ตอบอย่างไรดีเมื่อถูกสัมภาษณ์ว่าทำไมออกจากงานเก่า

คำถามในลักษณะนี้ผู้สัมภาษณ์ต้องการทดสอบผู้สมัครงานในเรื่องทัศนคติ ต้องคิดว่าจะตอบอย่างไรให้ไม่กระทบถึงที่ทำงานเก่าแม้ว่าคุณจะมีเรื่องไม่พอใจที่ทำงานเดิม แต่ก็มักจะถูกถามจี้ๆ เพื่อให้พูดถึงปัญหาจริงๆ เช่น หาผู้สัมภาษณ์สงสัยว่าคุณอาจทำงานผิดพลาดหรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน แต่จำไว้ เหตุผลมากมายที่พูดถึงความไม่พอใจไม่เป็นผลดีกับคุณ จงมีสติและลองนำวิธีเหล่านี้ไปใช้ดู

  1. แสดงให้รู้ว่าสาเหตุเกิดจากตัวคุณเอง เช่น คุณมีความต้องการเปลี่ยนงานเพื่อความก้าวหน้า และโอกาสในหน้าที่การงาน ที่ทำงานเดิมไม่ตอบโจทย์ในเรื่องนี้ การสมัครงานที่ใหม่มีตำแหน่งที่สอดคล้องกับความต้องการของคุณ  จากความสามารถและการสั่งสมความรู้ละแสวงหาความรู้เพิ่มเติมทำให้คุณอยากทำงานที่จะได้ใช้ความรู้ ความสามารถนี้สร้างผลประโยชน์ให้กับบริษัทได้มากขึ้น
  2. สะท้อนให้เห็นว่าตัวงานใหม่เป็นสิ่งที่คุณมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาตัวเอง เป็นการขยายความจากการตอบข้อแรก คุณต้องกล่าวให้ผู้สัมภาษณ์รู้ว่า การมาสมัครงานที่ใหม่นี้คุณมีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะมาทำงานที่มีความท้าทาย และความท้าทายที่ว่านี้หาไม่ได้จากงานในองค์กรเดิม เช่น งานในองค์กรที่มาสมัครงานในครั้งนี้ ให้ใช้ความสามารถในการประสานงานกับองค์กรต่างชาติ ได้ร่วมงานกับต่างชาติ และมีโอกาสดูแลโครงการขนาดใหญ่
  3. บอกให้ฟังว่าบริษัทที่คุณมาสมัครงาน มีข้อดีที่จะส่งผลให้คุณสามารถพัฒนาตัวเองได้อย่างไร เช่น มีความมั่นคง มีระบบการทำงานที่เป็นมืออาชีพ  เป็นองค์กรระดับชาติ คุณมองเห็นแนวทางในการเดินไปสู่การพัฒนาตัวเอง ได้อย่างไร

 

อย่างไรก็ตามควรที่จะหลีกเลี่ยง ในการตอบว่า รายได้ ผลตอบแทนหรือสวัสดิการที่จะได้จากองค์กรใหม่มีมากกว่าองค์กรเดิม และจำไว้ให้ดีว่าไม่ควรพูดอะไรให้เสื่อมเสียแก่เจ้านาย หรือที่ทำงานเก่าควรพูดในสิ่งที่เป็นด้านดีๆ และย้ำว่าการออกจากที่เดิมคุณ “ต้องการความก้าวหน้า”

อีกอย่างพยายามตอบคำถามที่กระชับ ไม่ต้องตอบคำถามให้ยืดยาว ตอบให้ตรงจุด และสั้นมากที่สุด อย่าตอบให้ออกมาในลักษณะการแก้ตัว หากถูกถามจี้ว่าคุณมีปัญหากับเพื่อนร่วมงานหรือไม่ ถ้าความจริงคือมี การตอบให้ดูดี สามารถตอบได้ เช่น  ในการทำงานเป็นทีมการแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายเป็นสิ่งที่ดี อาจมีการแสดงความคิดเห็นที่ค้านกันอยู่บ้างแต่ทุกคนจะเคารพกัน  หรือ  มีคนที่มีทัศนคติหรือความชอบที่ต่างกันอาจจะมีกระทบกันบ้างแต่ในเวลาทำงานคุณสามารถทำงานร่วมกับทุกคนได้อย่างมืออาชีพ เป็นต้น

สุดยอดคำถามที่ต้องเจอเมื่อไปสัมภาษณ์งาน

สำหรับหลายคนที่เพิ่งเข้าสู่ตลาดแรงงานเมื่อผ่านการสมัครงานไปแล้ว การถูกเรียกสัมภาษณ์งานคือสิ่งต่อไป และก็มักจะรู้สึกตื่นเต้น มีความประหม่า เมื่อเจอคำถามต่างๆไม่รู้จะตอบอย่างไรดี  จึงๆแล้วหลักในการตอบคำถามสัมภาษณ์ ควรตอบให้ตรงประเด็น กระชับ ได้ใจความ แสดงตัวตนและมีความคิดสร้างสรรค์

คำถามสัมภาษณ์ที่ผู้สมัครงานมักจะพบเจอ ถูกรวบรวมเอาไว้เพื่อเป็นประโยชน์สำหรับการเตรียมตัว คิดว่าจะเป็นอีกหนึ่งแนวทางที่จะช่วยให้ผู้สมัครงานสามารถตอบคำถามได้ดีขึ้นมาดูกันเลย

1.แนะนำตัวและเล่าเกี่ยวกับตัวคุณให้เราฟังหน่อย

ข้อนี้เขาต้องการทดสอบการบริหารเวลาและการแสดงความคิดรวบยอด ควรตอบด้วยเวลา 2-3 นาที ให้มีเนื้อหาครอบคลุม นอกจากแนะนำตัวบอกความสามารถ แล้วควรบอกเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงเป็นผู้สมัครที่ดีที่สุดสำหรับตำแหน่งนี้ ไม่ต้องเล่าทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเอง เลือกที่เป็นจุดเด่นเพื่อทำให้ผู้สัมภาษณ์รู้สึกสนใจในตัวคุณ

2. ทำไมคุณคิดว่าเหมาะกับงานนี้

ให้บอกเล่าประสบการณ์และความสามารถที่เคยผ่านมา ประกอบกับเหตุผล เช่น สิ่งที่เป็นจุดเด่นของคุณและความแตกต่างจากผู้สมัครคนอื่น  สำหรับคนจบใหม่ให้บอกเล่ากิจกรรมที่เคยทำมาในสมัยเรียน เช่น ออกค่าย ฝึกงาน ทำงานพิเศษ   จำไว้ว่าการแสดงความมั่นใจในตัวเองเป็นสิ่งดีแต่อย่างคุยไปในลักษณะโอ้อวด

3. รู้ไหมว่าตำแหน่งที่สมัครรับผิดชอบงานอะไร

เบื้องต้นทุกคนต้องรู้อยู่แล้วว่าองค์กรเปิดรับตำแหน่งนี้เข้ามาทำอะไรจาก คำอธิบายงาน (Job Description)  ควรตอบให้สั้นและกระชับและแสดงให้เห็นว่าตำแหน่งงานนี้มีความรับผิดชอบที่ส่งผลต่อการขับเคลื่อนองค์กรอย่างไร และคุณจะทำงานในตำแหน่งนี้ให้มีผลด้านบวกกับองค์กรและฝ่ายงานอื่นอย่างไร

4. จุดมุ่งหมายระยะยาวในการทำงานของคุณคืออะไร

ให้ตอบถึงสิ่งที่อยากทำในอนาคต และต้องบอกวิธีที่จะทำสิ่งนั้นให้สำเร็จ ควรจะเกี่ยวข้องกับงานที่สัมภาษณ์  เช่น ทำงานในตำแหน่งพนักงานขายที่มีความเชี่ยวชาญ โดยสามารถที่จะเสนอขายสินค้าให้กับลูกค้ารายใหญ่ สามารถพัฒนาทีมขายให้มีประสิทธิภาพ โดยที่ตนเองเข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาทักษะและความสามารถอยู่ตลอดเวลา

