจลูกค้า การสร้างความน่าเชื่อถือของผู้ขายที่มัดใจลูกค้า ทั้งบุคลิกภาพ ทางทาง ,คำพูด,น้ำเสียง
  2. ทักษะค้นหาความต้องการของลูกค้า และวิเคราะห์ความต้องการของลูกค้า คุณต้องทราบว่า ลูกค้าต้องการอะไร? อย่างไร? แบบใด? เมื่อไหร่? ที่ใด? ปริมาณใด? และมีรายละเอียดที่สำคัญที่แตกต่างจากลูกค้ารายอื่นเช่นไร ? ทั้งนี้รวมถึงเทคนิคการสอบถามด้วยประโยคที่ทรงประสิทธิภาพ เพื่อค้นหาความต้องการของลูกค้าฝึกการตั้งคำถามที่เป็นประโยชน์ต่อการขาย หลุมพรางคำถามที่ไม่สร้างสรรค์ มีบ่อยครั้งที่นักขายถามคำถามที่ไม่เป็นผลดีต่อการขาย  ทักษะการฟังและจับประเด็นความต้องการที่แท้จริงของลูกค้า เพื่อสร้างโอกาสในการนำเสนอขายให้ตรงใจ
  3. ทักษะการสื่อสารเพื่อโน้มนาวใจลูกค้าในงานขาย ควรพูดอะไร? พูดอย่างไร? และพูดเมื่อไหร่? เทคนิคการพูดเพื่อสร้างความต้องการให้ลูกค้าเห็นถึงประโยชน์ของสินค้า การพูดโน้มน้าวใจให้ลูกค้าเห็นคุณค่าของสินค้าที่ตรงกับความต้องการ
  4. ทักษะการขจัดข้อโต้แย้งและเจรจาต่อรองเพื่อปิดการขาย วิเคราะห์และค้นหาข้อโต้แย้งที่แท้จริงในการซื้อของลูกค้า เทคนิคการพูดเพื่อขจัดข้อโต้แย้งให้ตรงกับความต้องการ การเจรจาต่อรองในงานเพื่อให้ได้ประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย การปิดการขายด้วยสัมพันธภาพ
  5. ทักษะการสนับสนุนการตัดสินใจสร้างโอกาสในการขายเพิ่มด้วยสัมพันธภาพ สนับสนุนสร้างความมั่นใจในการตัดสินใจซื้อของลูกค้า  เทคนิคกาสนับสนุนสร้างสัมพันธ์หลังการขาย เพื่อสร้างโอกาสในการขายเพิ่ม

หากคุณต้องการไปถึงจุดของการเป็นนักขายมืออาชีพที่ประสบความสำเร็จต้องฝึกฝนและต้องสามารถนำเอาทักษะทั้ง 5 ไปประยุกต์ใช้กับการปฏิบัติงาน  เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีกับลูกค้า และทำให้ลูกค้าขององค์กร เต็มใจ พึงพอใจ และจงรักภักดีต่อสินค้าหรือบริการที่คุณเสนอขาย

 

 

อยากเป็นนักขายมืออาชีพ ต้องมีคุณสมบัติอย่างนี้สิ รับรอง ปัง !!!!!

 