5. จุดอ่อนของคุณคืออะไร

ตอบความจริงออกไป และแจ้งว่ากำลังปรับปรุงหรือพัฒนาควรบอกผลลัพธ์หลังการปรับปรุงด้วย เช่น กำลังฝึกภาษาญี่ปุ่น โดยเรียนมาแล้ว 2 ครอส ผลการทดสอบรอบแรกผ่านมาด้วยดี กำลังพัฒนาให้สามารถใช้งานได้คล่องขึ้น

6. ความสำเร็จสูงสุดในชีวิตของคุณคืออะไร

บอกเล่าความรู้สึกภูมิใจที่สุดในช่วง 1-2 ปีของการทำงาน บอกถึงวิธีการ อุปสรรคที่เกิดขึ้น และบอกวิธีแก้ไขปัญหา เพื่อบอกให้รู้ว่าคุณมีศักยภาพในการแก้ไขปัญหา  นอกจากเรื่องงานควรบอกสิ่งอื่นที่คุณภูมิใจ เช่น สามารถดาวน์บ้านให้พ่อแม่ได้ สามารถเก็บเงินสดซื้อรถได้ แต่ไม่ต้องเน้นมากจะดูเป็นการนอกเรื่องเกินไป

เด็กจบใหม่ต้องเตรียมตัวอย่างไรเมื่อไปสมัครงาน

ทุกปีมีบัณฑิตจบใหม่ร่วมแสนคนทุกคนเมื่อจบการศึกษาแล้วก็มุ่งเข้าสู่ตลาดแรงงาน การสมัครงานเป็นสิ่งที่ทุกคนเหมือนว่าต้องทำเพราะถึงเวลาที่จะนำความรู้ที่ได้มาใช้ในการทำงานจริง แต่หลายคนเมื่อไปสมัครงานแล้วก็จะพบว่าองค์กรต่างๆต้องการคนที่มีประสบการณ์ แล้วเด็กจบใหม่จะทำยังไงดี การเตรียมตัวสำหรับการสมัครงานจึงเป็นสิ่งสำคัญที่เด็กจบใหม่ทุกคนควรที่จะเรียนรู้ไว้เพื่อเพิ่มโอกาสได้งาน เรามาดูไปพร้อมกันว่าเด็กจบใหม่ควรที่จะเตรียมตัวอย่างไรเมื่อต้องไปสมัครงาน

สมัครงาน
เริ่มจาก  ตอบคำถามตัวเองให้ดีกว่าอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร  แม้ว่าหลายคนจะเรียนสาขาวิชาที่มีความเป็นวิชาชีพสูง เช่น วิศวกรรม ศึกษาศาสตร์  การบัญชี แต่คุณไม่จำเป็นต้องทำงานในสายอาชีพเท่านั้น ต้องคิดว่างานไหนที่เหมาะสมกับเรา ทำแล้วมีความสุข และคุณมีความสามารถสำหรับทำงานอะไรชีวิตการทำงานต่างจากการเรียนบางคนเรียนไปแล้วรู้ว่าไม่ชอบสิ่งที่เรียน แล้วยังจะมาใช้ชีวิตกับสิ่งนี้อีกคุณอาจกำลังหลงทาง  เมื่อพบแล้วว่าจริงๆอยากอยู่ในสายอาชีพอะไร จงหาข้อมูลเกี่ยวกับสายอาชีพนั้น ๆ อาจปรึกษาคนใกล้ตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือคนที่อยู่ในสายอาชีพที่เราสนใจ จากนั้นก็วางแผนเข้าสู่สายอาชีพนั้นๆ บางทีคุณอาจต้องศึกษาอะไรเพิ่มเช่น การทดสอบภาษา หรือ ความสามารถที่มีใบประกาศนียบัตรเพื่อใช้ประกอบการสมัครเข้าสู่สายอาชีพที่ต้องการ

จัดทำแฟ้มผลงาน (Portfolio) เพื่อเก็บรวบรวมผลงาน และแสดงให้เห็นประสบการณ์ที่เป็นประโยชน์ต่อการทำงาน   เช่น ประสบการณ์การฝึกงาน อบรม กิจกรรม หรืองานพิเศษต่าง ๆ ที่เคยทำมา จัดทำเรซูเม่ ให้มีความน่าสนใจ มากกว่าการเขียนเพื่อบอกเล่าตามแบบฟอร์มเดิมๆ ต้องใส่ใจกับเรซูเม่ให้มากเพราะถือเป็นสิ่งแรกที่ทำให้บริษัทได้ทำความรู้จักคุณ แสดงให้เห็นความพร้อมของคุณต่อการทำงานในตำแหน่งงานที่สมัครและแสดงจุดมุ่งหมายในอาชีพให้องค์กรได้รับรู้

 

เตรียมเอกสารการสมัครงานอย่างรอบครอบ หลายครั้งการเตรียมเอกสารที่ไม่เรียบร้อยของผู้สมัครทำให้องค์กรปฏิเสธการสมัครงานของคนคนนั้นไปเลยเพราะมันสะท้อนถึงความไม่มีระเบียบและความรอบครอบ ให้ถ่ายสำเนาเอกสารสำคัญต่าง ๆ รับรองสำเนาถูกต้องอย่างถูกวิธี  เตรียมรูปถ่ายชุดสุภาพสำหรับใช้ในการสมัครงานให้เรียบร้อยอย่าใช้รูปที่ใส่ชุดครุย จัดเรียงเอกสารให้ถูกต้องตามลำดับ กรอกรายละเอียดใบสมัครให้ครบถ้วน

 

ในการยื่นใบสมัครหากต้องยื่นด้วยตนเอง แต่งกายให้สุภาพ เมื่อต้องเข้าไปในองค์กร เมื่อส่งเอกสารแล้วควรสอบถามระยะเวลาในการติดต่อกลับของเจ้าหน้าที่รับสมัคร เพื่อที่คุณจะได้ทราบการเตรียมตัวในการทดสอบในขั้นตอนต่อไป อย่าลืมกล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการสมัครงาน จากนั้นรอการติดต่อกลับ หากองค์กรสนใจในตัวคุณการสัมภาษณ์หรือการทดสอบอื่นๆจะเป็นลำดับต่อไป

สมัครงานออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง

ปฏิเสธไม่ได้ค่ะว่ายุคนี้เป็นยุคเทคโนโลยี การสมัครงานโดยผ่าช่องทางออนไลน์นับเป็นเรื่องที่สะดวกสบายไปร้อยแปดจริงๆ ค่ะ การสมัครงานออนไลน์ ต้องใช้ข้อมูลอะไรบ้าง ตามนี้เลยค่ะ

ข้อมูลส่วนตัว ซึ่งในที่นี้หมายถึง ข้อมูลอื่นๆ ที่นอกเหนือจากชื่อ นามสกุล ที่อยู่นะคะ เพราะนั่นเป็นสิ่งที่ต้องกรอกลงไปในใบสมัครออนไลน์อยู่แล้วค่ะ ข้อมูลที่นอกเหนือจากใบสมัคร หมายถึง

  • ประวัติการเรียน ตั้งแต่ชั้นมัธยม จนถึงมหาวิทยาลัยระดับสูงสุด เริ่มเรียนปีไหน จบปีเท่าไหร่ เป็นต้นค่ะ
  • ประวัติการทำงาน ในส่วนนี้ก็แน่นอนค่ะ ประวัติการทำงานตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงที่ล่าสุด อันนี้อย่าลืม ปี พ.ศ. ด้วยนะคะ
  • ประวัติการฝึกอบรม โดยปกติในการทำงานบริษัททุกบริษัทจะต้องมีการจัดฝึกอบรมให้กับพนักงานค่ะ เพื่อเป็นการฝึกทักษะหรือพัฒนาบุคลากรในองค์กร ซึ่งเป็นข้อกำหนดของกฎหมายแรงงานค่ะ และหากเรามีประวัติในส่วนนี้ ขอให้เตรียมมาทั้งหมด โดยขอจากฝ่ายพัฒนาบุคลากรของบริษัทนะคะ หากมีประวัติเหล่านี้ก็จะง่ายต่อการพิจารณามากขึ้นค่ะ หากเป็นน้องใหม่ไม่มีประวัติการฝึกอบรมจะทำอย่างไร ไม่ต้องกังวลค่ะ อันนี้ HR เค้าจะทราบจากใบสมัครอยู่แล้วว่าเป็นบัณฑิตใหม่จ้า
  • ข้อมูลในส่วนของหน้าที่ในตำแหน่งงานค่ะ อันนี้เป็นส่วนปลีกย่อยอยู่ในเรื่องประวัติการทำงานนะคะ ในการกรอกข้อมูล เค้าจะมีช่องให้ระบุค่ะในแต่ละที่ทำงานที่ผ่านมา ตำแหน่งเรา ต้องรับผิดชอบงานอะไรบ้าง เขียนตามความจริงได้เลยค่ะ
  • รูปถ่าย หน้าตรง ถูกระเบียบนะคะ ใช้เป็น File Jpeg ค่ะ เราสามารถขอไฟล์จากร้านถ่ายรูปได้ และนำมาลงในคอมพิวเตอร์ จากนั้นทำการแนบไฟล์ภาพได้เลยจ้า โปรแกรมที่เราทำการสมัครงานเค้าจะมีช่องให้ดาวน์โหลดอยู่แล้วจ้า หรือใครจะสแกนรูปก็ได้ ไม่ว่ากันค่ะ แต่ทำวิธีแรกน่าจะง่ายกว่า
  • ไฟล์เรซูเม่ (Resume) อันนี้สำคัญค่ะ ในการเตรียมเรซูเม่ (Resume) จะใช้ข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวมาแล้วข้างต้นนะคะ เพียงแต่สิ่งนี้เป็นเอกสารเพิ่มเติมที่เราจะต้องแนบไปในการสมัครงานด้วย เพราะข้อมูลใน เรซูเม่ (Resume) จะมีรายละเอียดมากกว่าสิ่งที่เรากรอกลงไปในเวปค่ะ สิ่งที่เพิ่มเติมมาจากที่เรากรอกไปในเวปคือ เอกสารแนบ เรซูเม่ (Resume) ค่ะ นั่นคือ ใบประกาศนียบัตรต่างๆ ที่เราได้รับมากจากการทำกิจกรรมหรือการฝึกอบรม หรือจากอะไรก็แล้วแต่ที่เกี่ยวข้องในการทำงาน เช่น  ใบประกาศการผ่านการฝึกอบรมเรื่อง …….  ใบประกาศเกียรติคุณ การเป็นพนักงานดีเด่น เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการพิจารณาเราเข้าสัมภาษณ์งานและรับเข้าทำงานในโอกาสต่อไปค่ะ

5 บริษัท สวัสดิการดี ที่ใคร ๆ ก็อยากไปสมัครงาน

สวัสดิการพนักงานก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญในการเลือกบริษัททำงานของใครหลาย ๆ คน ยิ่งบริษัทไหนมีสวัสดิการดี ๆ เรียกได้ว่าอัตราการแย่งชิงตำแหน่งในบริษัทนั้น ๆ ก็มากขึ้น  วันนี้เราจึงรวบรวม 5 บริษัท สวัสดิการดี ที่ใคร ๆ ก็แย่งกันสมัครงาน

สมัครงาน
  1. Google

อันดับแรกคงหนีไม่พ้น บริษัทในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศ ชื่อดังอย่าง Google นอกจากจะเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงสูง มีบรรยากาศการทำงานแบบนานาชาติแล้ว Google ยังเป็นอีกบริษัทหนึ่งที่ใส่ใจเรื่องสวัสดิการของพนักงาน และ บรรยากาศในการทำงานมากเป็นอันดับต้น ๆ ถึงขนาดมีโซนพักผ่อนที่เป็นมุมผ่อนคลายให้กับพนักงาน และ มีอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงมากมาย อย่างโต๊ะพูล เครื่องเล่นเกม รวมทั้งเครื่องออกกำลังกายต่าง ๆ อีกด้วย

  • Agoda

อันดับต่อมาคือ ยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีการจองโรงแรม และ การท่องเที่ยว จะดูว่าใหญ่ หรือ ไม่ใหญ่ให้วัดกันที่การแปลเว็บไซต์เป็นภาษาต่าง ๆ ซึ่ง Agoda นั้นได้มีการแปลภาษาภายในเว็บไซต์ และ แอพลิเคชันถึง 40 กว่าภาษา พร้อมทั้งมีเครือข่ายกว่า 100,000 ที่ทั่วโลกเลยทีเดียว ซึ่งใครที่ทำงานร่วมกับ Agoda แล้วเป็นคนชอบท่องเที่ยวก็จะฟินเป็นพิเศษ เพราะ Agoda มีสวัสดิการส่วนลดห้องพักให้พนักงานที่โรงแรมทั่วโลก รวมทั้งยังมีสวัสดิการจ่ายเงินในวันหยุดอีกด้วย

  • Facebook

อันดับต่อมาคือ Facebook เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศยักษ์ใหญ่ของโลกในปัจจุบัน โดยสวัสดิการของ Facebook นั้นก็ไม่น้อยหน้าใคร โดยเฉพาะเรื่องบรรยากาศและพื้นที่การทำงาน ด้วยควาที่บริษัทมีการแข่งขันสูงดังนั้นพนักงานอาจจะมีความเครียดสูงเช่นเดียวกัน สถานที่ทำงานของ Facebook จึงพยายามจัดสรรสถานที่ให้เหมาะสม มีพื้นที่สำหรับพักผ่อน และที่ทำงานแบบเปิดให้พนักงานเกิดความผ่อนคลายในการทำงานมากที่สุด

  • Toyota

อันดับต่อมาคือ Toyota บริษัทชื่อดังในอุตสาหกรรมยานยนต์ Toyota ถือเป็นบริษัทที่มีความโดนเด่นด้านสวัสดิการเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นค่ารักาพยาบาลที่สามารถเบิกได้ 100% รวมทั้งมีเงินสนับสนุนการศึกษานอกเวลาของพนักงาน มีเงินทุนการศึกษาของบุตรพนักงาน และ อื่น ๆ อีกเพียบ

  • SCG

สุดท้าย คือ บริษัท SCG หรือปูนซีเมนต์ไทย ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ของอุตสาหกรรมเคมี/ วัสดุก่อสร้าง และ กระดา ของประเทศไทย โดยสวัสดิการที่โดดเด่นของ SCG เลยก็จะเป็นเรื่องการศึกษาที่บริษัทมีทุนการศึกษาให้กับพนักงานเรียนจนจบปริญญาเอก ทั้งมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศ และต่างประเทศ โดยสนับสนุนทั้งค่าเทอม รวมถึงค่าใช้จ่ายขณะเรียนอีกด้วย

เป็นอย่างไรบ้างคะ กับ 5 บริษัท สวัสดิการดี ที่หลาย ๆ คนแย่งกันสมัครงาน หากเพื่อน ๆ อ่านแล้วสนใจอยากร่วมงานกับบริษัททั้ง 5 ก็สามารถหาตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครได้ที่ Jobtopgun.com เว็บไซต์หางานที่รวบรวมงานจากบริษัทชั้นนำทั่วประเทศกว่า 6,100 แห่ง ที่จะช่วยให้คุณสมัครงานได้ง่าย และ สะดวกมากขึ้น 