งานขาย มีความสำคัญมากในการทำธุรกิจ เพราะเป็นฝ่ายที่หาเงินเข้าองค์กร ไม่ว่าเราจะมีสินค้าหรือบริการดีขนาดไหนแต่การเสนอขายไม่ดี ไม่ตรงใจลูกค้า ไม่สามารถนำเสนอสิ่งดีๆให้ลูกค้ารับรู้ได้ก็คงไม่ทำให้องค์การเกิดกำไรได้ หา งาน sale จึงเป็นงานที่ต้องใช้คนที่มีความเป็นมืออาชีพ  นักขายมืออาชีพ จึงเป็นอีกตำแหน่งที่ทุกบริษัทต้องการ  องค์กรพร้อมที่จะจ่ายค่าตอบแทนที่มาทั้งในรูปแบบเงินเดือนและค่าคอมมิชชั่นให้กับนักขาย โดยไม่ลังเลหากนักขายคนนั้นสามารถขายสินค้าได้อย่างมีกำไรเป็นที่น่าพอใจ สำหรับใครที่อยู่ในสานงานการขาย หรือ กำลังคิดจะสมัครงานเข้ามาสู่วงการนี้ คุณจะไปได้ดีหากมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีทัศนคติที่ดีต่ออาชีพสายงานการขาย หากคิดว่าอายที่ต้องขายของคุณไม่ควรเข้ามาสู่อาชีพนี้ ดังนั้นการมีทัศนคติที่ดีต่องานขายสินค้าและลูกค้า จึงถือเป็นพื้นฐานสำคัญทั้งนี้ต้องเข้าใจว่างานขายไม่ใช่เพียงคุณนำสินค้าหรือบริการไปแลกกับเงินของลูกค้าเท่านั้น แต่สิ่งที่นักขายที่ดีควรทำคือการทำให้ลูกค้ารู้สึกคุ้มค่าและพอใจกับสิ่งที่ใช้เงินแลกมาให้มากที่สุด
  2. นอกจากรู้ว่าจะขายอะไร ขายอย่างไร นักขายที่ดี ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท สินค้าที่ขาย คู่แข่ง การรู้จักศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและบริการของทั้งตัวเองและคู่แข่ง จะทำให้คุณประสบความสำเร็จในการขายได้มากขึ้น
  3. สามารถขายตามขั้นตอนของการขาย การเปิดการขาย การเสนอขายการขจัดข้อโต้แย้ง การปิดการขายได้ตามกำหนดเวลา
  4. มีใจรักและพร้อมที่จะทำงานอย่างทุ่มเท เพราะงานขายเป็นงานที่ต้องใช้ความสามารถของตัวคุณเองล้วน ๆ เพราะฉะนั้นจึงขึ้นอยู่กับความขยันหรือความทุ่มเทของคุณเองด้วย
  5. ต้องมีความกระตือรือร้นในการขายตลอดเวลา พร้อมแสวงหาแนวทางการเพิ่มยอดขายอย่างสร้างสรรค์มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์การขายหากใครคิดว่างานขายเป็นงานที่ไม่ต้องใช้สมอง ขอบอกว่าคุณคิดผิดถนัด
  6. มีสิตและมีจิตใจที่มั่นคง ต้องรู้จักควบคุมจิตใจ และอารมณ์ให้ได้ เพราะแต่ละวันคุณต้องเจอลูกค้าต่าง ๆ มากมาย ต้องเจอทั้งคำชมและการตำหนิ การมีสุขภาพกายและจิตดี สามารถทำงานที่ค่อนข้างเคร่งเครียด กดดัน และวุ่นวายในแต่ละวันและแก้ไขปัญหาต่าง ๆจึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับงานขาย
  7. พัฒนาบุคลิกภาพ โดยผู้ที่มี บุคลิกภาพที่เปิด เป็นกันเอง ร่าเริง สนุกสนาน หรือมีน้ำใจ ทำให้คนที่อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบายใจ ไม่สร้างความอึดอัด หรือความลำบากใจให้กับคนอื่น ๆ จะทำงานขายได้ดี

 

 

 

 

 

เว็บไซต์หางาน แบบไหนที่จะทำให้คุณไม่ผิดหวัง

การฝากเรซูเม่กับเว็บไซต์หางาน เป็นอีกหนึ่งวิธีการสมัครงานที่ทำได้ง่ายๆ และมักไม่เสียค่าใช้จ่าย สำหรับผู้ที่เพิ่งเรียนจบวิธีนี้จึงเป็นวิธีหางานแนวทางแรกๆที่หลายคนเลือกทำ  เพราะในเว็บไซต์หางาน ถือเป็น แหล่งรวมบริษัทในฝัน บริษัทชั้นนำที่หลายมองหา และอยากเข้าทำงาน  โดยที่คุณไม่ต้องเสียเวลาในการหาข้อมูลการติดต่อเพื่อส่งเรซูเม่ไปยังองค์กรต่างๆ

อย่างไรก็ตามในการพิจารณาเลือกใช้บริการเว็บไซต์หางานก็ต้องพิจารณาให้ดีเนื่องจาก หากเลือกใช้บริการจากผู้ให้บริการที่ไม่มีคุณภาพ ผลที่ตามมาคือ เรซูเม่ของคุณอาจไม่ได้รับการพิจารณาจากองค์กรที่สมัครงาน

ข้ออมูลส่วนตัวของคุณไปอยู่ในมือของผู้อื่นและถูกใช้ไปในทางที่ไม่ดี ดังนั้นเมื่อจะเลือกใช้บริการเว็บไซต์หางานควรพิจารณาเลือกใช้เว็บไซต์หางานที่มีคุณสมบัติดังนี้

  1. เลือกใช้เว็บไซต์หางาน ที่มีนโยบายไม่อนุญาตให้ตัวแทนประกัน หรือธุรกิจเครือข่าย MLM ค้นหาเรซูเม่โดยเด็ดขาด
  2. เลือกเว็บไซต์หางาน ที่มีบริการการสร้างเรซูเม่ที่แตกต่าง เพื่อที่คุณจะสามารถ เลือกส่งเรซูเม่ให้เหมาะกับงานที่สมัคร โอกาสได้งานก็เพิ่มขึ้น และควรเป็นเรซูเม่ที่สามารถเข้าไปทำการอัพเดทข้อมูลได้
  3. ควรมีบริการ Job Alert เพื่อแจ้งเตือนคุณเมื่อมีตำแหน่งงานว่างที่ตรงกับความสนใจของคุณเข้ามา จะเป็นการเพิ่มโอกาสในการหางานให้คุณได้มากขึ้น
  4. มีระบบการส่งใบสมัครถึงมือ HR 100% โดยมั่นใจว่า เรซูเม่จะไม่มีเข้า Junk Mail ไม่มีตกหล่นกลางทาง
  5. มีระบบที่กำหนดระดับสถานะความปลอดภัยของเรซูเม่ได้ เพื่อความปลอดภัยของข้อมูล อาทิ ในระดับ OPEN อนุญาตให้บริษัทต่าง ๆ ดูได้ทันที  ระดับ SEARCHABLE สามารถค้นหาได้ แต่ต้องขออนุญาตเมื่อต้องการเข้าดูข้อมูลส่วนตัว  หรือ ระดับ  PRIVATE ไม่เปิดเผยเรซูเม่
  6. มี Platform ที่เข้ากับยุคดิจิทัล เพื่อสามรถสมัครงานได้ทุกที่ทุกเวลา ผ่าน Mobile App ที่ครอบคลุมทั้ง iPhone, Androidหรือ Digital Platform อื่นๆ ที่ใช้งานง่าย
  7. หากมีการประกาศตำแหน่งงานสำหรับการทำงานในต่างประเทศด้วยก็จะดี เพราะเป็นการเพิ่มโอกาสการหางานให้คุณได้อีกด้วย
  8. นอกจากให้บริการรับฝากเรซูเม่แล้วควรเป็นแหล่งที่ให้ข้อมูลและแนะนำแนวทางในการหางานและสมัครงานกับผู้หางานด้วย เช่น แนะนำวิธีการสัมภาษณ์งาน แนะนำเคล็ดลับการเตรียมตัว แนวทางการเขียนเรซูเม่ที่โดดเด่น

สำหรับใครที่งานหาอยู่ก็อย่าลืมที่จะพิจารณาเลือกใช้ เว็บไซต์หางาน ที่จะช่วยให้คุณหางานได้ง่ายขึ้น บางคนก็ได้งานแรกจากการฝากประวัติสมัครงานนี่เอง เพียงทำตามคำแนะนำใช้เวลาไม่นานก็สามารถนำเสนอตัวเองไปสู่ฝ่าย HR ขององค์กรได้แล้ว ถือว่าเยี่ยมจริงๆที่ยุคนี้มีบริการเช่นนี้

S-E-R-V-I-C-E อีกหนึ่งแนวทางการสร้างนักบริการมืออาชีพ

สายงานบริการลูกค้า เป็นหนึ่งสายงานที่ต้องมีความสามารถที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์และศิลป์ หลากคนคิดว่าใครๆก็ทำงานนี้ได้  ไม่ต้องจบมาในสาขาเฉพาะก็สามารถยื่นสมัครงานเพื่อเข้าทำงานในสายงานนี้ได้ จริงๆแล้วความคิดเช่นนี้ถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะสายงานนี้เปิดกว้างให้ใครที่มีใจรักในการบริการและมีความตั้งใจจะพัฒนาตัวเองเพื่อให้บริการที่ดีกับผู้รับบริการสามารถสมัครงานเข้ามาทำงานนี้ได้ แต่หากขากคุณสมบัติต่อไปนี้ก็คงยากที่จะเข้ามาทำงานในสายงานนี้ได้ เรามาดูไปพร้อมๆกันว่าคุณสมบัติอะไรที่มีความสำคัญต่อการทำงานในอาชีพสายงานบริการลูกค้า