ต้องเตรียมตัวยังไงเมื่ออยาก หางานสุวรรณภูมิ

ถ้าหากว่าเป็นกลุ่มคนที่มาจากต่างจังหวัดก็อาจจะมองว่านี่เป็นเรื่องยากในการที่จะหางานสุวรรณภูมิ    แต่ทั้งนี้สำหรับคนที่อยู่ในกรุงเทพฯ หรืออยู่แถบนนทบุรีนั้นก็อาจจะทราบกันอยู่แล้วว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งที่สามารถหางานได้ง่ายๆ เพิ่งถึงบอกกันเอาไว้เลยว่าถ้าใครอยากที่จะหางานบริเวณนี้ บอกเอาไว้เลยว่าไม่ใช่เรื่องยากแต่เราเองก็ต้องรู้จักเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการหางาน เพราะฉะนั้นเรามาดูกันว่าในรูปแบบที่ง่ายที่สุดที่จะช่วยเราในการหางานในบริเวณนี้เราจะต้องทำอย่างไร

หางานสุวรรณภูมิ

1.เลือกประเภทงาน

การหางานสุวรรณภูมิแน่นอนว่าการเลือกประเภทงานเป็นสิ่งแรกที่บอกได้เลยว่าสำคัญมาก จริงๆแล้วบางคนอาจจะไม่ได้คิดเอาไว้ก่อนตั้งแต่ต้น แต่จริงๆแล้วการเลือกประเภทงานนั้นไม่ได้ยากอย่างที่คิด เพราะเราเริ่มได้จากการที่ดูว่าเรานั้นถนัดหรือจบมาจากสาขาหรือคณะไหน ซึ่งถ้าหากว่าเรารู้แล้วว่าเราจบมาจากไหนแล้วถนัดงานประเภทไหนเราจะสามารถกำหนดได้แบบชัดเจนเลยว่างานประเภทไหนที่เหมาะกับตัวเรามากที่สุด

2.เลือกบริษัท

ในสนามบินสุวรรณภูมิมีทั้งส่วนงานที่เป็นงานบริการ และส่วนงานแบ็คออฟฟิศ แลละมีหลายบริษัทที่ให้บริการในสถานที่แห่งนั้น ดังนั้น การเลือกบริษัทที่เหมาะสม บอกกันเอาไว้ตรงนี้เลยว่าบางคนนั้นอาจจะมีกำหนดเอาไว้ในใจแล้วว่าถ้าหากอยากที่จะทำงานอยากที่จะทำงานกับบริษัทไหน เพราะอะไร เนื่องจากบางคนนั้นอาจจะมองเห็นว่าสวัสดิการภายในบริษัทนั้นสามารถตอบโจทย์และรองรับว่าเป็นอย่างดี หรือสำหรับบางคนนั้นก็อาจจะมองเห็นในส่วนของผลตอบแทนต่างๆที่จะได้รับจึงทำให้เป็นตัวกำหนดอย่างชัดเจนสำหรับการเลือกบริษัท

3.เอกสาร

สิ่งสุดท้ายที่จะต้องทำก่อนที่จะไปทำการยื่นสมัครนั้นก็คือเรื่องของเอกสารที่มีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเตรียมให้พร้อม ทั้งนี้บางคนนั้นก็อาจจะมีการสร้างโอกาสให้กับตัวเองได้ไปทำการอบรมหรือไปฝึกฝนในทักษะเฉพาะสำหรับการทำงาน ซึ่งถ้าหากว่ามีเอกสารรับรองเอกสารยืนยันเหล่านี้ก็สามารถที่จะเอามาใช้ในเรื่องของการยื่นเพื่อจะทำให้บริษัทที่คุณต้องการนั้นพิจารณาทักษะเหล่านี้แล้วรับเข้าทำงาน

เพราะฉะนั้นแล้วถ้าหากว่าจะหางานสุวรรณภูมิแน่นอนว่าทั้ง 3 สีจะต้องเตรียมให้พร้อมมากที่สุดโดยเฉพาะการตั้งต้นจากการเลือกอาชีพและการเลือกประเภทงานจะต้องดูแลว่าตัวเองนั้นเหมาะมากแค่ไหนที่จะทำอะไรสักอย่างหนึ่งเขาอย่างน้อยเราอาจจะต้องทำภายในระยะเวลานาน

ทำงานกับบริษัท ปตท. ได้อะไรบ้าง

ทุกคนที่เรียนจบจากมหาวิทยาลัย สิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันก็คือต้องการอยากจะได้งานดีๆ ทำอยากจะได้บริษัทใหญ่ๆ ที่ได้เงินเดือนสูงๆ ได้โบนัสดีและ ซึ่งบริษัทเหล่านี้นั้นส่วนใหญ่จะต้องบริษัทแนวหน้าของเมืองไทย เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ทั้งนั้น อย่างเช่น ปตท. หรือว่า เอสซีจี เป็นต้น เป็นบริษัทในฝันของใครหลายคนที่ต้องการอยากจะเข้าไปทำงานมากที่สุด แต่คนที่จะเข้าไปได้ ก็ต้องมีการศึกษาที่มหาลัยดี และเกรดดีๆ เท่านั้น และการแข่งขันกันก็สูงมาก

 

สมัครงาน ปตท

 

อย่างการ สมัครงาน ปตท ก็เป็นบริษัทที่คนอยากจะเข้าไป ก็เป็นหนึ่งบริษัทที่มีการแข่งขันสูงมาก เพราะเป็นบริษัทใหญ่ที่มีสวัสดิการ และรายได้ดี เป็นที่หมายปองของนักศึกษาที่จบใหม่หลายคน แล้วการเข้าไปทงานกับ ปตท.นั้นมีดีอย่างไรบ้าง ทำไมคนถึงอยากจะเข้าไปทำงานที่แห่งนี้กันเยอะ ลองดูเหตุผลของคนที่เคยเข้าไปทำงานกันมาก่อน

มีการพัฒนาบุคลากร

การทำงานที่ ปตท.นั้น จะมีการพัฒนาบุคลากรของบริษัทอย่างต่อเนื่องๆ เพื่อให้บุคลากรที่เข้ามาทำงานในที่นี่ เป็นบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อความก้าวหน้าของบริษัท และตัวบุคคลเอง ก็จจะได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพมากขึ้นด้วย และเมื่อออกจากการทำงานในบริษัท ทักษะในการทำงานต่างๆ ก็สามารถเอาไปต่อยอดในกิจการ หรือว่าการทำงานอื่นได้ด้วย

ได้ร่วมงานกับคนเก่ง

การคัดเลือกคนที่จะมา สมัครงาน ปตท มีการคัดเลือกกันอย่างเข้มงวด เพราะต้องการคัดคนที่มีคุณภาพ และมีความสามารถอย่างเดียวเท่านั้น คนที่เข้าไปเป็นพนักงานที่บริษัท จะได้ร่วมงานกับคนที่เป็นหัวกะทิอย่างเดียว ซึ่งมันเป็นการแชร์ไอเดีย และเป็นการพัฒนาทักษะส่วนตัวของแต่ละคนด้วย

ผลตอบแทนดี

แน่นอนอยู่แล้ว ว่าการทำงานที่บริษัทยักษ์ใหญ่ และเป็นเบอร์หนึ่งของประเทศ ย่อมได้อะไรที่แตกต่างจากการทำงานกับบริษัททั่วไปแน่นอน คนที่ สมัครงาน ปตท ส่วนใหญ่จะได้รายได้ดี ทั้งที่เป็นเงินเดือน และโบนัสทุกๆ 6 เดือน เป็นต้นคนที่มีความมุ่งมั่นในการเรียน เพื่อที่จะเข้ามาทำงานกับ ปตท. จึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า และเป็นบริษัททีมีสวัสดิการต่างๆ เยอะด้วย

ได้เรียนรู้สิ่งใหม่

เนื่องจาก ปตท. เป็นบริษัทที่มีความหลากหลายของพนักงาน มีคนทั้งคนไทยที่เป็นต่างจังหวัด และคนต่างประเทศด้วย ทำให้คนที่เข้ามาทำงานในบริษัทได้เห็นวัฒนธรรมใหม่ๆ จากเพื่อนร่วมงานในองค์กรเดียวกัน ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมด้วย

การพัฒนาบุคลากร

ทุกคนที่เข้ามาร่วมงานกับ ปตท. ที่นี่จะมีการฝึกอบรม และพัฒนาศักยภาพในด้านต่างๆ ของพนักงานอย่างต่อเนื่อง ว่าแต่ละคนมีความสามารถในด้านใดบ้าง เป็นการพัฒนาบริษัทไปด้วย ทำให้บุคลากรทุกคนมีการพัฒนา และเรียนนรู้อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ

ทั้งหมดนี้ เป็นข้อดีคร่าวๆ ของการ สมัครงาน ปตท เท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่เป็นข้อดีของการทำงานที่นี่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่น่าลองสำหรับนักศึกษาที่จบใหม่ หรือว่าคนที่อยากจะเปลี่ยนงานใหม่ ที่ ปตท. เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจมากที่สุด ในบรรดาบริษัทยักษ์ใหญ่ในประเทศไทย และเป็นบริษัท 1ใน 10 ที่คนอยากจะเข้าไปทำงานมากที่สุดในประเทศด้วย

 

ติดตามตำแหน่งงานอื่นๆได้ที่เว็บไซต์ https://www.jobtopgun.com/

หางานโคราชกับการสัมภาษณ์งานอย่างไรให้โดนใจ

เมื่อคุณนั้นเพิ่งเรียนจบหรือคุณนั้นวางแผนที่จะเปลี่ยนงานใหม่ นอกจากความรู้ที่มี คุณสมบัติที่ตรงกับงาน หรือประสบการณ์ในการทำงานที่ผ่านมาแล้ว สิ่งหนึ่งที่คุณควรใส่ใจนั่นคือ การสัมภาษณ์ ไม่ว่าคุณจะไปหางานที่ไหน หางานโคราชหรือจังหวัดอื่นๆ เรื่องของการสัมภาษณ์ถือเป็นด่านสุดท้ายที่ทำให้คุณได้เข้าทำงานนั่นเอง

เมื่อคุณต้องการหางานโคราช คุณอาจจะเดินหางานตามที่ต่างๆ หรืออาจทิ้งประวัติส่วนตัวไว้ในเว็บหางานก็ได้ และเมื่อมีบริษัทที่ได้อ่านประวัติส่วนตัวของคุณแล้ว และเกิดความสนใจขึ้นมา ทางบริษัทจะเรียกคุณสัมภาษณ์งาน และการเตรียมตัวในการสัมภาษณ์คือเรื่องสำคัญที่จะมองข้ามไม่ได้

หางานโคราช

ก่อนอื่นคุณจะต้องเตรียมเครื่องแต่งกายที่เหมาะสมก่อน สำหรับผู้ชายอยากแนะนำให้ใส่เชิ้ตยาวสีสุภาพ หรือถ้ากลัวว่าจะร้อนเวลาเดินทางจะใส่เป็นเชิ้ตแขนสั้น และพอไปถึงที่สัมภาษณ์แล้ว คุณค่อยใส่เสื้อสูททับก็ได้ และควรใส่กางเกงสแล็ค รองเท้าหุ้มส้นด้วย  ส่วนผู้หญิงแม้ว่าคุณจะไม่ชอบใส่กระโปรง แต่ในการสัมภาษณ์แล้ว ควรใส่กระโปรงสีพื้นๆ และเสื้อสีสุภาพ ควรนุ่งทับในด้วย จะช่วยให้คุณดูเรียบร้อยและเป็นการให้เกียรติกับสถานที่ที่ไปสัมภาษณ์ด้วย ถือเป้นความประทับใจครั้งแรกด้วย

การตอบคำถาม ในส่วนนี้ต้องตอบตามความจริงมากที่สุด ถ้าเป็นนักศึกษาจบใหม่จะไม่ค่อยมีปัญหามากนัก แต่ถ้าเป็นคนที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว และต้องการหางานใหม่ อาจจะเจอคำถามว่า ทำไมถึงออกจากที่ทำงานเก่า  คุณต้องตอบคำถามให้ดีและรอบคอบอย่าพูดในทำนองที่ไม่ดีเกี่ยวกับที่ทำงานเดิมเด็ดขาด เพราะทำให้มองดูว่าคุณมีทัศนคติไม่ดีนั่นเอง

เมื่อคุณหางานโคราชและอยู่ในขั้นตอนการสัมภาษณ์ และสุดท้าย ทางบริษัทอาจถามว่า คุณต้องการได้เงินเดือนเท่าไร ถ้าเป็นนักศึกษาจบใหม่ก็ควรบอกว่า ให้เป็นไปตามโครงสร้างบริษัทเลย เพราะคุณต้องการเรียนรู้งาน และสร้างประสบการณ์ในการทำงานก่อน แต่ถ้าคุณเป็นคนที่มีประสบการณ์ทำงานแล้ว คุณอาจเรียกเงินเดือนที่สูงกว่าขั้นต่ำของบริษัทสักหน่อย แต่ก็ไม่ควรสูงเท่าที่ทำงานเดิม เพราะคุณยังจะต้องเรียนรู้เกี่ยวกับการทำงานใหม่ของคุณ เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ คือ การหางานโคราชกับการสัมภาษณ์งานอย่างไรให้โดนใจผู้สัมภาษณ์มากที่สุด เพราะฉะนั้นเรื่องของการสัมภาษณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้คุณได้งานอย่างที่หวังไว้ คุณจึงต้องเรียนรู้และเข้าใจในเรื่องหลักของการสัมภาษณ์งานให้ดีด้วย และลองฝึกตอบคำถามหน้ากระจกดู คุณจะได้ไม่ตื่นเต้นเวลาที่สอบสัมภาษณ์ด้วย

งานที่น่าทำในภาคอีสาน หางานโคราช

เชื่อว่าคนอีสานแทบทุกคน คงเคยผ่าน หรือไปเที่ยวที่จังหวัดนครราชสีมา หรือที่เราเรียกกันติดปากว่า โคราชกันทุกคน และคงจะเห็นว่าในโคราชนั้น เป็นจังหวัดที่ใหญ่ขนาดไหน ถือว่าเป็นหนึ่งจังหวัดที่ใหญ่ที่สุด ในประเทศไทยเลยก็ว่าได้ จังหวัดนครราชสีมา ไม่ได้น้อยหน้าจังหวัดอื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวเมือง ที่มีความเจริญมากกว่าที่อื่น ไม่ว่าจะเป็นสิ่งก่อสร้าง ที่กำลังผุดขึ้นเป็นดอกเห็ด

เพราะจังหวัดนครราชสีมา คือเส้นที่เป็นประตูสู่เขตภาคอีสาน ไม่ว่าจะเดินทางจากภาคอีสาน เข้ามาภาคกลาง หรือจากภาคกลางมาภาคอีสาน ก็ต้องผ่านจังหวัดนครราชสีมาทุกครั้ง

ทำให้จังหวัดนครราชสีมา เป็นเมืองที่เจริญอย่างรวดเร็ว และคนก็นิยมมา หางานโคราช กันมาก เพราะมีงานหลายอย่างให้เลือกเยอะ เหมือนกับการที่เราไปทำงานที่กรุงเทพยังไงยังงั้น จะว่าโคราช เป็นจังหวัดที่เจริญมากที่สุดในภาพอีสานก็ไม่ผิด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของมหาลัยก็มีเหมือนกัน พวกห้างดังต่างๆ ทุกวันนี้ก็มีหลายห้างที่เป็นสถานที่พักผ่อนของหลายๆ คน และเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับคนโคราชมาอย่างยาวนาน

จะเห็นได้ชัดว่า โคราชพัฒนามากขนาดไหน คนที่อยู่ในแถบอีสานหลายคนก็ มาหางานโคราช กันเยอะมากเท่านั้น คนที่อยุ่ภาคอีสาน ไม่จำเป็นที่จะไปต้องทำงานไกลบ้านอีกต่อไป

ในเรื่องของราคาค่าแรง เมื่อเปรียบกับจังหวัดทางภาคกลาง ก็ไม่ได้ต่างกันมากเท่าไหร่นัก เหมือนกันทุกอย่าง หลายคนจึงเลือกที่จะมาหางานโคราช มากกว่าจะไปทำงานที่จังหวัดอื่นๆ