  1. ความรวดเร็วของการปฏิบัติงานและการให้บริการ คนยุคนี้ไม่ชอบรอ เพราะหากต้องรออย่างไม่สมเหตุผลทำให้เสียเวลาในการทำกิจกรรมอื่นๆ การให้บริการที่รวดเร็วจึงเป็นสิ่งที่สามารถสร้างความประทับใจให้ลูกค้าได้
  2. ยึดถือความถูกต้อง ให้บริการด้วยการให้ข่าวสาร ข้อมูล หางาน ที่ถูกต้องและชัดเจนเสมอ ให้ความเสมอภาคในการบริการกับลุกค้าทุกคน
  3. สามารถให้บริการในลักษณะ One stop service โดยพยายามทำให้ผู้รับบริการไม่ต้องประสานงานซ้ำซ้อน ควรอำนวยความสะดวกไม่ทำให้เป็นภาระของผู้รับบริการ
  4. การยิ้มแย้มแจ่มใส เป็นหัวใจในการให้บริการ เต็มใจและความกระตือรือร้นที่จะให้บริการ แสดงออกให้เห็นว่าจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดให้ผู้รับบริการประทับใจ การที่ผู้ให้บริการมีใบหน้าและกิริยาท่าทางยิ้มแย้มแจ่มใสทักทายด้วยไมตรีจิต จะทำให้ผู้รับบริการรู้สึกว่ามีที่พึ่งที่สามารถช่วยเหลือเขาได้นำมาสู่ความประทับใจในระยะยาว
  5. มีทักษะการสื่อสารที่ดี ตั้งแต่การต้อนรับด้วยน้ำเสียง และภาษาที่ให้ความหวังให้กำลังใจ ภาษาที่แสดงออกไม่ว่าจะเป็นการปฏิสัมพันธ์โดยตรง หรือทางโทรศัพท์จะบ่งบอกถึงน้ำใจการให้บริการข้างในจิตใจ หากอธิบายในสิ่งที่ผู้มารับบริการไม่รู้ด้วยความชัดเจน และใช้ภาษาที่เปี่ยมไปด้วยไมตรีจิตจะทำให้งานบริการลูกค้าเกิดคุณค่า
  6. รู้จักการเอาใจเขามาใส่ใจเรา นึกถึงความรู้สึกของผู้มาติดต่อขอรับบริการ เขามุ่งหวังได้รับความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความถูกต้อง การที่ผู้ให้บริการมีความเอื้ออาทร ติดตามงานและให้ความสนใจต่องานที่รับบริการอย่างเต็มที่ จะทำให้ผู้มาขอรับบริการเกิดความพึงพอใจ
  7. ต้องรู้จักการใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือในให้บริการเพื่อความรวดเร็วและแม่นยำ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับการตอบสนองเร็วขึ้นและลดภาระการทำงานของผู้ให้บริการได้
  8. พร้อมรับฟังความคิดเห็นและผลสะท้อนกลับว่ามีการปฏิบัติงานส่วนใดที่ต้องปรับปรุงแก้ไข เพื่อเป็นการนำข้อมูลกลับมาพัฒนาการให้บริการและพัฒนาตนต่อไป

โดยสรุปแล้วหากคุณอยากเป็นนักบริการมืออาชีพ ในสายงานบริการลูกค้า ขอให้ยึดปฏิบัติตามหลัก S-E-R-V-I-C-E ได้แก่

 

S = Smiling and Sympathy (ยิ้มแย้ม และเห็นอกเห็นใจ)

E = Early Response (ตอบสนองอย่างรวดเร็ว)

R = Respectful (แสดงออกถึงความนับถือให้เกียรติ)

V = Voluntariness manner (ให้บริการสมัครใจ)

I = Image Enhancing (รักษาภาพลักษณ์ของตัวเองและองค์กร)

C = Courtesy (อ่อนน้อม สุภาพ)

E = Enthusiasm (กระฉับกระเฉง กระตือรือร้น)