และเรื่องของการเดินทาง ก็สะดวกมาก ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนในประเทศไทย เราก็สามารถไปได้ทุกที่ เพราะโคราช มีสถานีขนส่งที่ถือว่าใหญ่มาก มีรถแทบทุกจังหวัดให้เราได้เลือกขึ้น

เหมือนกับในหมอชิตกรุงเทพ อีกอย่างหนึ่งที่ถือว่าเป็นแลนมาร์คของโคราช นั่นก็คือเรื่องของสถานที่ท่องเที่ยว ที่เรารู้จักกันดีที่สุดคือ ปราสาทหินพิมาย และอนุสาวรีย์ของย่าโม

ที่เขาว่ากันว่า หากมาโคราช ไม่ได้ไปกราบเท้าย่าโม และไม่ได้ไปเที่ยว ปราสาทหินพิมาย ก็เหมือนมาไม่ถึงโคราชนั่นเอง และยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของสวนสัตว์ที่โคราช ก็มีเหมือนกัน

จึงเรียกได้อย่างเต็มปากว่า โคราชคือเมืองที่เจริญที่สุดอีกเมืองหนึ่ง เราสามารถมา หางานโคราช ได้ทุกงาน เหมือนกับที่เรา ไปหางานตามจังหวัดทางภาคกลาง อย่างกรุงเทพทุกอย่าง

และประชากรก็ไม่หนาแน่น ไม่อึดอัดด้วย เรียกว่าอยู่กันได้อย่างสบาย มีที่พักให้เราเลือกได้มากกว่า และในตัวเมืองโคราชเอง ก็มีรถสาธราณะให้เราเลือกใช้บริการเยอะ เหมือนกับรถเมล์ในกรุงเทพไม่มีผิด

คนที่ไม่อยากจะไปทำงานไกลบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนอีสาน การ หางานโคราช น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีอีกที่หนึ่ง โดยที่เราไม่จำเป็นจะต้องไปทำงานไกลเหมือนกับคนอื่น

เพราะเรื่องของรายได้หรืองานต่าง ๆ ก็มีให้เราเลือกทำเยอะไม่แพ้กัน อยู่ที่เราเองว่าจะเลือกงานแบบไหน ค่าครองชีพก็อาจจะน้อยกว่าในกรุงเทพด้วย แต่เราอาจจะมองข้ามไปเท่านั้นเอง

สมัครงานช่องทางไหนได้

จริงๆแล้วเรื่องของการสมัครงานจะมองให้ง่ายบอกเลยว่าง่าย แต่ถ้าจะมองให้ซับซ้อนรับประกันเลยว่าในส่วนนี้มีความซับซ้อนอย่างแน่นอน แต่ต้องบอกว่ารื่องของการหางานกับสมัครงานแตกต่างกัน และก็มีหลายส่วนที่คล้ายกันจนเราสามารถที่จะเอาเทคนิคที่มีจากสองสิ่งมาประยุกต์ให้เข้ากัน เพราะฉะนั้นเราต้องมาดูกันเลยว่าจริงๆการที่เราจะต้องทำการสมัครเราสามารถที่จะทำได้อย่างไรบ้าง เพื่อที่จะง่ายต่อเรามากที่สุด ดังนี้

1.เว็บไซต์บริษัท

ต้องบอกเลยว่าเรื่องของการสมัครนั้นเราสามารถที่จะใช้การสมัครผ่านทางเว็บไซต์ของบริษัทด้โดยตรง ซึ่งเป็นช่องทางแรกที่ง่ายต่อการที่บริษัทจะสามารถตรวจสอบเจอประวัติของเราได้ง่ายกว่า หรือจะเรียกได้ว่าเป็นวิธีที่ง่ายที่จะทำให้เรานั้นสามารถที่เพิ่มโอกาสให้ตัวเองจากการเลือกใช้เว็บไซต์บริษัทเป๊นตัวช่วยหลัก โดยหลายๆเว็บไซตนั้นก็จะมีการเพิ่มช่องสำหรับผู้ที่ต้องการจะสมัครงนเอาไว้โดยเฉพาะ โดยเราสามารถทำการสมัครได้ทันที

 

2.เว็บไซต์งานออนไลน์

จริงๆเราจะถือว่าเว็บไซต์เหล่านี้นั้นเป็นเอเจนซี่ที่จะนำเราไปพบเจอกับบริษัทหรือองค์กรที่เราต้องการได้ง่าย แต่ในความจริงแล้วการใช้เว็บไซต์เหล่านี้อาจจะต้องเป็นสมาชิกก่อนจึงจะสามารถที่จะใช้งานได้ ซึ่งในส่วนนี้แค่ทำการสมัครสมาชิกเอาไว้ ก็จะง่ายต่อการค้นหาตำแหน่งงานจากบริษัทที่เราสนใจด้วย รวมถึงยังเป็นเว็บไซต์ที่จะช่วยในเรื่องของการกรองข้อมูลเพื่อช่วยในเรื่องของการเลือกได้ง่ายมากขึ้น

3.อีเมล

และถ้าหากว่าต้องการที่จะสมัครงานกับบริษัทเหล่านั้นจริงๆแต่ทั้งนี้ในบริษัทนั้นก็ไม่ได้มีการระบุช่องทางการติดต่อที่ชัดเจนเอาไว้บอกได้เลยว่าวิธีเดียว คือ การใช้อีเมล เพราะในส่วนของอีเมลก็จะทำให้เรานั้นได้พูดคุยในส่วนของการสมัครงานกับทางฝ่ายบุคคลได้โดยตรง เพราะฉะนั้นก็เป็นช่องทางที่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแม่นยำ แต่ถ้าบริษัทมีการระบุช่องทางกรสมัครงานเอาไว้อย่างชัดเจนนั้น แนะนำเลยว่าให้หลีกเลี่ยงวิธีนี้

ดังนั้นมั่นใจว่าเรื่องของการสมัครงานก็เป็นเรื่องที่สามารถที่จะทำกันได้ง่ายยมากยิ่งขึ้น นั่นเป็นเพราะว่าหลายๆคนนั้น เข้าใจแล้วว่าเรานั้นสามารถที่จะใช้ช่องทางไหนในเรื่องของการสมัคร แต่จริงๆแล้วยังมีอีกหลายวิธีที่เรานั้นสามารถที่จะใช้ได้ แต่อาจจะต้องมีการติดต่อกับทางบริษัทโดยตรง หรืออาจจะดูจากที่บริษัทนั้นได้มีการระบุเอาไว้ก็ได้ว่าเรานั้นสามารถที่จะทำได้อย่างไร เอาตามความสะดวกก็เป็นเรื่องดี

ใช้บริการเว็บหางานจะได้งานจริงหรือไม่

ปัจจุบันเว็บหางานมีความสำคัญกับผู้คนที่กำลังว่างงานหรือกำลังมองหาตำแหน่งงานต่างๆเพราะในยุคนี้โลกออนไลน์มีความสำคัญในด้านธุรกิจค่อนข้างมากและเว็บไซด์หางานสามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ที่ต้องการพนักงานและผู้ที่ต้องการหางานได้เป็นอย่างดีโดยผู้ให้บริการเว็บไซต์จัดหางานจะมีวิธีการให้บริการด้วยรูปแบบที่แตกต่างกันไปบางแห่งอาจจะเป็นบริการฟรีแต่บางแห่งอาจจะต้องสมัครสมาชิกก่อนเพื่อจะสามารถเข้าดูตำแหน่งงานหรือดูคนสมัครงานต่างๆที่เราต้องการได้แต่ไม่เสียเงินหรือ

อีกรูปแบบบริการคือต้องสมัครสมาชิกและซื้อแพ็คเกจในการให้บริการโดยจะมีการเรียกเก็บค่าบริการจากผู้ประกาศหางานซึ่งเราจะสามารถคัดคนได้มากกว่าการใช้บริการฟรีและสามารถลงประกาศรับสมัครงานโดยจะมีเงื่อนไขของแพ็คเกจต่างๆซึ่งราคาไม่สูงเหมาะกับบริษัทที่อยากได้พนักงานที่มีคุณภาพมีความสามารถหรือต้องการคัดเลือกผู้สมัครในรูปแบบที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นคนที่มีประสบการณ์หรือเด็กจบใหม่การใช้บริการเว็บหางานเหล่านี้ถือว่าทำให้เราประหยัดเวลาสะดวกและคัดคนได้รวดเร็วขึ้น

เว็บหางาน

แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการใช้บริการเว็บหางานสำหรับผู้ประกอบการนั้นคุณจะต้องเลือก package ที่เหมาะสมกับความต้องการของคุณด้วยเพราะแต่ละเว็บไซต์นั้นจะมีแพ็คเกจที่แตกต่างกันไปปริมาณการเปิดดูใบสมัครในแต่ละเดือนที่คุณสามารถเรียกดูได้จากทางหน้าเว็บไซต์อายุของการประกาศรับสมัครในตำแหน่งงานต่างๆก็จะมีกำหนดระยะเวลาตาม package ด้วยเช่นเดียวกันและการใช้บริการจากเว็บไซต์จัดหางานที่น่าเชื่อถือนั้นก็จะทำให้ตำแหน่งงานของคุณได้รับความสนใจอีกทั้งการใช้ข้อความหรือการให้ข้อมูลประกาศรับสมัครงานต่างๆนั้นก็จะต้องมีความละเอียดข้อมูลต่างๆจะต้องครบถ้วนเพื่อที่จะทำให้น่าสนใจและน่าดึงดูดให้คนมาสมัครงาน

 

และกับผู้ที่กำลังมองหางานการเลือกสมัครและใช้บริการกับเว็บหางานที่ใหญ่และมีความน่าเชื่อถือมีรูปแบบของงานแบ่งเป็นหมวดหมู่อย่างชัดเจนไม่ว่าจะเป็นตามชนิดของงานหรือตามเขตตามจังหวัดต่างๆก็จะทำให้เราหางานได้ง่ายและสะดวกค้นหาตำแหน่งงานที่น่าสนใจได้ตรงตามความต้องการของเราและยังสามารถ เลือกสถานที่ตั้งของบริษัทที่เราคิดว่าเดินทางได้สะดวกหรืออยู่ในโซนที่เราอยากจะไปทำงานได้รวมถึงยังมีรูปแบบการค้นหาอีกหลายประเภทที่จะอำนวยความสะดวกให้กับเราแต่ก็แนะนำเลยว่าให้เลือกสมัครใช้บริการเว็บหางานที่ดูน่าเชื่อถือเท่านั้นมีข้อมูลที่อัพเดตอยู่ตลอดเวลาและมีข้อมูลของบริษัทต่างๆที่ละเอียดครบถ้วนจะทำให้เราได้ประโยชน์จากการสมัครสมาชิกและที่สำคัญต้องเป็นการสมัครฟรีไม่เสียเงิน

อ่านต่อ www.jobtopgun.com

 

 

5 ข้อควรปฏิบัติ เพื่อประสบความสำเร็จในการสมัครงาน

การหางานของคุณลดลงหรือไม่ คุณยังคงมองหางานต่อไปในอุดมคตินั้นอยู่หรือไม่? หรือคุณกำลังจะเริ่มหางานใหม่และไม่แน่ใจว่าจะทำอย่างไรดีที่สุด? สิ่งที่คุณต้องการคือวิธีประเมินกลยุทธ์การค้นหางานเพื่อดูว่าพวกเขาทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสำหรับคุณหรือไม่ การรับ สมัคร งาน
 พร้อมที่จะเริ่มหรือยัง ต่อไปนี้คือ 12 หน่วยการสร้างเพื่อการค้นหางานที่ประสบความสำเร็จและเป้าหมายที่จะช่วยให้คุณไปถึงจุดที่คุณอยากจะอยู่ในโลกแห่งการทำงาน

 

1. ) การโทรผ่านเครือข่าย: การค้นหางานที่มีประสิทธิภาพจะเริ่มต้นและสิ้นสุดด้วยเครือข่าย เริ่มต้นด้วยการทำรายการของทุกคนที่คุณรู้จัก: สมาชิกในครอบครัว, ครอบครัวขยาย, เพื่อน, เพื่อนร่วมงานปัจจุบันและในอดีต, เพื่อนร่วมงานชุมชนศรัทธา, ช่างตัดผม / ช่างทำผม, สุนัขกรูมมิ่ง, เพื่อนบ้าน แม้แต่ทำรายการเสมียนที่ทำงานในร้านขายของชำหรือร้านวิดีโอที่คุณโปรดปรานพนักงานธนาคารและพนักงานปั๊มน้ำมัน ทุกคน! โทรหรือคุยกับแต่ละคนในรายการของคุณ (คนส่วนใหญ่สามารถสร้างรายการได้อย่างง่ายดาย 50-100 คน) เป้าหมาย: โทรเข้าเครือข่ายใหม่ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

2. ) การติดต่อนายจ้างก่อนการเปิดงานเกิดขึ้น: ขั้นตอนการสมัครงานก่อนที่จะมีการเปิดงานจะเรียกว่า “การเข้าถึงตลาดงานที่ซ่อนอยู่” – และการทำเช่นนั้นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับความสำเร็จในการค้นหางาน โดยการใช้เครื่องมือออนไลน์ที่ยอดเยี่ยมเช่น Reference USA เพื่อเข้าถึงข้อมูลผู้ว่าจ้างคุณสามารถส่งจดหมายสมัครงานต่อและส่งจดหมายไปยัง บริษัท ที่ตรงกับขนาดของคุณโฟกัสและเกณฑ์การขาย เป้าหมาย: จดหมายที่มีเป้าหมาย 5-10 ข้อ แต่ไม่ได้รับการร้องขอประวัติย่อพร้อมตัวอักษรครอบคลุมทุกสัปดาห์

3. ) การตอบสนองต่อการโพสต์ออนไลน์: มีเว็บไซต์หลายร้อยแห่งเช่น Monster.com และคุณสามารถเพิ่มเวลาและชั่วโมงในการค้นหาโอกาสในการทำงานได้ อย่าลืมค้นหาหลาย ๆ ชื่อหรือบางส่วนของชื่อและเพื่อโพสต์ประวัติย่อของคุณในทุกโอกาส เป้าหมาย: ตอบกลับการโพสต์ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

4. ) การตอบสนองต่อโฆษณาทางหนังสือพิมพ์ที่ต้องการความช่วยเหลือ: นี่คือกลยุทธ์การหางานที่ชื่นชอบของผู้ค้นหาทุกที่ แต่คาดเดาอะไร จากการสมัครงานต่อ 100 ทุกครั้งที่นายจ้างได้รับพวกเขาจะทิ้ง 92-95! เป้าหมาย: ส่งเพียง 3-5 ประวัติย่อและครอบคลุมตัวอักษรทุกสัปดาห์เพื่อตอบสนองต่อโฆษณาที่ต้องการ

5. ) ระบุนายจ้างใหม่ที่จะติดต่อ: ค้นหานายจ้างวิธีการที่ล้าสมัย: ในสมุดโทรศัพท์, ผ่านเครือข่ายลูกค้าเป้าหมาย, คำพูดจากปาก, ในแหล่งอ้างอิงและฐานข้อมูลออนไลน์ (เช่น Reference USA, ที่กล่าวถึงข้างต้น) ผ่านบทความ ในหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นและผ่านสมุดหน้าเหลืองของสมุดโทรศัพท์ในพื้นที่ของคุณ เป้าหมาย: ระบุและวิจัย 5 นายจ้างใหม่ทุกสัปดาห์และใช้พวกเขาเพื่อเติมโควต้าของคุณสำหรับ

แพลนหางาน 9 ขั้นตอน ให้ประสบความสำเร็จ

หางาน

www.jobtopgun.com

1. กำหนดวัตถุประสงค์ของคุณ: รู้ว่างานที่คุณชอบมากที่สุดและทำงานได้ดีที่สุดคืออะไร สิ่งนี้ต้องการการประเมินตนเองใช้เวลามองความสนใจและความสามารถของคุณ

2. เขียนเรซูเม่ที่มีประสิทธิภาพ: มุ่งเน้นที่คุณสมบัติของคุณสำหรับประเภทของงานที่คุณต้องการทำ แสดงตำแหน่งที่คุณกำลังมุ่งหน้าไม่ใช่ที่ที่คุณเคยไป ดูจากมุมมองของนายจ้าง – คุณสมบัติอะไรที่พวกเขาต้องการสำหรับตำแหน่ง?

3. เตรียมการอ้างอิงของคุณ: โทรหรือเยี่ยมชมแต่ละคนและบอกพวกเขาว่าสิ่งที่คุณกำลังมองหา ขอให้พวกเขาบอกให้คุณรู้ว่าพวกเขาได้ยินอะไรหรือทำการอ้างอิงให้คุณ

4. การวิจัย: ทำรายชื่อนายจ้างที่มีศักยภาพจากสมุดหน้าเหลืองหรือสารบบทรัพยากรและทำการวิจัยแต่ละ บริษัท ตรวจสอบข้อมูลห้องสมุดของคุณ

5. เครือข่าย: พูดคุยกับทุกคนที่คุณรู้จักเกี่ยวกับประเภทของงานที่คุณกำลังมองหา คุณไม่มีทางรู้ว่ารายชื่อผู้ติดต่อใดจะส่งผลให้มีงาน พิจารณาเพื่อนบ้านญาติผู้ปกครองของเพื่อนครูลูกค้าเส้นทางกระดาษ ฯลฯ

6. ตั้งค่าการสัมภาษณ์งาน: โดยการติดต่อทางโทรศัพท์หรือโดยการส่งจดหมายปะหน้ากับประวัติย่อของคุณและระบุว่าคุณจะติดตามการนัดสัมภาษณ์

7. ฝึกเทคนิคการสัมภาษณ์: วางแผนสิ่งที่คุณกำลังจะพูด พูดคุยว่าทำไมคุณถึงต้องการทำงานให้กับ บริษัท นั้น ๆ คุณจะทำอะไรให้พวกเขาและคุณจะทำอย่างไรกับ บริษัท จากนั้นฝึกฝนฝึกฝนฝึกฝน รับรายการคำถามและจดคำตอบของคุณกับแต่ละคนจากนั้นฝึกฝนกับเพื่อน

8. ส่งจดหมายติดตาม: บอกพวกเขาอีกครั้งเกี่ยวกับความสนใจในงานหรือ บริษัท ของคุณ ขอบคุณพวกเขาที่สละเวลาสัมภาษณ์คุณ ชี้ให้เห็นถึงคุณสมบัติพิเศษของคุณหรือพูดถึงสิ่งที่คุณลืมในการสัมภาษณ์ที่เกี่ยวข้อง

9. การติดตามผล: ด้วยตนเองหรือทางโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบผลลัพธ์ของการสัมภาษณ์และหากคุณไม่ใช่ผู้สมัครที่ประสบความสำเร็จให้ถามว่าคุณจะสามารถปรับปรุงโอกาสในครั้งต่อไปได้อย่างไร

ทำไมควรหางานทั้งออนไลน์และออฟไลน์

หากคุณกำลังมองหางานหรือพิจารณาการเปลี่ยนอาชีพคุณต้องหาวิธีการหางานมากกว่าหนึ่งวิธีในโลกปัจจุบันที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ต้องเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ คุณต้องเพิ่มโอกาสในการหางานให้มากที่สุดโดยการรู้มากขึ้นเกี่ยวกับวิธีการที่ผู้หางานในปัจจุบันกำลังหางานทำ พูดง่ายๆก็คือคุณจะไม่สามารถพึ่งพาโฆษณาต่อไปได้อีกต่อไปด้วยโฆษณา

เว็บไซต์ค้นหางานออนไลน์

หากคุณออนไลน์คุณจะพบเว็บไซต์มากมายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยคุณหางาน เว็บไซต์สมัครงาน เหล่านั้นหลายแห่งอนุญาตให้คุณโพสต์ประวัติย่อได้ฟรี แต่มีเว็บไซต์อื่นที่คิดค่าบริการสำหรับการอัปโหลดประวัติส่วนตัวของคุณ ประเภทของไซต์ที่คุณอาจใช้ในการรับงานมักจะถูกตัดสินโดยสาขาที่คุณกำลังทำงานอยู่และระดับที่คุณต้องการทำงานตอนนี้

ผู้คนมองหางานเป็นอย่างไร?

คาดกันว่าในทุกวันนี้คนสิบเปอร์เซ็นต์ที่หางานทำต่อไปทางอินเทอร์เน็ต เหตุผลที่อาจเป็นเพราะพวกเขาสแกนเว็บไซต์ค้นหางานประเภท Craigslist.com และ Monster.com หรือพวกเขาพบว่ามีการเปิดตัวบนเว็บไซต์ของ บริษัท แม้ว่าเปอร์เซ็นต์นั้นจะสูง แต่ความจริงก็ยังคงอยู่ที่เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ของผู้คนที่ล้มเหลวในการหางานโดยใช้อินเทอร์เน็ต นั่นหมายถึงคนที่จะหาวิธีเพิ่มเติมในการหางาน

ผู้หางานส่วนใหญ่ที่มองหางานในช่วงกลางกำลังใช้เวลาครึ่งหนึ่งในการหางานทางออนไลน์และส่งใบสมัครทางไปรษณีย์ ตอนนี้นั่นไม่ใช่ข้อเสนอที่ไม่ดี แต่ปัญหาคือเว็บไซต์หางานบ่อย ๆ ไม่มีงานล่าสุดที่มีอยู่และงานที่ระบุไว้หลายรายการที่คุณอาจสมัครงานอาจได้รับการกรอกข้อมูลแล้ว แน่นอนว่ามีวิธีที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นในการใช้เวลาของคุณโดยการพยายามเพิ่มส่วนของคุณในการค้นหางานของคุณเล็กน้อย

วิธีอื่น ๆ ในการหางานทำมีอะไรบ้าง

นอกเหนือจากการใช้เว็บไซต์หางานคุณควรใช้เครือข่ายเวลากับผู้ที่มีประโยชน์ในการหางานให้คุณ นั่นไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำเช่นนั้นด้วยไซต์เครือข่ายสังคมออนไลน์เช่น LinkedIn และ Facebook เพื่อช่วยเหลือคุณ แน่นอนว่ามันต้องใช้เวลาและความพยายามของคุณมากขึ้น แต่คุณจะประทับใจกับคุณภาพของการเปิดรับงานที่คุณรู้จักด้วยวิธีนี้มักจะดีกว่าที่คุณได้รับแจ้งผ่านเว็บไซต์หางาน

วิธีเพิ่มโอกาสของคุณ?

คุณทราบหรือไม่ว่านายจ้างประมาณแปดสิบเปอร์เซ็นต์จะทำการค้นหาให้คุณขณะที่พวกเขากำลังประมวลผลแอปพลิเคชันที่ได้รับสำหรับงานใด ๆ นั่นเป็นเพราะพวกเขาพบว่ามันเป็นวิธีที่สะดวกในการเพิกเฉยต่อคนที่มีปัญหาชัดเจน ซึ่งหมายความว่าถึงเวลาที่คุณต้องตรวจสอบผลลัพธ์ Google ส่วนตัวของคุณ เพียงแค่ Google ชื่อของคุณเองและดูผลลัพธ์! หากคุณสังเกตข้อมูลที่น่าสงสัยหรือไม่ช่วยเหลือคุณต้องใช้เวลาและทำงานเพื่อปรับปรุงชื่อเสียงออนไลน์ของคุณก่อนที่คุณจะเริ่มค้นหาเว็บไซต์งาน